คนถนัดซ้าย สมอง และแนวโน้ม เรื่องการเรียน เป็นอย่างไร

คนถนัดซ้าย สมอง และแนวโน้ม เรื่องการเรียน เป็นอย่างไร

คนในโลกส่วนใหญ่ มักจะถนัดขวามากกว่าซ้ายหลายเท่า ดังนั้นเราจึงมองว่าคนที่ถนัดซ้ายมีความแตกต่างจากเรา หรือพิเศษกว่าคนทั่วไป ซึ่งเรื่องความถนัดของมือซ้ายนี้หลายคนมักยังไม่รู้ข้อมูล และมีความลับของคนถนัดมือซ้ายอีกมากมายที่จะทำให้คุณแปลใจ ยิ่งถ้าคุณเป็น คนถนัดซ้าย ที่อยู่ในวันศึกษาเล่าเรียน ก็ควรสนใจเรื่องนี้อย่างยิ่ง เพราะสามารถทำนายแนวโน้มเรื่องการเรียนจากมือซ้ายข้างถนัดของคุณได้ แนวโน้ม เรื่องการเรียนของ คนถนัดซ้าย คนถนัดซ้ายเรียนวิชาที่สนใจได้ดี เชื่อกันว่าถ้าคนถนัดซ้ายสนใจเรื่องราว หรือวิชาใดเป็นพิเศษ เขาจะเป็นอัจฉริยะในวิชานั้นไปเลย เนื่องจากเขาจะลงลึกจนถึงขั้นหมกมุ่นเลยทีเดียว คนถนัดซ้ายจะมีพรสวรรค์ บ่อยครั้งที่คนถนัดซ้ายไม่ได้มีพื้นฐานในวิชา หรือทักษะนั้น ๆ มาก่อนเลย แต่ในครั้งแรกเขาก็ทำได้ดีจนน่าตกใจ เหมือนคนที่มีพรสวรรค์ติดตัวมาแต่เกิด คนถนัดซ้ายจะมีไอคิวสูง ถ้ามีการวัดไอคิว คนถนัดซ้ายมักจะไอคิวเฉลี่ยสูงกว่าคนที่ถนัดขวา แต่แม้คนถนัดซ้ายที่มีไอคิวต่ำ เขาก็มีความสนใจพิเศษ หรือเรียนบางเรื่องได้ดี คนถนัดซ้ายจะเรียนรู้ได้หลายอย่าง คนที่ถนัดซ้ายจะมีความสามารถในการทำสิ่งต่าง ๆ หลายอย่างพร้อมกัน และทำได้ดีมาก ซึ่งเขาจะมักจะไม่เกิดความสับสน หรือหลงลืมสิ่งที่เคยเรียนรู้มาก่อน คนถนัดซ้ายจะทำโจทย์ยาก ๆ ซับซ้อนได้ ถ้ามีข้อสอบหรือโจทย์ยาก ๆ ที่มีความซับซ้อน ก็ต้องส่งมาให้คนถนัดซ้ายเลย เพราะเขาจะมีกระบวนการคิดที่แตกต่างสร้างสรรค์กว่าคนอื่น และเขามักจะมีวิธีคิดที่ไม่เหมือนคุณครูสอน คนดังที่ถนัดมือซ้าย สิงห์อีซ้ายที่มีชื่อเสียง…

