การเรียนรู้

ห้องเรียนกลับด้าน การเรียนการสอนแบบใหม่ที่ตรงใจนักเรียน

ห้องเรียนกลับด้าน การเรียนการสอนแบบใหม่ ที่ตรงใจนักเรียน

อย่าเพิ่งตกใจว่า ห้องเรียนกลับด้าน เป็นการเรียนในห้องเรียนเอียงๆ หรือกลับด้านแบบเอาขาชี้ฟ้า…  แต่เป็นการเรียนการสอนแบบใหม่ที่ปฏิวัติการศึกษาและความเชื่อเดิมๆ ของทั้งครูและนักเรียน  ซึ่งทางอเมริกาเขาวิจัยมาแล้วว่าทำให้นักเรียนมีผลการเรียนดีขึ้นอย่างชัดเจน  มาดูกันว่าคืออะไร ห้องเรียนกลับด้าน คืออะไร ดีอย่างไร ห้องเรียนแบบเก่า สิ่งที่เกิดในห้องเรียนจะมีการเรียนการสอนปกติ  บางโรงเรียนที่มีเทคโนโลยีหน่อยก็จะให้นักเรียนศึกษาหาความรู้ผ่านทางอินเทอร์เน็ต  และเมื่อนักเรียนกลับบ้านแล้วก็จะมีการบ้านติดตัวไปให้ทำเพื่อฝึกฝน ห้องเรียนกลับด้านหรือที่เรียกว่า  Flipped  Classroom  มีรายละเอียดที่น่าศึกษา  ดังนี้ สิ่งที่เกิดในห้องเรียน คือ  จัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อการเรียนรู้  (เป็นการจัดกิจกรรมหรือให้ทำงานที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาในวิดีโอที่ให้นักเรียนดู  โดยครูมีหน้าที่ชี้แนะแต่ไม่ชี้นำ  เรียกว่าเป็นผู้ช่วยเหลือในยามที่เด็กติดขัดและกระตุ้นให้สามารถคิดด้วยตัวเอง)  ที่สำคัญการเรียนการสอนแบบใหม่นี้ยังเปิดโอกาสให้นักเรียนนำการบ้านมาทำได้  ซึ่งการทำการบ้านในห้องเรียนมีข้อดีหลายประการ  ได้แก่  1.  ช่วยลดปัญหาการลอกการบ้านเพื่อนในทุกเช้า  หากเด็กบางคนไม่สามารถทำเองได้ 2.  เด็กสามารถปรึกษาเพื่อน  นั่งทำการบ้านกันเป็นกลุ่มๆ ได้ 3.  เด็กสามารถสอบถามการบ้านจากครูผู้สอนเพื่อความกระจ่าง 4.  เด็กมีเวลาส่วนตัวมากขึ้นเมื่อกลับบ้านแล้ว 5.  เด็กเรียนอย่างมีความสุขเพราะไม่มีการบ้านต้องทำที่บ้าน  และการทำการบ้านที่ห้องเรียนก็ไม่ต่างจากการทำกิจกรรมสนุกๆ กับเพื่อน สิ่งที่เกิดนอกห้องเรียน สิ่งที่เกิดนอกห้องเรียน  (นอกเวลาเรียน)  ของห้องเรียนกลับด้าน  คือ  จัดให้นักเรียนศึกษาหาความรู้ผ่านทางอินเทอร์เน็ต …

