เคล็ดลับการอ่านหนังสือ

เรียนอย่างไร

เรียนอย่างไร ให้มีประสิทธิภาพไม่กดดันตัวเองจนเกินไป

            เมื่อโลกเติบโตอย่างรวดเร็วอาจเรียกได้ว่าแบบก้าวกระโดดเลยก็ว่าได้ ดังนั้นการเรียน เรียนอย่างไร หรือการศึกษาของเด็กปัจจุบันจึงมีการเพิ่มองค์ความรู้มากกว่าในอดีตที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก ที่ไม่เน้นเพียงแต่หลักวิชาการเท่านั้น แต่ในแง่ของภาษาเองอย่างน้อยก็ควรได้สัก 3 ภาษา จากที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะเรียนรู้แค่ ภาษาที่ 2 เท่านั้น และเมื่อต้องเรียนรู้อย่างหนักในทุกๆ วิชา จึงทำให้เด็กหลายคนเกิดความเครียด และประสิทธิภาพในการเรียนลดน้อยลง ดังนั้นจะต้องหาวิธีแก้เพื่อให้การเรียนเป็นไปอย่างดีขึ้น             วิธี เรียนอย่างไร ให้มีประสิทธิภาพสามารถนำไปใช้ได้จริง             ในทุกการเรียนให้เริ่มจากปรับมายด์เซ็ทของผู้เรียนก่อน สอบ กพ การศึกษาไทย สอบสัมภาษณ์ โดยต้องตั้งในหัวว่า “จะเรียนอย่างไรให้เข้าใจมากที่สุด” หรือหากใครที่เป็นสายขี้เกียจ ก็ตั้งในหัวว่า “จะเรียนอย่างไรให้เห็นผลและมีประสิทธิภาพมากที่สุด” เมื่อเราได้ตั้งมายด์เซ็ทบนหัว จากนี้ก็ลองมาเลือกวิธีการเรียนที่เหมาะกับการเรียน โดยสามารถแบ่งได้ตามนี้ เรียนรู้แบบเข้าใจจากการอ่าน – เมื่อได้อ่านลองพยายามทำความเข้าใจจากการอ่าน และอธิบายในใจหรือเขียนออกมาเป็นภาษาตัวเอง ก็จะทำให้เข้าใจในการเรียนได้มากขึ้น เรียนรู้แบบเข้าใจจากการฟัง – สำหรับใครที่ชอบฟังหรือต้องมีคนคอยอธิบาย ก็สามารถจับใจความในสิ่งที่คนสอนได้พูด จากนั้นก็มาเขียนสรุปหัวข้อ และดีเทลแบบคร่าวๆ ในแบบสั้นกระชับ เรียนรู้แบบเข้าใจจากการสอน –…