การเรียนรู้แบบ New Normal บ้านและการเรียนรู้ในยุคโควิด 19

การเรียนรู้แบบ New Normal บ้านและการเรียนรู้ในยุคโควิด 19

“บ้านคือโรงเรียนแห่งแรก พ่อแม่คือครูคนแรก” จากคำกล่าวข้างต้น พบได้ชัดเจนในช่วง โควิด 19 เนื่องจากเหล่าน้อง ๆ หนู ๆ ต้องปรับเปลี่ยนการเรียนในชั้นเรียนเป็นการเรียนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งเป็น การเรียนรู้แบบ New Normal ซึ่งสิ่งที่ยากจะควบคุมมาก ระหว่าง สมาธิของเด็กวัยนี้ กับการจดจ่อในการเรียนออนไลน์ ผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยมตลอดทั้งวัน ต่างจากบรรยากาศการเรียนในชั้นเรียนอย่างสิ้นเชิง การเรียนรู้แบบ New Normalการศึกษาที่เหมาะ ในยุคโควิด 19 การปิดโรงเรียนเพื่อให้นักเรียนเรียนออนไลน์จากที่บ้าน การเรียนรู้แบบ New Normalส่งผลกระทบต่อนักเรียนและผู้ปกครองอย่างมาก โดยเฉพาะ เด็กอนุบาล และเด็กประถม เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถอยู่บ้านคนเดียวหรือไม่สามารถเรียนรู้ออนไลน์ด้วยตัวเองได้ มีหลายวิธีที่ผู้ปกครองสามารถสนับสนุนการเรียนรู้ของบุตรหลานด้วยกิจกรรมง่ายๆราคาประหยัด เช่นการอ่านหนังสือ หรือการร้องเพลงกล่อมเด็กเป็นประจำ ซึ่งสามารถสนับสนุนทักษะภาษาขั้นพื้นฐานของพวกเขาได้ หรือการนำเสนอประสบการณ์ต่าง ๆ รอบตัวเรา เช่นการสำรวจชุมชนในท้องถิ่น สามารถกระตุ้นให้เกิดความอยากรู้ อยากเห็น และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโลก ได้เป็นอย่างดี และสนับสนุนด้านทักษะวิชาการให้เชื่อมโยงกับการใช้ชีวิต เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และการพัฒนาทางกายภาพ เป็นการเรียนรู้ทั้งการปฏิบัติ…

แมงมุมเพื่อนรัก (Charlotte’s Web) วรรณกรรมเยาวชน หนังสืออ่านนอกเวลา

แมงมุมเพื่อนรัก (Charlotte’s Web) วรรณกรรมเยาวชน หนังสืออ่านนอกเวลา

วรรณกรรมเรื่องแมงมุมเพื่อนรัก ได้รับการตีพิมพ์เกินกว่าถึง 45 ล้านเล่ม และยังมีการแปลเป็นภาษาต่าง ๆ มากกว่า 23 ภาษา  นอกจากนี้วรรณกรรมเรื่อง แมงมุมเพื่อนรัก ยังได้รับรางวัลนิวเบอรี่ (The Newberry Medal) ซึ่งถือเป็นรางวัลออสการ์แห่งวงการวรรณกรรมเยาวชนเหรียญเงิน (Honor) และทางนิตยสาร TIME นิตยสารระดับโลกฉบับก็ได้ยกย่องให้เป็นวรรณกรรมเยาวชนที่ดีที่สุดในศตวรรษ (ปี 1999) เรื่องย่อวรรณกรรมเรื่อง แมงมุมเพื่อนรัก ตัวละครเอกของเรื่องแมงมุมเพื่อนรักคือแม่แมงมุมที่ชื่อ “ชาร์ล็อต” ซึ่งเธอได้ช่วยชีวิตลูกหมูชื่อว่า “วิลเบอร์” เพื่อไม่ให้เจ้าหมูถูกฆ่าเป็นอาหาร โดยการออกอุบายเพื่อทำให้เจ้าหมูกลายเป็นเจ้าหมูวิเศษ ซึ่งชาร์ล็อตได้ชักใยเป็นตัวอักษรว่า “หมูพิเศษ” เมื่อชาวบ้านมาเห็นจึงตกใจและลือกันไปทั่วว่าเจ้าหมูนี้เป็นหมูมหัศจรรย์ นี่เองจึงทำให้มันรอดจากการกลายเป็นเบคอน และทั้งสองก็ได้สานสัมพันธ์เป็นเพื่อนกันเรื่อยมา  และพบเจอกับประสบการณ์การผจญภัยต่าง ๆ จนใกล้วาระสุดท้ายของแมงมุมอย่างชาร์ล็อต ที่แม้ว่าเจ้าหมูจะเอาแต่บอกว่าเขาไม่เคยทำอะไรเพื่อชาร์ล็อตเลย แต่ชาร์ล็อตกลับบอกว่าสิ่งที่เธอต้องการไม่ใช่สิ่งใดเลยนอกจากมิตรภาพดี ๆ ที่เจ้าหมูมอบให้เธอ และเมื่อถึงวันที่ชาร์ล็อตจากไปตามอายุขัย เจ้าหมูก็เศร้ามาก แต่มันก็ไม่ได้เศร้านานนัก เพราะชาร์ล็อตได้ทิ้งลูก ๆ ของเธอให้เป็นเพื่อนกับเจ้าหมูน้อยนั่นเอง ข้อคิดที่ได้จากวรรณกรรมเรื่องแมงมุมเพื่อนรัก -มิตรภาพระหว่างเพื่อนคือสิ่งสวยงามที่เราควรรักษาให้ยืนยาวต่อไป…