ทฤษฎีหมวก 6 ใบ ฝึกคิดแบบใหม่ ให้การเรียนมีประสิทธิภาพขึ้น

ทฤษฎีหมวก 6 ใบ ฝึกคิดแบบใหม่ ให้การเรียนมีประสิทธิภาพขึ้น

ทำความเข้าใจกับทฤษฎีหมวก  6  ใบภายใน  1  นาที ทฤษฎีหมวก  6  ใบ ก็คือการฝึกคิดอย่างเป็นระบบ  รอบด้าน  และครอบคลุม  โดยใช้หมวกสมมติหรือหมวกจริง  6  ใบ  6  สีเป็นอุปกรณ์  ซึ่งหมวกแต่ละใบคือตัวแทนของการคิดด้วยมุมมองต่างๆ  เรียนรู้ให้เข้าใจ ทฤษฎีหมวก  6  ใบ หมวกแต่ละสีแตกต่างกันอย่างไร? –  หมวกสีขาว  คือตัวแทนของการคิดในมุมมองของข้อมูลหรือข้อเท็จจริงเบื้องต้น  (ตัวเลข  ผลพิสูจน์)  โดยไม่มีการแสดงความรู้สึกหรือความคิดเห็นลงไป  ซึ่งผู้ที่มีความคิดโน้มไปทางหมวกสีขาวจะเชื่อสิ่งใดก็ต่อเมื่อมีการพิสูจน์แล้ว  –  หมวกสีแดง  คือตัวแทนของการคิดในมุมมองของอารมณ์ความรู้สึกล้วนๆ โดยไม่ต้องมีเหตุผลมารองรับ  เรียกว่าชอบก็บอกชอบกันตรงๆ  สำหรับผู้ที่มีความคิดโน้มไปทางหมวกสีแดงจะมีความชัดเจนในตัวเองและกล้าแสดงออก  –  หมวกสีดำ  คือตัวแทนของการคิดในมุมมองของเหตุและผลล้วนๆ  บอกข้อดีและข้อเสียต่างๆ ที่คิดได้รวมถึงอุปสรรคที่อาจมี  ซึ่งผู้ที่มีความคิดโน้มไปทางหมวกสีดำจะมีความรอบคอบและระมัดระวังสูง –  หมวกสีเหลือง  คือตัวแทนของการคิดในมุมมองที่เป็นบวก  เป็นการเล็งเห็นข้อมูลเชิงบวก  ประโยชน์  ข้อดี  หรือจุดเด่นที่มีเพื่อนำไปสู่การพัฒนา  และสำหรับผู้ที่มีความคิดโน้มไปทางหมวกเหลืองจะมีความสามารถในการต่อยอด – …

การออกกำลังกาย ของเด็กวัยเรียน

การออกกำลังกาย ของเด็กวัยเรียน ช่วยพัฒนาสมอง เสริมสร้างความจำ

คุณอาจเคยบริหารแขนขา บริหารรูปร่างให้สวยงามด้วยการออกกกำลังกาย หรือ  Exercises แล้ว แต่รู้ไหมว่า สมองของเราก็ต้องการการบริหารเช่นกัน เพื่อช่วยให้สมองมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในเด็กวัยเรียน การออกกำลังกายนอกจากจะช่วยให้เขามีสุขภาพที่แข็งแรง และช่วยกระตุ้นการเติบโตของร่างกายแล้ว การออกกำลังกาย ยังช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองได้เป็นอย่างดี การออกกำลังกาย ดีต่อสมองเพราะอะไร   การออกกำลังกายช่วยพัฒนาสมองซีกขวา ออกกำลังกายยังดีต่อสุขภาพของสมองอย่างยิ่ง เนื่องจากเมื่อเราออกกำลังกาย ก็จะช่วยพัฒนาสมองซีกขวา ที่เป็นส่วนสำคัญในการจินตนาการสร้างสรรค์ ทำให้เรามีไอเดียใหม่ๆ เสมอ ดังนั้นหากได้ออกกำลังกายบ่อย ๆ เราก็จะสดชื่นและรู้สึกว่าสมองรับสิ่งใหม่ ๆ ได้ตลอด การออกกำลังกายช่วยทำให้สมองทั้งสองซีกทำงานร่วมกันได้ดี การออกกำลังกายไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องสมองซีกขวาเท่านั้น แต่ยังช่วยให้การทำงานของสมองทั้งสองซีกสอดประสาน ทำงานสัมพันธ์กันได้ดีขึ้น เนื่องจากเมื่อเราได้ออกกำลังกาย โดยฉพาะการออกกำลังกายแบบที่มีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาค่อนข้างนาน ก็จะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองทั้งสมองซีกให้ทำงานร่วมกันได้ดี การออกกำลังกายช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ การออกกำลังกายยังช่วยกระตุ้นให้สมองเกิดการเรียนรู้ และสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว แม้แต่เด็กวัยเรียนที่มีความผิดปกติทางสมองในระดับที่เรียนรู้ได้ หากได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยกระตุ้นให้สมองมีพัฒนาการที่ดีขึ้น แม้จะใช้เวลานานกว่าเด็กปกติ แต่ก็จะเกิดการพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไปได้ การออกกำลังกายช่วยพัฒนาสมองช่วยเรื่องการเรียน การออกกำลังกายจะช่วยทำให้ระบบการสื่อสารดี ทั้งในการพูด การเขียน และการอ่าน ช่วยกระตุ้นสมองในด้านการสั่งการเพื่อให้เกิดความสมดุล ทำให้การเคลื่อนไหวคล่องตัว…