เรียนอังกฤษเพิ่มเติม

เหตุผลดีๆในการศึกษาวิชา ภาษา อังกฤษ เพิ่มเติม

ภาษา อังกฤษ เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับกันจริงๆว่า ภาษา อังกฤษ เป็นภาษาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกดังนั้นผู้ที่มีความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษอย่างเชี่ยวชาญจึงมีข้อได้เปรียบในการติดต่อสื่อสารการทำงานหรือการประกอบธุรกิจด้านต่างๆซึ่งเป็นภาษากลางที่ใช้สื่อสารเป็นภาษาหลักซึ่งในประเทศไทยการเรียนการศึกษา ภาษาอังกฤษในสถาบันการศึกษาภาคปกติอาจจะยังไม่เพียงพอต่อตัวนักเรียนหรือนักศึกษาเองเรามาดูกันว่าการศึกษาวิชาภาษาอังกฤษเพิ่มเติมมีผลดีอย่างไรบ้าง ใช้ ภาษา อังกฤษ ในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะพบเจอนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่อาจจะเข้ามาพบปะพูดคุยก็สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติได้ทันทีโดยไม่จำเป็นจะต้องพึ่งพาผู้อื่นและเข้าใจไม่ผิดพลาดหรือเมื่อเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศซึ่งไม่ว่าประเทศไหนก็มักจะใช้พื้นฐานเป็นภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักเราก็สามารถนำภาษาอังกฤษมาใช้สื่อสารได้ทันทีอย่างมีประสิทธิภาพ​ ซึ่งจะเห็นได้ว่าเพื่อนบ้านในอาเซียนประเทศไทยก็มีทักษะในการใช้ภาษาได้หลายภาษาไม่ว่าจะเป็นภาษาท้องถิ่นและภาษาอังกฤษรวมถึงภาษาไทยดังนั้นเพื่อนบ้านอาเซียนจึงมีข้อได้เปรียบการใช้ภาษาได้หลากหลายกว่าคนไทยดังนั้นจึงจะเป็นการดีไม่น้อยเลยถ้าเราสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้เพิ่มเติมเป็นภาษาที่2 หรือ3 สามารถนำไปใช้ในการสัมภาษณ์งานได้ซึ่งในปัจจุบันนี้หลายๆบริษัทก็มักจะมองหาพนักงานที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้และถ้ามีทักษะในการพูดการเขียนการอ่านที่ดีก็มักจะได้รับการเลือกเข้าไปทำงานรวมถึงยังสามารถปรับเพิ่มเงินเดือนได้ ภาษาอังกฤษนับว่าเป็นภาษาหลักของโลกที่มีประชากรของโลกใช้มากที่สุดเป็นอันดับ 3 อีกทั้งใน การไปศึกษาต่อต่างประเทศยังต้องมีการสอบวัดพื้นฐานภาษาอังกฤษประเภท TOEFL IELTS หรือToeicซึ่งถ้ามีภาษาอังกฤษพื้นฐานที่ดีก็สามารทำคะแนนจากการสอบวัดระดับพื้นฐานได้มากกว่า และมีโอกาสไปศึกษาต่อในต่างประเทศได้ง่ายกว่านั้นเอง ในการศึกษาระดับปริญญาโทมีบางวิชาจะต้องทำการการวิจัยต่างๆที่เป็นภาษาอังกฤษซึ่งจะต้องตีพิมพ์วารสารภาษาอังกฤษไปยัง ศูนย์การศึกษาในต่างประเทศการที่ตัวนักศึกษาสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้เนื่องจากมีการศึกษาภาษาอังกฤษเพิ่มเติมก็จะทำให้สามารถแปลภาษาได้อย่างถูกหลักไวยากรณ์และ มีสำนวนที่ถูกต้องสวยงาม โดยไม่จำเป็น ไปจ้างนักแปลภาษามาแปล ซึ่งผู้เรียนพิเศษภาษาอังกฤษเพิ่มเติม ยังสามารถนำไปใช้แปลภาษาเองและยังสามารถเป็นความรู้ติดตัวต่อไปในอนาคตด้วย สามารถมีความรู้ความเข้าใจและเทคนิคทางด้านวิทยาศาสตร์ได้ง่ายขึ้นเพราะว่าในบางครั้ง การใช้ภาษาทางด้านวิทยาศาสตร์หรือคอมพิวเตอร์ด้านต่างๆก็ มักจะใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนหรือการอธิบายศัพท์เฉพาะทางดังนั้นถ้ามีพื้นฐานทางด้านภาษาอังกฤษที่ดีแล้วก็จะทำให้สามารถแปลความหมายจากคำศัพท์เทคนิคเฉพาะทางได้เข้าใจได้ไม่ยาก แม้ว่า ภาษา อังกฤษ ไม่ใช่ภาษาแม่แต่การที่เราจะเรียนรู้ศึกษาเพิ่มเติมเป็นภาษาที่สองหรือภาษาที่สามก็นับว่าเป็นข้อได้เปรียบมากถ้าได้รับศึกษาเพิ่มเติมก็ไม่ได้เสียหาย ก็จะเป็นประโยชน์แก่ตัวผู้ศึกษามากมาย สอบ กพ การศึกษาไทย สอบสัมภาษณ์ การศึกษาไทย