วินนีเดอะพูห์ (Winnie the Pooh) วรรณกรรมเยาวชน อบอุ่นหัวใจ สะท้อนแนวคิดแบบเด็ก ๆ ที่ตัวละครสร้างจากชีวิตจริง

วินนีเดอะพูห์ (Winnie the Pooh) วรรณกรรมเยาวชน อบอุ่นหัวใจ

ผู้เขียนเรื่องวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง วินนีเดอะพูห์ Winnie the Pooh คือ เอ.เอ. มิลน์ (A.A. Milne) ผู้ซึ่งนำตัวละครมาจากชีวิตจริงของเขา โดยเขาได้นำชื่อลูกชายคือ คริสโตเฟอร์ โรบิน มาเป็นตัวละครหลัก ซึ่งเป็นมนุษย์เพียงคนเดียวในเรื่อง และนำคาแรกเตอร์หมีพูห์มาจากหมีชื่อดังในกองทัพที่ได้รับตัวมาอยู่ในสวนสัตว์ และต่อมาเมื่อคริสโตเฟอร์ โรบิน เห็นเจ้าหมีตัวจริงที่สวนสัตว์ ก็เลยเกิดแรงบันดาลใจจนเปลี่ยนชื่อตุ๊กตาของตนมาเป็นชื่อ “วินนี” ส่วนคาแรกเตอร์บรรดาสัตว์อื่น ๆ ในป่าก็ได้จากตุ๊กตาของลูกชายเขานั่นเอง แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าแม้วรรณกรรมเยาวชนเรื่องนี้จะอบอุ่นหัวใจสักเพียงใด แต่ในชีวิตจริงของผู้เขียน ความสัมพันธ์ของเขากับลูกชายไม่สู้จะดีนัก เพราะคริสโตเฟอร์ โรบินในชีวิตจริงไม่ได้มีความสุขกับชื่อเสียงที่ได้จากพ่อของเขา และตัวพ่อเขาเองก็เป็นคนค่อนข้างเย็นชา ไม่ได้สนิทสนมกับลูกหรือให้เวลาครอบครัวเท่าที่ควร เรื่องย่อ วรรณกรรมเยาวชน ที่มาจากชีวิตจริง วินนีเดอะพูห์ ตัวละครหลักของเรื่องวินนีเดอะพูห์คือหมีพูห์ ที่มีนิสัยใสชื่อ ไร้เดียงสา ชอบคิดอะไรแปลก ๆ แก้ปัญหาด้วยวิธีการแบบเด็ก ๆ ขณะที่พิกเล็กหมูน้อยก็ขี้กลัว คอยตามหลังหมีพูห์แจ แต่ก็มีความน่ารักสดใส จะมีความเชื่อมั่นต่อเมื่อมีพูห์อยู่ใกล้ ๆ ทิกเกอร์เจ้าเสือผู้ชอบกระโดดโลดเต้น ขี้อวด…