คนถนัดซ้าย สมอง และแนวโน้ม เรื่องการเรียน เป็นอย่างไร

คนถนัดซ้าย สมอง และแนวโน้ม เรื่องการเรียน เป็นอย่างไร

คนในโลกส่วนใหญ่ มักจะถนัดขวามากกว่าซ้ายหลายเท่า ดังนั้นเราจึงมองว่าคนที่ถนัดซ้ายมีความแตกต่างจากเรา หรือพิเศษกว่าคนทั่วไป ซึ่งเรื่องความถนัดของมือซ้ายนี้หลายคนมักยังไม่รู้ข้อมูล และมีความลับของคนถนัดมือซ้ายอีกมากมายที่จะทำให้คุณแปลใจ ยิ่งถ้าคุณเป็น คนถนัดซ้าย ที่อยู่ในวันศึกษาเล่าเรียน ก็ควรสนใจเรื่องนี้อย่างยิ่ง เพราะสามารถทำนายแนวโน้มเรื่องการเรียนจากมือซ้ายข้างถนัดของคุณได้ แนวโน้ม เรื่องการเรียนของ คนถนัดซ้าย คนถนัดซ้ายเรียนวิชาที่สนใจได้ดี เชื่อกันว่าถ้าคนถนัดซ้ายสนใจเรื่องราว หรือวิชาใดเป็นพิเศษ เขาจะเป็นอัจฉริยะในวิชานั้นไปเลย เนื่องจากเขาจะลงลึกจนถึงขั้นหมกมุ่นเลยทีเดียว คนถนัดซ้ายจะมีพรสวรรค์ บ่อยครั้งที่คนถนัดซ้ายไม่ได้มีพื้นฐานในวิชา หรือทักษะนั้น ๆ มาก่อนเลย แต่ในครั้งแรกเขาก็ทำได้ดีจนน่าตกใจ เหมือนคนที่มีพรสวรรค์ติดตัวมาแต่เกิด คนถนัดซ้ายจะมีไอคิวสูง ถ้ามีการวัดไอคิว คนถนัดซ้ายมักจะไอคิวเฉลี่ยสูงกว่าคนที่ถนัดขวา แต่แม้คนถนัดซ้ายที่มีไอคิวต่ำ เขาก็มีความสนใจพิเศษ หรือเรียนบางเรื่องได้ดี คนถนัดซ้ายจะเรียนรู้ได้หลายอย่าง คนที่ถนัดซ้ายจะมีความสามารถในการทำสิ่งต่าง ๆ หลายอย่างพร้อมกัน และทำได้ดีมาก ซึ่งเขาจะมักจะไม่เกิดความสับสน หรือหลงลืมสิ่งที่เคยเรียนรู้มาก่อน คนถนัดซ้ายจะทำโจทย์ยาก ๆ ซับซ้อนได้ ถ้ามีข้อสอบหรือโจทย์ยาก ๆ ที่มีความซับซ้อน ก็ต้องส่งมาให้คนถนัดซ้ายเลย เพราะเขาจะมีกระบวนการคิดที่แตกต่างสร้างสรรค์กว่าคนอื่น และเขามักจะมีวิธีคิดที่ไม่เหมือนคุณครูสอน คนดังที่ถนัดมือซ้าย สิงห์อีซ้ายที่มีชื่อเสียง…