เรียนภาษาให้สนุก

เรียนภาษาอังกฤษ อย่างไรให้สนุก

เชื่อว่าหลายๆคนอาจจะไม่ถนัดในการใช้ เรียนภาษาอังกฤษ มากนักเพราะในการศึกษาในโรงเรียนก็อาจจะมีความ ไม่สนุกสนานเพราะว่าเป็นการศึกษาแบบ conventional ที่เน้นไปแต่หลักการใช้ภาษาหลักไวยากรณ์จึงส่งผลทำให้นักเรียนนั้นอาจจะเกิดความเบื่อหน่ายและคิดว่าภาษาอังกฤษยากเกินไปที่เข้าใจและศึกษาเราลองมีเทคนิคในการ การศึกษาภาษาอังกฤษในรูปแบบใหม่ๆก็ทำให้แปลภาษาอังกฤษได้ง่ายขึ้นจึงขอแนะนำดังนี้ เริ่มต้นจากการอ่านบทความ เรียนภาษาอังกฤษ ในเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องกับความชื่นชอบส่วนตัวของนักศึกษา อาทิเช่นเนื้อเพลงที่กำลังฮิตในขณะนั้นที่ตัวผู้ศึกษาชื่นชอบก็ทำให้รู้ว่าเนื้อเพลงนั้นมีการใช้ภาษาอย่างไรอีกทั้งถ้าเป็นเพลงที่อยู่ในยุคปัจจุบันก็จะได้รู้ว่าคำศัพท์ที่มีการใช้คำสแลงเป็นอย่างไรซึ่งนับว่าเป็นการใช้ภาษาอังกฤษที่เข้ายุคกับเข้าสมัยก็จะ ส่งผลทำให้สนใจในการศึกษาภาษาอังกฤษมากขึ้นลองเลือกหาบทความต่างๆที่น่าสนใจในการเริ่มต้นอ่านเพื่อทำความเข้าใจในสิ่งที่ชอบ ลองฟังวิทยุ ภาษาอังกฤษ มากขึ้นซึ่งการฟังวิทยุภาษาอังกฤษนี้อาจจะเป็นการฟังแบบผ่านๆไม่ต้องสนใจตัวเนื้อหาสาระมากนักเป็นการฟังให้รู้จักสำเนียงของการออกเสียงภาษาอังกฤษที่ถูกต้องและเมื่อเราสามารถฟังภาษาอังกฤษจากสำเนียงสำเนียงที่ถูกต้องแล้วก็จะ ส่งผลให้มีการออกเสียงตามเสียงที่ได้ยินและเมื่อมีการออกเสียงและพูดได้ในสำเนียงเดียวกันก็ทำให้การสื่อสารเป็นไปได้อย่างง่ายดายมากขึ้น ฝึก เรียนภาษาอังกฤษ จากการดูภาพยนตร์ที่ชื่นชอบโดย ดูแบบใช้เสียงภาษาอังกฤษและไม่เปิด subtitle ภาษาไทยให้ดูกริยาท่าทางเรื่องราวในภาพยนตร์พร้อมกับประโยคที่พูดออกมาก็จะได้เรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติว่าประโยคไหนใช้กับสถานการณ์แบบไหนก็จะเรียนรู้ได้อัตโนมัติตามภาพและเสียงที่ออกมา ลองใช้คำทับศัพท์เป็นภาษาอังกฤษ อย่ากลัวในการใช้คำทับศัพท์เป็นภาษาอังกฤษก็จะทำให้ สามารถเข้าใจในภาษาอังกฤษได้ง่ายยิ่งขึ้นซึ่งไม่ควรอายที่จะเริ่มใช้เวลาพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ช่วงแรกอาจจะมีการเขินบ้างแต่ถ้าทำต่อไปเรื่อยๆก็จะเกิดความชินและสามารถเข้าใจภาษาอังกฤษได้อัตโนมัติ หาเกมที่เป็น ภาษาอังกฤษเล่น สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกมควรจะเล่นเกมที่มีศัพท์ภาษาอังกฤษก็จะได้เรียนรู้ว่าภาษาอังกฤษแบบไหนใช้อยู่อยู่กับในสถานการณ์อะไรก็ทำให้สามารถเรียนรู้ในสถานการณ์ต่างๆและสามารถนำมาปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวัน แต่ที่สำคัญที่สุดของการศึกษาภาษาอังกฤษที่จะทำให้ผู้เรียนได้ผลลัพธ์ที่ดีก็คือผู้เรียนนั้นอย่างเขินอายในการที่จะเรียนรู้และพูดภาษาอังกฤษหรือเมื่อเจอคนต่างชาติก็ไม่ควรจะอายในการพูดควรพูดออกไปเลยเพราะอย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่พบเจอในเมืองไทยก็จะพยายามทำความเข้าใจกับภาษาอังกฤษของคนไทยอยู่แล้วดังนั้นการพูดภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติจึงสามารถและทักษะในการสื่อสารโดยตรงกับเจ้าของภาษา ซึ่งควรใช้ภาษาอังกฤษให้ชินก็ทำให้การศึกษาภาษาอังกฤษเพิ่มเติมเป็นเรื่องสนุกและสามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน สอบ กพ การศึกษาไทย สอบสัมภาษณ์ การศึกษาไทย