ชาร์ลี กับ โรงงานช็อกโกแลต วรรณกรรมเยาวชนสุดคลาสสิกตลอดกาล

ชาร์ลี กับ โรงงานช็อกโกแลต วรรณกรรมเยาวชน สุดคลาสสิก ตลอดกาล

โรอัลด์ ดาห์ล คือนักเขียนวรรณกรรมเยาวชนที่เขียนเรื่อง Charlie and the Chocolate Factory ชาร์ลี กับ โรงงานช็อกโกแลต นี้ และยังเป็นวรรณกรรมเยาวชนที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 50 วรรณกรรมที่เด็กควรจะต้องอ่านก่อนโต เรื่องย่อชาร์ลี กับ โรงงานช็อกโกแลต เนื้อเรื่องโดยย่อของชาร์ลี กับ โรงงานช็อกโกแลตวรรณกรรมเยาวชนสุดคลาสสิกตลอดกาลเริ่มต้นเรื่องจากเด็กชายชาร์ลีผู้ยากจนคนหนึ่ง โชคดีได้ตั๋วเยี่ยมชมโรงงานช็อกโกแลตจากห่อช็อกโกแลตที่เขาซื้อ และเขาก็เลือกปู่ของเขาให้ได้สิทธิ์ไปเยี่ยมชมโรงงานกับเขา ซึ่งที่โรงงานทำช็อกโกแลตนี้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แขกผู้เข้าชมมาก เพราะไม่เพียงแต่โรงงานจะผลิตช็อกโกแลตและขนมหวานเท่านั้น แต่ขั้นตอนการผลิตยังต่างจากโรงงานทั่วไปอย่างเหลือเชื่อ เนื่องจากมีความแฟนตาซีเกินกว่าจะจินตนาการได้ ดังเข้าไปในโลกแห่งความฝัน ซึ่งผู้สร้างฝันนี้ก็คือเจ้าของโรงงานสุดเพี้ยน ชื่อว่า วิลลี่ วองก้า และการเชิญเด็ก ๆ และผู้ปกครองมาเยี่ยมชมโรงงานครั้งนี้เขาก็มีแผนการอยู่แล้ว จนท้ายที่สุดจากชาร์ลี กับ โรงงานช็อกโกแลตวรรณกรรมเยาวชนสุดคลาสสิกตลอดกาลนี้ เด็ก ๆ และพ่อแม่ที่ทำตัวไม่น่ารักก็ถูกเชิญให้ออกไปก่อนจบการเยี่ยมชม จนกระทั่งเหลือแค่เด็กชายชื่อชาร์ลี ซึ่งวิลลี่ วองก้า ก็ได้เฉลยว่าผู้ที่อยู่เป็นคนสุดท้ายจะได้รางวัลใหญ่ นั่นก็คือกุญแจโรงงาน เพื่อให้ชาร์ลีได้สืบทอดโรงงานนี้ต่อจากเขา เพราะชาร์ลีคือเด็กที่มีความพิเศษ…

เคล็ดลับฝึกทักษะการอ่าน ให้อ่านได้เร็ว อ่านดีมีประสิทธิภาพสูง ใช้ช่วงสอบ ตอบได้ทุกคำถาม

เคล็ดลับฝึกทักษะการอ่าน ให้อ่านได้เร็ว อ่านดีมีประสิทธิภาพสูง ใช้ช่วงสอบ ตอบได้ทุกคำถาม