ผลสำรวจ สาเหตุเด็กไม่อ่านหนังสือ ของเด็กในช่วงอายุ 6-14 ปี

ผลสำรวจ สาเหตุเด็กไม่อ่านหนังสือ ของเด็กในช่วงอายุ 6-14 ปี

กลุ่มเด็กในช่วงวัย 6-14 ปี นับว่าอยู่ในช่วงของการเรียนรู้สิ่งต่างๆในระดับพื้นฐาน ก่อนที่จะถูกต่อยอดหลังจากนั้น ทำให้การอ่านหนังสือของเด็ก ก็มีความสำคัญที่จะช่วยให้เด็กเหล่านี้เติบโตไปแบบมีคุณภาพ  แต่ถึงกระนั้นในโลกที่มีเทคโนโลยี และสิ่งเร้าเกิดขึ้นมากมาย ทำให้เด็กในช่วงวัยนี้หันเหไปยังสิ่งอื่นที่ไม่ใช่การอ่านหนังสือ ซึ่งจะมี สาเหตุเด็กไม่อ่านหนังสือ อะไรบ้างเราไปดูกัน สรุปผลสำรวจ สาเหตุเด็กไม่อ่านหนังสือ 8.9% สาเหตุเด็กไม่อ่านหนังสือ เพราะชอบเล่นเกม หากจะว่าไปเกมก็มีข้อดีอยู่ในตัว เพราะช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ แต่ต้องมีการแบ่งเวลาที่เป็นสัดส่วนและเหมาะสม ซึ่งหากเอนเอียงไปทางเล่นเกมจนละเลยการอ่านหนังสือ ก็ย่อมไม่เป็นผลดีต่อตัวเด็กที่อาจส่งผลถึงการเรียนให้ต่ำกว่ามาตรฐานลง   17.9% ไม่ชอบ ในส่วนนี้อาจจะไม่ใช่กลุ่มที่ต้องกังวล เพราะในบางครั้งเด็กเหล่านี้เจอหนังสือที่ไม่ถูกใจ หรือไม่ตรงกับความชื่นชอบของตัวเอง ฉะนั้นในส่วนนี้หากเสริมจิตวิทยาแก่เด็กให้รู้จักคิดและค้นหาตัวตน อาจทำให้เด็กรู้จักตัวเองและรู้ว่าตัวเองชอบอะไร แล้วหลังจากนั้นตัวเด็กจะเป็นฝ่ายออกไปตามหาหนังสือในเรื่องที่เขาชื่นชอบ 26.7% ชอบดูโทรทัศน์ เป็นเรื่องปกติที่ทุกบ้านต้องมีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ผู้ปกครองต้องกวดขันคือ ประเภทของรายการที่ดูและระยะเวลาในการรับชมต่อครั้ง เพื่อให้การดูโทรทัศน์เกิดประโยชน์และได้ความผ่อนคลาย มิใช่จนทำให้เป็น สาเหตุเด็กไม่อ่านหนังสือ เพราะหมดเวลาไปกับมันจนมากเกินไป กระทั่งส่งผลเสียต่อตัวเด็ก   35.6% อ่านไม่คล่อง ยังถือว่าไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติ เพราะภาษาไทยมีขั้นตอนการเรียนที่ซับซ้อน ฉะนั้นนอกเหนือจากการเรียนในห้อง ผู้ปกครองต้องทำหน้าเรื่องที่เป็นผู้ช่วยครูอีกทีหนึ่ง ด้วยการให้เด็กเริ่มอ่านจากสิ่งที่ชอบบ่อยๆ…