แอพพลิเคชั่น

แอพพลิเคชั่น ที่ช่วยให้การศึกษาภาษาอังกฤษง่ายขึ้น

แอพพลิเคชั่น ในทุกๆวันนี้โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนนับว่าเป็นส่วนหนึ่ง ของการใช้ชีวิตประจำวัน สร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้เป็นจำนวนมากไม่ว่าจะทำอะไรแค่เพียง ติดตั้งแอพพลิเคชั่น พี่มีมากมายก็สามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการรวมถึงในปัจจุบันนี้ยังมีแอพพลิเคชั่นที่ช่วยสอนช่วยฝึกภาษาอังกฤษให้สามารถเข้าใจได้อย่างมากขึ้น ลองมาดูว่ามี แอพอะไรที่น่าสนใจบ้างที่เป็นยอดที่นิยมในปัจจุบัน แอพพลิเคชั่นEcho English Application นี้เป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่างภาครัฐบาลส่วนกระทรวงศึกษาธิการและภาคสถาบันการศึกษาเอกชนซึ่งมีหลักสูตรให้ผู้เรียนสามารถฝึกฝนได้ถึง 200 บทเรียนที่เกี่ยวข้องกับ การใช้ภาษาทั้งการพูดการอ่านและการเขียน ในฟีเจอร์ของแอพพลิเคชั่นนี้ก็จะมีรูปแบบวีดีโอให้ฝึกฝนและเรียนรู้ถึงสถานการณ์ต่างๆว่าต้องใช้ภาษาแบบไหน สถานการณ์ในชีวิตประจำวัน ภาษาอังกฤษที่ใช้ติดต่อสื่อสารทั้งด้านธุรกิจ วิชาชีพต่างๆ อีกทั้งยังมีพื้นฐานการใช้ภาษา ประเภท การถามทางบทสนทนาพื้นฐาน ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึง ยังมีระบบการทดสอบเพื่อประเมินผล การเรียนจากในแอพพลิเคชั่นว่าอยู่ในระดับใดเพื่อพัฒนาทักษะเพิ่มเติมมากขึ้นซึ่งรองรับการใช้งาน Smart Phone ทั้งระบบ iOS และ Android และเป็น Application ที่เปิดใช้บริการฟรี แอพพลิเคชั่น Speak Practice your English อันนี้เป็นแอพพลิเคชั่นที่เน้นทักษะในการพูดและฟังภาษาอังกฤษ โดยแอพพลิเคชั่นมีรูปแบบแอพพลิเคชั่นคล้ายคลึงกับแอพพลิเคชั่นสนทนาทั่วไปที่มีการฝึกพิมพ์รูปประโยคต่างๆและยังส่งเสียงตอบโต้กันได้ รูปแบบการใช้ App เหมือนการเล่นเกมเพราะว่าเมื่อผ่านตัวละครที่สนทนาเป็นตัวอย่างแล้วก็จะปลดล็อคตัวละครอื่นๆในแอพพลิเคชั่น ให้สนทนาในสถานการณ์ที่แตกต่างๆกัน มีความโดดเด่นก็คือการพูดเข้าในแอพนี้จะมีการบอกแสดงให้รู้ว่าประโยคที่พูดออกไปเป็นประโยคที่สื่อสารได้รู้เรื่องหรือไม่ และรองรับการใช้งานผ่าน Smart Phone…

เทคนิคการอ่าน

เคล็ดลับอ่านหนังสือ สอบจำขึ้นใจสอบรอบนี้ผ่านแน่

เคล็ดลับอ่านหนังสือ สอบจำขึ้นใจ สอบรอบนี้ผ่านแน่ แน่นอนว่าในการสอบ ทุกครั้ง จะต้องทำความเข้าใจ หรืออ่านจนให้เกิดความเข้าใจและจำได้ขึ้นใจ จะทำให้ผู้ที่เข้าสอบสอบผ่าน หรือสอบได้ในทุกครั้งที่เข้าสอบ ดังนั้นเรามีเคล็ดลับการอ่าน หนังสือจำขึ้นใจ โดยมีเคล็ดลับง่ายๆดังต่อไปนี้ หลังจากที่เก็บรายละเอียดเนื้อหาในส่วนต่างๆที่คำคัญแล้ว อีกหนึ่ง เคล็ดลับการอ่านหนังสือ การจำคือ การสรุปเนื้อหาที่สำคัญ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความ เข้าใจและสามารถเข้าใจรายละเอียดของเนื้อหาได้ ผู้อ่านควร สรุปเนื้อหาสำคัญ ทุกครั้ง หลังจากที่ อ่านเนื้อหาจบในแต่ละบท เพื่อที่ตัวเองจะสามารถนำไปทบทวนทำความเข้าใจในเนื้อหาที่สำคัญได้ง่ายขึ้น โดยที่ผู้อ่านควร สรุปโดยใช้การจดบันทึก และใช้ปากกาที่มีสีสันแตกต่างกันออกไป เพื่อให้ ช่วยในการจดจำได้ง่าย การท่องจำ คือลักษณะการอ่านข้อความเดิมๆซ้ำไปซ้ำมา จนทำให้เกิดการจำที่ลืมได้ยาก เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่ช่วยให้ผู้เข้าสอบ สามารถที่จะทำการสอบผ่านได้ โดยที่ผู้เข้าสอบ ท่องจำในส่วนของ เนื้อหาสำคัญที่ตัวเองได้สรุปไว้ จะทำให้ผู้อ่านสามารถจำข้อความหรือเนื้อหานั้นได้อย่างแม่นยำ   เคล็ดลับการอ่านหนังสือ หน้าห้องสอบ หรือการอ่านหนังสือก่อนที่จะเข้าห้องสอบ ถือว่าเป็นโค้งสุดท้ายก่อนที่จะเข้าห้องสอบ โดยผู้ที่จะเข้าสอบสามารถนำสรุปเนื้อหาในแต่ละบทที่ตัวเองสรุปไว้แล้วนั้นมาอ่านทบทวนอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความแน่ใจในการทำข้อสอบ โดยการทบทวน ในส่วนที่ตัวเองไม่มั่นใจ หรือในส่วนที่ทำความเข้าใจได้ยาก โดยการอ่าน…