การฝึกทักษะทางการอ่าน เพื่อให้อ่านได้เร็ว นอกจากจะช่วยประหยัดเวลาแล้ว ก็ยังทำให้เรารู้จักเลือกตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป แล้วเลือกจับประเด็นที่มีความสำคัญ ทำให้สมองของเราพัฒนาได้มากขึ้น ซึ่ง เคล็ดลับฝึกทักษะการอ่าน ให้อ่านเร็วจะช่วยให้สามารถอ่านหนังสือในช่วงสอบได้ดี และยังช่วยให้เข้าถึงสื่อที่ต้องใช้การอ่านได้ทุกประเภทด้วย  แนะนำ เคล็ดลับฝึกทักษะการอ่าน เพื่อใช้ในช่วงสอบ ให้มีประสิทธิภาพสูง เคล็ดลับฝึกทักษะการอ่านเชื่อไหมว่าคนที่ชอบอ่านแล้วออกเสียงหรือพูดตามไปด้วยนั้น จะทำให้ถ่วงเวลาในการอ่านเร็ว เนื่องจากสมองต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน ผิดกับคนที่อ่านในใจจะอ่านได้เร็วมากกว่า เคล็ดลับฝึกทักษะการอ่านให้เร็วที่สำคัญก็คือ เราต้องไม่มองหารายละเอียดทุกสิ่งแล้วจดจำ แต่มองหาเฉพาะข้อความที่สำคัญ หรือใจความสำคัญเท่านั้น ลองนึกภาพตอนที่เรามองหาชื่อของเราบนประกาศสิ แบบนั้นแหละ คือเราจะไม่อ่านทีละคำแต่เราจะกวาดตาให้เห็นสิ่งที่เราต้องการเท่านั้น และนั่นก็คือหัวใจของการอ่านเร็ว ซึ่งพอเราเห็นสิ่งสำคัญที่อยู่ในนั้นแล้ว เราก็จะเข้าใจว่าผู้เขียนต้องการจะสื่ออะไรนั่นเอง  เคล็ดลับฝึกทักษะการอ่านหลายคนที่ชอบทำเครื่องหมาย ไฮไลต์ หรือขีดเส้นใต้บางคำหรือบางใจความในหนังสือ นั่นแหละคือสิ่งที่จะช่วยให้การอ่านเร็วมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น เพราะเมื่อเราค้นพบข้อความสำคัญในหน้านั้น ๆ แล้วเรากลัวลืม เราก็ควรทำสัญลักษณ์เอาไว้ พอเรากลับมาเปิดอ่านอีกรอบเราก็ไม่จำเป็นต้องอ่านทั้งเล่มอีก แต่อ่านเฉพาะตรงส่วนนั้นก็ได้ และทำให้เราสามารถสรุปใจความสำคัญได้ดีขึ้น แต่สำหรับการทำเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์นั้นก็ขอเตือนว่าอย่าพยายามทำมากจนเกินไป ในหน้าหนึ่งไม่ควรจะทำมากเสียจนกลายเป็นว่าทุกอย่างสำคัญหมด เราควรเลือกและรู้จักตัดประเด็นบางอย่างออกไปบ้าง แล้วเลือกเฉพาะที่สำคัญจริง ๆ เท่านั้น ก็จะทำให้เรารู้จักการคิดวิเคราะห์มากขึ้นด้วย เคล็ดลับฝึกทักษะการอ่านเมื่ออ่านนานและอ่านเร็ว ๆ บางครั้งก็อาจทำให้เมื่อยล้าสายตาได้…

“การศึกษาเกาหลีใต้” ติดอันดับ 1 ระบบการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก ยั่วใจให้น่าไปเรียนต่อ

“การศึกษาเกาหลีใต้” ติดอันดับ 1 ระบบการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก ยั่วใจให้น่าไปเรียนต่อ

ในปี 2020 การศึกษาเกาหลีใต้ ติดอันดับประเทศที่มี ระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก แซงหน้าประเทศจากซีกโลกตะวันตกไปแบบไม่เห็นฝุ่น ทำให้ตอนนี้เกาหลีใต้เป็นอีกประเทศที่ผู้ปกครองในบ้านเรากำลังเล็งไว้เผื่อจะส่งลูกหลานไปเรียนต่อ และเพราะเหตุใดจึงทำให้ระบบการศึกษาของเกาหลีใต้ดีสุดยอดจนใคร ๆ ก็อยากไปเรียนกันล่ะ ถ้าอยากรู้มาดูกัน การศึกษาเกาหลีใต้ ปฏิรูประบบ เพื่ออนาคต ในปี 2001 เกาหลีมีการปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการใหม่ โดยเน้นปรับให้เข้ากับยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยมีอำหนาจหน้าที่ไม่เพียงแต่เฉพาะการเรียนภายในสถาบันการศึกษาเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงสถาบันอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับอาชีพและการใช้ชีวิต   การศึกษาเกาหลีใต้เน้นผลิตคนให้เหมาะกับงาน หลักสูตรการศึกษาของเกาหลีใต้จะออกแบบมาให้ผู้เรียนมีคุณสมบัติที่เหมาะจะทำงานได้จริง เช่น มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง มีบุคลิกภาพที่ดี รู้จักอุทิศตนเพื่อส่วนรวม รู้จักพัฒนาศักยภาพความสามารถเพื่ออาชีพของตน และที่สำคัญคือคุณสมบัติทุกประการจะอยู่บนพื้นฐานของประชาธิปไตย   การศึกษาเกาหลีใต้ในระดับอุดมศึกษาเด่นมาก ระดับอุดมศึกษาหรือมหาวิทยาลัยในเกาหลีใต้มีชื่อเสียงในระดับโลก เพราะส่วนใหญ่เน้นความเป็นเลิศทางวิชาการ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็มีการแข่งขันกันสูงมากเพื่อให้ก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ทำให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ มีบทบาทต่อสังคมมาก โดยเฉพาะงานวิจัย นวัตกรรม และการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อชุมชุนและในระดับโลก โดยเฉพาะในวงการอุตสาหกรรมที่เกาหลีใต้ยืนหนึ่งเรื่องนี้ ดังนั้นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยชั้นนำในเกาหลีใต้จึงได้รับการยอมรับเรื่องคุณภาพในระดับสุง บุคลากรทางการศึกษาเกาหลีใต้มีประสิทธิภาพสูง ครูหรือบุคลากรทางการศึกษาของเกาหลีใต้ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักเรียนนักศึกษามีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง…