ความรู้นอกตำรา ขั้นตอนการทำแคน เครื่องดนตรี ของถิ่นอีสาน

ความรู้นอกตำรา ขั้นตอนการทำแคน เครื่องดนตรี ของถิ่นอีสาน

เครื่องดนตรีประจำถิ่นอีสานและลาวอย่างแคนนั้น ทราบหรือไม่ว่า ขั้นตอนการทำแคน ไม่ง่ายเลย อีกทั้งยังเป็นการพิสูจน์คุณภาพฝีมือของช่างทำแคนอีกด้วย ที่กว่าจะได้แคน 1 ตัว ต้องใช้เวลาเกือบ 2 สัปดาห์ ซึ่งจะต้องผ่านกรรมวิธีอะไรบ้าง วันนี้ได้นำมาสรุปแล้วด้านล่างนี้ ขั้นตอนการทำแคน เครื่องดนตรีเสียงสวรรค์ ของถิ่นอีสาน ขั้นตอนการทำแคนขั้นตอนแรกคือการออกไปหาไม้ซาง หรือเรียกในภาษาภาคกลางคือ ลำไผ่ไซส์เล็ก ซึ่งอยู่ตามซอกระหว่างหุบเขา โดยจะต้องตัดและวางทิ้งไว้แรมเดือน เพื่อให้เนื้อไม้ซางแห้งสนิท  ปัจจุบันไม้ชนิดนี้หาได้ยากมากในประเทศไทย ตรงข้ามกับประเทศลาวและเวียดนามที่ยังมีอยู่มาก ทำให้ปัจจุบันช่างทำแคนนิยมซื้อไม้ซางจากลาวเพื่อความสะดวก ขั้นตอนการทำแคนขั้นตอนที่2 คือการคัดเลือกไม้ซาง โดยช่างแคนจะต้องคัดเลือกไม้ซางในขนาดที่ไม่บางเกินไปและไม่หนาเกินไป เพราะจะทำให้เป่ายากและเสียงเพี้ยน หลังจากได้ไม้ที่ต้องการแล้วจะต้องนำเหล็กร้อนมาเจาะบ่องไม้ซางให้ทะลุถึงกัน แล้วใช้ไม้กระดานดัดให้ไม้ซางตรง ขั้นตอนการทำแคนขั้นตอนที่3 คือการตีเงิน  ช่างทำแคนจะต้องนำเงินไปเผาไฟ แล้วนำมาตีให้บางมากที่สุด ซึ่งนับว่าเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลาในการทำนาน จากนั้นนำลิ้นเงินมาใส่ในลำไม้ซางเพื่อทำหน้าที่เป็นลิ้นแคนให้เกิดเสียง โดยจะต้องมีการทดลองเป่า ว่าเสียงได้ระดับที่ต้องการหรือยัง  ขั้นตอนการทำแคนขั้นตอนที่4 ช่างแคนจะต้องไปหาแก่นไม้ โดยเฉพาะแก่นไม้คูน ที่จะขุดรากขึ้นมาแล้วทำการล็อคขนาดให้พอดี เพื่อเป็นรังเพลิงใส่ไม้ซาง ไม่เพียงเท่านั้น ช่างแคนจะต้องไปหาขุดรังมดที่อยู่ตามพื้นดินเพื่อเอาขี้สูดมายาเต้าแคน ไม่ให้ลมหลุดรอดออกมาได้ ขั้นตอนการทำแคนขั้นตอนที่5 คือการประกอบแคน ช่างจะเริ่มจากเรียงไม้ใส่รังเพลิงจนครบ…

การเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ไม่ยากอย่างที่คิด!! เพียงมีความตั้งใจ และสมาธิสูง

การเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ไม่ยากอย่างที่คิด!! เพียงแค่มี ความตั้งใจ และสมาธิสูง

การเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรียกได้ว่าเป็นวิชาที่ค่อนข้างเรียนยากมากๆ เพราะต้องใช้สมาธิตั้งใจในการเรียน ซึ่งบางคนบอกว่ายาก แต่ขณะเดียวกันบางคนบอกว่าง่าย ทำไมความคิดมันจึงตรงกันข้าม เพื่อนๆเคยสงสัยไหมคะ!! เหตุผลง่ายๆคือ แต่ละคนมีทักษะ หรือแนวคิดไม่เท่ากันนั่นเอง วันนี้เรามาดูกันว่า วิชานี้นำไปใช้ประโยชน์ได้จริงไหมในชีวิตประจำวัน ตามมาดูกันเลยค่ะ การเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ต้องใช้ทักษะจริงหรือ?? การเรียนวิชาคณิตศาสตร์ แน่นอนที่สุดว่าวิชานี้ มันต้องใช้ทั้งสมาธิ ความคิดขั้นสูงอย่างแท้จริง จึงจะสามารถผ่านมันไปได้ ด้วยความยากของวิชาด้วยส่วนหนึ่ง ความพยายามของผู้เรียนด้วยส่วนหนึ่ง การใช้ทักษะจึงจำเป็นค่อนข้างมากทีเดียว แต่ในทางตรงข้ามคนที่มีทักษะในการคิดคำนวณที่ดีอยู่แล้ว ก็จะได้เปรียบในการเรียนวิชานี้ไปโดยปริยายนั่นเอง ทำไมบางคนจึงเก่งใน การเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ด้วยความที่คนเรานั้นต่างเกิดมามีความเก่งและแตกต่างกัน ในด้านของความคิดที่หลากหลาย บางคนจึงเก่งวิชานี้แบบแค่สอนให้ความรู้เพียงครั้งเดียว ก็สามารถทำได้เป็นอย่างดี ใช่แล้วค่ะเพราะเค้าเรียกว่าเป็นคนที่มีความเก่งด้านวิชานี้นั่นเอง อีกทั้งเมื่อมีการฝึกฝนบ่อยๆเข้า ความสามารถด้านนี้ก็จะแสดงออกมาได้อย่างชัดเจนในเวลาต่อไปอีกด้วย การเรียนวิชาคณิตศาสตร์ กับการใช้ในชีวิตประจำวัน จะว่าไปแล้วการใช้ชีวิตในแต่ละวันนั้น การที่เรามีการซื้อขายเกิดขึ้น มีผลกำไร มีขาดทุนก็ใช้หลักการทางวิชานี้ทั้งนั้น เพราะเราต้องคำนวณหาคำตอบนั่นเอง จึงเรียกได้ว่าเป็นวิชาที่มีอิทธิพล ต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ดังนั้นเราทุกคนควรมีความรู้ในด้านนี้กันให้มากๆ เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเราได้ทั้งในปัจจุบัน และอนาคตค่ะ สรุปได้ว่าการมีพื้นฐานวิชานี้นั้น มีความสำคัญต่อชีวิตของเราอย่างแท้จริง เราจึงควรให้ความสำคัญกับการเรียนวิชานี้ให้มากที่สุด เพราะมันเป็นการต่อยอดทางด้านความคิด…