เทคนิคการอ่านหนังสือ

เทคนิคการอ่านหนังสือ อ่านอย่างไร? ให้เข้าใจได้ง่าย

สำหรับนักเรียน นักศึกษาที่กำลังอยู่ในช่วงการเรียนไม่ว่าชั้นใดก็ตาม หรือจะเป็นในส่วนของกลุ่มคนวัยทำงานก็ตามแต่ที่ต้องการหาความรู้เพิ่มเติม การหาความรู้จากหนังสือเป็นวิธีการหนึ่งที่เห็นผล ที่เราสามารถลงมือเอง ลุยอ่านเอง และได้ความรู้มาแบบง่ายๆ โดยที่ไม่จำเป็นต้องลงเรียนคอร์ส แต่เชื่อว่าใครหลายคนมักอ่านไปแล้วกลับลืมเสียเป็นส่วนใหญ่ แล้วพอจะกลับมาใช้ก็กลายว่าลืมหมดไปแล้ว เราจึงจะมาแนะนำ เทคนิคการอ่านหนังสือ ให้เข้าใจง่าย ให้กับทุกท่านได้ทราบกัน เทคนิคการอ่านหนังสือ ให้เข้าใจง่ายและเห็นผลได้จริง ก่อนการอ่านหนังสือเพื่อ การศึกษา หรือเพื่อความบันเทิงทุกครั้งเทคนิคการอ่านหนังสือควรที่จะทำสมาธิ ตั้งสติเพื่อให้โฟกัสกับการอ่านหนังสือ พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งรบกวนไม่ว่าจะเป็นโซเชียล เสียงที่รบกวนที่ทำให้หลุดจากโฟกัส หรือถ้าใครมีเรื่องไม่สบายใจ พยายามหยุดคิด หรือเขียนความไม่สบายใจเหล่านั้นลงในกระดาษ เพื่อที่ว่าเราจะได้ไม่วนอยู่กับความคิด แล้วเมื่ออ่านหนังสือจบก็ค่อยมาแก้ความกังวลใจนั้นได้อีกรอบ โดยเทคนิคการอ่านหนังสือมีดังนี้ เปิดอ่านสารบัญของหนังสือเล่มนี้ ก่อนการอ่านหนังสือทุกเล่มควรเลือกอ่านสารบัญก่อน เพื่อที่จะได้รู้ว่าเนื้อหาในเล่มทั้งหมดมีประเด็นสำคัญอะไรที่นำเสนอบ้าง เพื่อที่ว่าเราจะได้เข้าใจภาพรวมของหนังสือก่อน ไล่อ่านทีละบทตรงไหนสำคัญให้ไฮไลท์เอาไว้ เริ่มไล่อ่านทีละบทโดยดูเนื้อหาหัวข้อแต่ละหัวข้อไปก่อน และเมื่อหัวข้อนั้น เจอคำอธิบายที่สำคัญให้ทำการไฮไลท์จุดๆนั้นไว้ อ่านทวนตรงที่ให้ไฮไลท์แล้วลองเล่าเป็นภาษาตัวเอง เมื่ออ่านจบครบ 1 บท ลองไล่อ่านตรงที่เป็นไฮไลท์อีกที แล้วลองอธิบายเป็นภาษาเราให้เข้าใจง่ายๆ โดยอาจนึกว่าเลือกอ่านให้เพื่อนฟังก็ได้ สำหรับเทคนิคการอ่านหนังสือที่แนะนำเบื้องต้นสามารถนำไปปรับใช้ตามความต้องการของแต่ละคนได้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อได้อ่านหนังสือประเภทไหนก็ตาม แต่ไม่มีการนำไปใช้หรือการแสดงออกแบบ Output ก็จะไม่ช่วยในการจดจำให้เราเท่าไหร่นัก แนะนำว่าอ่านเสร็จแต่ละบท แล้วลองนำไปปรับใช้ในชีวิตจริงกันเลยจะดีกว่า และสุดท้ายและท้ายสุดในวันนี้เราจะมาแนะนำสิ่งดีๆ…