ส่วนต่าง ๆ ของหนังสือ ที่ควรรู้ ส่วนไหนของหนังสือต้องอ่านให้จำ เน้นย้ำเป็นพิเศษ

ส่วนต่าง ๆ ของหนังสือ ที่ควรรู้ ส่วนไหนของหนังสือต้องอ่านให้จำ เน้นย้ำเป็นพิเศษ

ในการอ่านหนังสือสักเล่มโดยเฉพาะหนังสือเรียน ตำรา หรือหนังสือสอบ อย่างน้อยเราก็ควรจดจำส่วนต่าง ๆ ของหนังสือเล่มนั้นได้เป็นอย่างดี แต่จะมีบางส่วนที่จะต้องจำโดยใช้เทคนิคการอ่านหนังสือที่พิเศษสักหน่อย เพื่อทำให้การอ่านหนังสือมีประสิทธิภาพ อ่านแล้วไม่ใช่แค่จำได้ แต่เข้าใจอย่างแท้จริง  เราควรรู้ถึง ส่วนต่าง ๆ ของหนังสือ กันก่อน เพื่อการอ่านหนังสือ จะได้มีประสิทธิภาพ ส่วนต่าง ๆ ของหนังสือ ที่ควรรู้ ส่วนต่าง ๆ ของหนังสือส่วนแรกคือ หัวเรื่อง หัวข้อ หรือพาดหัวของหนังสือ การจดจำหัวเรื่องหรือหัวข้อในหนังสือให้ได้นั้น จะช่วยให้เมื่อต้องทำสอบ เราจะนึกออกได้ทันทีว่าคำตอบที่เราต้องการอยู่ในหัวข้อนั้น ๆ ช่วยให้ความคิดของเราไม่กระจัดกระจาย สามารถตอบได้ตรงจุด ตรงคำถามมากขึ้น ส่วนต่าง ๆ ของหนังสือส่วนที่สองคือ เนื้อหาของหนังสือ   เนื้อหาหรือข้อมูลในหนังสือทั่วไปเป็นส่วนที่มีปริมาณมากที่สุด แน่นอนว่าการจำทั้งหมดย่อมเป็นไปได้ยากโดยเฉพาะกับตำราเล่มหนาปึ้ก ดังนั้นเราจึงต้องรู้จักเลือกจำบางอย่าง ปล่อยผ่านบางอย่าง โดยการคาดเดาจากอาจารย์ที่สอน ว่าท่านเน้นย้ำเนื้อหาใดเป็นพิเศษ ส่วนต่าง ๆ ของหนังสือส่วนที่สามคือ ใจความสำคัญ หรือ main…