5 ทักษะ ที่จำเป็นต้องรู้! เพื่อช่วย สร้างการเรียนรู้ ได้อย่างรวดเร็ว

5 ทักษะ ที่จำเป็นต้องรู้! เพื่อช่วย สร้างการเรียนรู้ ได้อย่างรวดเร็ว

               พัฒนาการเรียนถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญที่สุด เนื่องจากเด็กบางคนที่ผู้ปกครองละเลยให้การดูแลเรื่องพัฒนาการเรียนรู้ส่งผลให้อนาคตเด็กที่เรียนรู้ช้าเกิดปัญหาในหลายด้าน เช่น เรียนไม่ทันเพื่อน ขาดโอกาสในการทำงาน ขาดโอกาสหาประการณ์ที่ดี เป็นต้น ซึ่งทุกคนจำเป็นตองทราบก่อนว่า การเรียนรู้ คือ การที่บุคคลนั้นได้รับความรู้ไม่ว่าจะเป็นทักษะ พฤติกรรม ความคิด ทัศนคติหรืออื่น ๆ จากผู้สอนนั้นเอง โดยการเรียนรู้ของคนเราจะเกิดจากประสาทสัมผัสทั้ง 6  อย่างจากการคิด การฟัง การพูด การอ่าน การเขียน เป็นต้น แต่ทุกการเรียนรู้หากไม่ได้รับการฝึกฝนก็ไม่เกิดประโยชน์ ดังนั้นบทความนี้ได้รวยรวม 5 ทักษะ สร้างการเรียนรู้ ดังนี้ แนะนำ สร้างการเรียนรู้ ด้วยทักษะต่างๆ หัดเชื่อมโยงความรู้ ในทุกการเรียนจะได้ประสิทธิภาพ 100% คือ การเข้าใจในสิ่งนั้น โดยการเชื่อมโยงความรู้เก่ามาเป็นเหตุผลประกอบการพิจาณาคำตอบใหม่ ๆ อยู่เสมอ หรือประสบการณ์เดิมสอนทุกคนพัฒนาตัวเอง หัดใช้สื่อเสริมทักษะ ในปัจจุบันสื่อมีบทบาทต่อการใช้ชีวิต ดังนั้นการเสริมสื่อที่ดีก็สามารถสร้างการเรียนรู้ได้ เช่น การเรียนภาษาอังกฤษในชั้นเรียนไม่เข้าใจจึงได้ศึกษาเพิ่มเติมใน Google ก็ถือว่าเป็นการใช้สื่อในทางที่ดี…