เทคนิคการอ่านหนังสือสอบ

เทคนิคการอ่านหนังสือสอบ ที่ยังไงก็ทำจำได้ และทำข้อสอบได้ อย่างแน่นอน

การอ่านหนังสือเป็นสิ่งพื้นฐานในการเรียนรู้ของคนเราเลยก็ว่าได้ เราเริ่มฝึกพูด อ่าน เขียนตั้งแต่เด็กทำให้หลายๆคนคงรู้จักดีกับการอ่านหนังสือ ยิ่งในยุคปัจจุบันในการเรียนการสอนทุกๆโรงเรียนหรือมหาลัยมีการสอบตลอดเวลาเพราะการศึกษาของไทยนั้น คือ การเรียนแล้วนำไปสอบเพื่อวัดความรู้ของนักเรียนเลยก็ว่าได้ หลายๆคนอาจมีเทคนิคการอ่านหนังสือสอบที่แตกต่างกันไปตามสไตล์ของตัวเองซึ่งบางคนอาจจะจำได้ดีหรือบางคนอาจจะไม่เข้าใจและจำไม่ได้เลย ซึ่ง เทคนิคการอ่านหนังสือสอบ ที่นักเขียนจะแนะนำนั้นจะช่วยให้เหล่านักเรียนไทยสามารถจำได้ดียิ่งขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสอบ แนะนำ 3 เทคนิคการอ่านหนังสือสอบ 1.วางแผนในการอ่านหนังสือ สิ่งสำคัญอันดับแรกที่ควรจะทำก่อนจะเริ่มอ่านหนังสือก็คือ การจัดสรรเวลาในการอ่านเพื่อให้อ่านและทำความเข้าใจเนื้อหาได้ทันก่อนเวลาสอบ ซึ่งอาจจะกำหนดว่าวันนี้ต้องอ่านวิชาอะไรบ้างเป็นเวลากี่ชั่วโมงและสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ควรจะทำก็คือ กำหนดเวลาพักให้ตัวเองบ้างเพราะสมองคนเราสามารถรับได้จำกัดเมื่อถึงขีดจำกัดก็จะไม่สามารถรับข้อมูลอะไรเพิ่มได้อีก ซึ่งแต่ละคนควรหาช่วงเวลาในการอ่านและพักที่เหมาะสมกับตัวเอง เช่น บางคนอาจจะอ่านตอนเช้าได้ดีกว่าอ่านตอนกลางคืน หรือ ควรอ่านหนังสือ 1 ชั่วโมงแล้วพัก 10 นาที เป็นต้น เทคนิคการอ่านหนังสือสอบแบบนี้จะช่วยให้เพื่อนๆจำได้ดียิ่งขึ้น 2.อ่านออกเสียง หรือ จำเป็นภาพ เทคนิคการอ่านหนังสือสอบ การอ่านออกเสียงไปด้วยระหว่างอ่านหนังสือเหมือนเป็นการพูดทวนทำความเข้าใจกับตัวเองทำให้จำได้ดีขึ้น หรือ การจำเป็นภาพอาจจะนึกภาพต่างๆเพื่อโยงถึงเนื้อหาที่เราอ่านทำให้สามารถจำได้ดีขึ้น 3.การใช้ปากกาไฮไลท์และสรุปเนื้อหาสำคัญ การใช้ปากกาไฮไลท์เป็นเทคนิคการอ่านหนังสือสอบที่หลายๆคนนิยมทำ เพราะการไฮไลท์สีบนข้อความสำคัญต่างๆมีส่วนช่วยในการจำได้ดีและ การสรุปเนื้อหาสำคัญเมื่ออ่านจบเป็นการทบทวนเนื้อหาที่อ่านโดยใช้ความเข้าใจของตัวเองนอกจากนี้ยังสามารถนำสรุปมาอ่านทวนได้ง่ายและรวดเร็วอีกด้วยค่ะ ถ้าหากตอนนี้คุณกำลังมองหา เว็บไซต์ที่รวบเรื่องราว การศึกษา และความรู้ kor-kai.com มีข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาและความรู้ที่ความหลากหลาย ไว้ให้คุณได้ค้นคว้าและค้นหาแล้ว และถ้าคุณได้รับข้อมูล และความรู้กันไปตามที่ต้องการแล้ว ถ้ากำลังมองหาเกมออนไลน์ เล่นเพื่อคลายสมอง pp slot…

วิธีแก้ไขปัญหา ทำโจทย์ไม่ได้

ทำโจทย์ไม่ได้ ทั้งๆ ที่อ่านหนังสือ จนจบบทแล้ว มีวิธีแก้ไขยังไงดี?