ทักษะการอ่าน ของคุณอยู่ระดับใด อยู่ในขั้นไหน ถ้าอยากรู้มาดูกัน

ทักษะการอ่าน ของคุณอยู่ระดับใด อยู่ในขั้นไหน ถ้าอยากรู้มาดูกัน

ใคร ๆ ก็อ่านหนังสือได้ แต่เราอยากจะเป็นคนที่อ่านได้แบบไหนกันล่ะ โดยเฉพาะนักเรียนและนักศึกษา ที่มีความจำเป็นจะต้องอ่านหนังสือ ให้มาก และอย่างสม่ำเสมอ การรู้ว่าตนเองมีทักษะในการอ่านระดับใด ก็จะช่วยให้รู้ตัว ประเมินความสามารถของตนได้ และนำไปใช้พัฒนาปรับปรุง ทักษะการอ่าน ต่อไป ทักษะการอ่าน ของแต่ละคนมี 4 ระดับ ดังนี้ ทักษะการอ่าน ระดับพื้นฐาน : คนที่อ่านออก คือคนที่อ่านหนังสือแบบอ่านออก สะกดคำเป็น อ่านออกเสียถูก อ่านแล้วไม่ค่อยมีผิด แต่เป็นแค่ในระดับที่เพียงแค่อ่านออกเขียนได้เท่านั้น แม้จะสามารถจดจำสิ่งที่อ่านได้ดี แต่ก็ยังไม่สามารถเข้าใจเนื้อหาในระดับลึก ๆ ได้ คล้าย ๆ กับการอ่านแบบนกแก้วนกขุนทอง ซึ่งทักษะการอ่านระดับนี้มักพบได้ในระดับชั้นประถมต้น ทักษะการอ่าน ระดับพอใช้ : คนที่อ่านแล้วเข้าใจ คือคนที่นอกจากจะอ่านได้ไม่มีผิดแล้ว ก็ยังเข้าใจรูปประโยคของสิ่งที่อ่านด้วย รวมทั้งยังพอสรุปใจความสำคัญ หรือย่อความได้ด้วย  และแม้จะพอวิเคราะห์ได้แต่ก็ไม่ลึกซึ้ง ซึ่งทักษะการอ่านระดับนี้มักพบได้ในระดับชั้นประถมปลายและมัธยมต้น ทักษะการอ่าน ระดับดี : คนที่อ่านแล้วรู้จักคิดวิเคาระห์…

สมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยเกาหลีใต้ เราจะต้องทำอย่างไรบ้าง ?

สมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยเกาหลีใต้ เราจะต้องทำอย่างไรบ้าง ?

“เกาหลี” ใต้คือประเทศที่มีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก ในปี 2020 ดังนั้นจึงทำให้หนุ่มสาวที่กำลังมองหามหาวิทยาลัยเพื่อศึกษาต่อ เล็งมหาวิทยาลัยที่เกาหลีใต้เอาไว้เช่นกัน ถ้าอย่างนั้นมาดูกันว่าหากเราต้องการ สมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยเกาหลีใต้ จะต้องทำอย่างไรบ้าง แนะนำ การเตรียมตัว และเตรียมเอกสาร ต่างๆ ในการ สมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยเกาหลีใต้ การติดต่อสมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยเกาหลีใต้ที่หน่วยงานใด คุณไม่ต้องกังวลว่าจะชั้นจะติดต่อที่ไหนยังไง เพราะตามมหาวิทยาลัยเกาหลีใต้เกือบทุกแห่งเค้าโกอินเตอร์กันแล้ว ดังนั้นจึงมี International Office คอยให้คำปรึกษาแนะนำเรื่องการเรียนต่อของนักศึกษาต่างชาติ ซึ่งคุณสามารถติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์ได้เลย เอกสารที่ใช้ สมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยเกาหลีใต้ เอกสารที่ใช้สมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยเกาหลีใต้อาจมีความแตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะต้องมีเอกสารพวกนี้ เช่น -เอกสารการสมัครซึ่งทางมหาวิทยาลัยจะระบุข้อกำหนดมา -สูติบัตรของเราเพื่อยืนยันความสัมพันธ์ของพ่อแม่และเรา   -ตัวสำเนาของพาสปอร์ตตัวเอง และพ่อแม่ของเรา -หลักฐานที่เกี่ยวกับการเข้าและออกประเทศซึ่งออกโดยเจ้าหน้าที่ของเกาหลี     -เอกสารการจบการศึกษาจากสถาบันเดิม หรือเอกสารระบุว่ากำลังศึกษาในระดับชั้นใด –หนังสือรับรองโดยอาจารย์หรือที่จากทำงานเก่าของคุณ ซึ่งจดหมายที่เขียนโดยอาจารย์ที่กล่าวถึงเราในแง่ดีจะยิ่งได้เครดิตมาก -เอกสารแสดงความสามารถทางภาษาอังกฤษ หรือภาษาเกาหลี หรือพวก TOEFL / IELTS    -กรณีที่มีพอร์ตงาน (Portfolio) หรือผลงานตอนที่เคยทำงานก็ควรหนีบไปโชว์เค้าด้วย ขั้นตอนการสมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยเกาหลีใต้คร่าว…