สร้างความสุข และประสบความสำเร็จ ในการเรียนรู้ด้วย PERMA Model

สร้างความสุข และประสบความสำเร็จ ในการเรียนรู้ด้วย PERMA Model

               การประสบความสำเร็จในด้านการเรียน ใช้เพียงแค่เทคนิคในการพัฒนาทักษะ พัฒนาสมอง และเคล็ดลับการเรียนต่างๆ จากรุ่นพี่และสถาบันติว มันไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมีระดับความสุขที่เหมาะสมในทุกครั้งที่เกิดการเรียนรู้ด้วย ซึ่ง PERMA Model ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการสร้างความสุขที่น่าสนใจ สามารถปรับใช้ได้กับทุกเรื่องในชีวิต ไม่ได้เฉพาะเจาะจงกับการศึกษาของเด็กๆ เท่านั้น และจากสถิติที่ผ่านมา พบว่าผู้ที่ใช้แนวทางนี้มีค่าความสุขเพิ่มขึ้นในระยะเวลาอันสั้น ใจความหลักของ PERMA Model                หากสรุปใจความหลักของ PERMA Model ให้เข้าใจได้ง่าย มันก็คือการมองโลกในแง่ดี แล้วอาศัยองค์ประกอบแวดล้อมเข้ามาช่วยสนับสนุน คำว่า PERMA เป็นการรวมของอักษรที่มีความหมายเฉพาะตัว ได้แก่ ตัวอักษร P- Positive Emotion ตัวอักษร E- Engagement ตัวอักษร R- Relationships ตัวอักษร M- Meaning และสุดท้ายตัวอักษร A- Accomplishments เหมือนกับการแบ่งเป็นหมวดหมู่ 5 หมวด…

เรียนที่บ้าน ทำยังไง? ให้มีประสิทธิภาพ ไม่ให้เสียการเรียน

เรียนที่บ้าน ทำยังไง? ให้มีประสิทธิภาพ ไม่ให้เสียการเรียน

            ข้อดีของการ เรียนที่บ้าน ก็มีอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นความอิสระของช่วงเวลา เด็กๆ สามารถเลือกได้เองว่าพร้อมสำหรับการเรียนรู้เมื่อไร บรรยากาศไม่ก่อให้เกิดความตึงเครียด ส่งผลให้สมองทำงานได้ดีขึ้น และถ้าใครขยันหน่อย ก็สามารถเรียนล่วงหน้าเพื่อเก็บเนื้อหาไปก่อนได้เลย ไม่ต้องรอเพื่อนๆ เหมือนการเรียนในห้อง แต่เหรียญมีสองด้านเสมอ มีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย หลายคนเมื่อระบบปรับเปลี่ยนให้เรียนอยู่กับบ้าน ก็เกิดอาการขี้เกียจบ้าง เรียนไม่รู้เรื่องบ้าง ยิ่งนานวันประสิทธิภาพก็ลดน้อยลงเรื่อยๆ เคล็ดลับ เรียนที่บ้าน ให้มีประสิทธิภาพ                ซึ่งปัญหาทั้งหมดทั้งมวลก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ไม่ใช่แค่ เรียนที่บ้าน หรอก คนวัยทำงานที่อยู่ๆ ต้องเปลี่ยนมาทำงานจากที่บ้านก็มีความรู้สึกแบบนี้เหมือนกันหมด หน้าที่เราจึงต้องบังคับตัวเองให้ทำในสิ่งที่ควรทำ มากกว่าสิ่งที่อยากทำ ก่อนอื่นลองคิดดูว่า จะเปิดคอมเรียนเมื่อไรก็ได้ จะนั่งหรือนอนเรียนก็ยังได้ มันดีกว่าการนั่งเรียนตัวตรงอยู่ในห้องแล้ว ที่เหลือก็แค่เรียนและทำงานให้ครบเท่านั้นเอง                เรื่องบรรยากาศของที่บ้านสำคัญมาก ต้องจัดพื้นที่สำหรับ เรียนที่บ้าน ไว้เฉพาะ ควรมีความเป็นส่วนตัวและเงียบมากพอ หลีกเลี่ยงการนอนเรียนบนเตียง หรือนั่งในพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายมากเกินไป พร้อมกับจัดตารางเรียนให้เป็นเวลา แน่นอนว่าเรามีอิสระในการเลือกช่วงเวลาได้เอง แต่ก็ไม่ใช่ว่านึกอยากเรียนก็เรียน ควรกำหนดให้ชัดเจนไปเลยว่าแต่ละวันจะเรียนตั้งแต่กี่โมงถึงกี่โมง                นอกจากนี้ก็ต้องมีการตั้งเป้าหมายเอาไว้ด้วยว่า…