ถ้าจะแนะนำเด็กที่ไม่สามารถทำคะแนนในรายวิชาใดวิชาหนึ่งได้ดีพอ ด้วยการบอกให้ขยันมากขึ้น ทั้งเรื่องเรียนในห้องและการอ่านหนังสือเพิ่มเติมด้วยตัวเอง ก็ต้องแย้งว่าบางคนได้ทำอย่างเต็มที่แล้วจริงๆ แต่ก็ยัง ทำโจทย์ไม่ได้ อยู่ดี ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่ขยัน แต่อาจเป็นเพราะวิธีการแก้ไขยังไม่เหมาะสมกับพวกเขามากพอ ดังนั้นแทนที่จะทุ่มเทอ่านหนังสือและทำโจทย์แบบเดิม ควรลองเปลี่ยนแนวทางในการพัฒนาตัวเองดูดีกว่า วิธีการแก้ไข ปัญหาอ่านหนังสือจนจบบทแล้วแต่ ทำโจทย์ไม่ได้ อย่างแรกคือให้วิเคราะห์ตัวเองว่าเราเข้าใจเนื้อหามากแค่ไหน การอ่านหนังสือจบบทที่ต้องการแล้วทำโจทย์ไม่ได้ มันก็มีเหตุผลอยู่ 2 อย่าง คือเราอ่านแล้วแต่ไม่ได้ทำความเข้าใจ เพียงแค่อ่านให้จบไปเท่านั้นเอง หรือเราเข้าใจทุกส่วนดีพอ แต่โจทย์ที่มีไม่สอดคล้องกับเนื้อหา อันนี้ก็มีให้เห็นบ้างกับหนังสือบางเล่ม คือสอนอย่างหนึ่งแต่เวลาเอาโจทย์มาให้ลองทำกลับเป็นโจทย์ประยุกต์ที่ต้องใช้ความรู้อื่นเพิ่มเติม แบบนี้จะทำไม่ได้ก็เป็นเรื่องปกติ ต่อมาให้ลองเปลี่ยนหนังสือดูก่อน อ่านเนื้อหาจากเล่มอื่นๆ ในเรื่องเดียวกัน แล้วดูว่ามีอะไรตกหล่นไปบ้าง จากนั้นค่อยกลับมาทำโจทย์อีกครั้ง ถ้าตอนนี้ทำโจทย์ไม่ได้อีก เราต้องหาตัวช่วยเสริม เพราะเราอาจตีความนิยามจากหนังสือได้ไม่ถูกต้องนัก ให้ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมชั้นที่มีความถนัดในวิชานั้นก่อน อาจจะนำโจทย์ที่เราติดปัญหาไปให้เพื่อนลองทำก็ได้ แล้วให้สังเกตขั้นตอนการแก้โจทย์ของเพื่อนว่าแตกต่างกับเราอย่างไร สุดท้ายคือให้อ่านเนื้อหาส่วนอื่นไปเลยโดยไม่ต้องสนใจประเด็นที่ทำโจทย์ไม่ได้ เพราะบางครั้งก็ต้องใช้การผสมผสานเนื้อหาหลายส่วน และเผลอๆ ก็อาจจะต้องใช้องค์ความรู้จากหลายวิชาอีกด้วย เรียกว่าเป็นโจทย์ประเภทบูรณาการนั่นเอง อย่างไรก็ตาม โจทย์ประเภทนี้จะมีในแบบทดสอบท้ายบทเรียนไม่มาก ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น หมายความว่าอีก 80 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ…

เทคนิค การอ่านจับใจความ จับใจความสำคัญ

การอ่านจับใจความ ง่ายนิดเดียว อยู่ที่การฝึกฝน ถ้าทำได้ก็เรียนเก่ง

การจะเรียนเก่งประการหนึ่งต้องเข้าใจเนื้อหาในหนังสือหรือตำราที่เรียนด้วย  แต่นักเรียน  นักศึกษาหลายคนมีปัญหาการอ่านด้านจับใจความ  อ่านจบแล้วไม่เข้าใจแจ่มแจ้งหรือไม่รู้ว่าประเด็นสำคัญคืออะไร  ดังนั้นมาฝึกฝน การอ่านจับใจความ ที่จริงๆ แล้วง่ายนิดเดียวกันดีกว่า… การอ่านจับใจความ ใช้เทคนิคอย่างนี้ เรียนดีแน่ โปรแกรมคร่าวๆ ก่อน เราย่อมรู้ว่าสิ่งที่จะอ่านคือวิชาอะไร  จะได้พบเจออะไรในหนังสือบ้าง  ให้โปรแกรมสิ่งนั้นสู่สมองคร่าวๆ เพื่อตีวงความเข้าใจและทำให้สมาธิพุ่งตรงไปที่การอ่านด้วย อ่านไล่เล่นๆ การอ่านจับใจความไม่ใช่การอ่านหนังสือหน้าชั้นเรียน  ดังนั้นไม่ต้องอ่านออกเสียงหรือค่อยๆ สะกดไปทีละตัว  ให้อ่านไล่เร็วๆ ไปเนื่องจากสมองของเราจะมองภาพรวมแบบอัตโนมัติ  (จะสังเกตว่าการอ่านเร็วๆ แม้มีคำผิดเราก็ยังอ่านคำนั้นได้ถูกอยู่ดี) สังเกตย่อหน้า วิธีการเขียนหนังสือของแต่ละคนแตกต่างกัน  แต่พบว่าผู้เขียนมักวางใจความสำคัญหรือประเด็นสำคัญไว้ที่แต่ละย่อหน้าแล้วตามด้วยการบรรยายรายละเอียดต่างๆ  ทำให้อ่านเข้าใจง่าย  รู้ได้ทันทีว่าอะไรคือส่วนสำคัญ  ดังนั้นให้สังเกตที่ย่อหน้าก่อนเสมอว่ามีใจความสำคัญซุกซ่อนอยู่หรือไม่?  ใจร้อนบ้างก็ได้ ผู้อ่านอาจขี้โกงเล็กน้อยด้วยการข้ามไปอ่านท้ายบทหรือท้ายหนังสือ  ที่ส่วนใหญ่แล้วมักเป็นบทสรุปหรือประเด็นสำคัญที่เราค้นหาอยู่ สร้างภาพ… การอ่านจับใจความที่ดีควรจินตนาการเนื้อหาที่กำลังอ่านให้เป็นภาพเหมือนดูภาพยนตร์  นอกจากความเพลิดเพลินแล้วยังช่วยจดจำเนื้อหาไปตามลำดับซึ่งช่วยไม่ให้สับสนด้วย  แต่ต้องจินตนาการแบบหนังสั้นที่มีประเด็นสำคัญ  ไม่ลงรายละเอียดให้เสียเวลา หมายเอาไว้ ในที่นี้คือการขีดเส้นใต้หรือไฮไลต์ข้อความสำคัญที่พบเจอ  หากอ่านซ้ำอีกจะได้เห็น  จำไม่ได้ก็จะได้หาเจอด้วย  ยกตัวอย่างเช่น  ในการเลือกตั้งครั้งนี้สมชัยได้เป็นประธานนักเรียนเนื่องจากเขามีความเป็นผู้นำสูงเมื่อเทียบกับผู้ลงสมัครคนอื่นๆ  (จะเห็นว่าส่วนที่ขีดเส้นใต้สำคัญที่สุด  นอกนั้นเป็นคำพรรณนา) และเมื่ออ่านไปเจอคำว่าสมชัยก็อาจเป็นได้ว่าเนื้อหาในส่วนนั้นกล่าวถึงผลการเลือกตั้งประธานนักเรียนนั่นเอง โน้ตย่อก็ดี การจำไม่สู้การจด …

การอ่านจับใจความ สิ่งสำคัญในการอ่านหนังสือ

การอ่านจับใจความ คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรบ้าง มาดูกัน!

นักเรียน  นักศึกษาหลายคนรู้วิธีอ่านจับใจความว่าต้องทำอย่างไร  แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า การอ่านจับใจความ แท้จริงคืออะไรและมีประโยชน์อย่างไรบ้าง  ดังนั้นตามมาทำความเข้าใจกันเถอะ…  การอ่านจับใจความ คืออะไร? ก่อนอื่นต้องมองความจริงก่อนว่าในหนังสือหรือตำราวิชาการอะไรก็แล้วแต่  ไม่ใช่ทุกบรรทัดทุกตัวอักษรจะสำคัญเท่าเทียมกัน  เพราะผู้เขียนมีสิ่งสำคัญที่อยากจะบอกและมีรายละเอียดปลีกย่อยที่อยากจะอธิบายนั่นเอง  ดังนั้นการอ่านข้อความหรือหนังสือสักเล่ม  ผู้อ่านต้องกลั่นกรองให้ได้ว่าสิ่งใดสำคัญโดยใช้วิธีการอ่านจับใจความที่มุ่งหาสาระหรือใจความสำคัญของเนื้อเรื่อง  ซึ่งทำให้ทราบว่าที่เหลือเป็นใจความรองและรายละเอียดต่างๆ  ขออธิบายเสริม  ดังนี้  1.  ใจความสำคัญ  คือ  แก่นของแต่ละย่อหน้า  ซึ่งแต่ละย่อหน้ามักมีใจความสำคัญประมาณ  1  –  2  ใจความ  โดยใจความสำคัญจะมีลักษณะ  ดังนี้ –  สั้นกระชับ  –  สามารถเป็นประโยคเดี่ยวๆ ได้เลย –  สามารถเป็นหัวข้อในแต่ละย่อหน้าได้  –  ไม่จำเป็นต้องมีประโยคอื่นเสริมหรือประกอบก็เข้าใจได้ 2.  ใจความรอง  (พลความ)  คือ  ส่วนที่ช่วยขยายหรือสนับสนุนให้ใจความสำคัญมีความชัดเจนและเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น  ได้แก่  การเปรียบเทียบเปรียบเปรย  การอธิบายเหตุผล  การให้คำจำกัดความ  และการยกตัวอย่างประกอบ  (ซึ่งเราอาจไม่จำเป็นต้องใส่ใจหากมีเวลาอ่านน้อยหรือต้องการทราบเนื้อหาสำคัญเพียงคร่าวๆ) 3.  รายละเอียด  คือ …