นักเรียน

มุมมองต่างๆ เกี่ยวกับ เด็กหลังห้อง

เด็กหลังห้อง นักเรียนหลังห้อง แค่นั่งหลังห้อง ใช่ว่าไม่รักเรียน

ภายในรั้วโรงเรียนมีเรื่องราวมากกว่าแค่ศึกษาหาความรู้ และเด็กทุกคนต้องก้าวผ่านจุดนั้นมาให้ได้ หากใครมีครอบครัวที่เข้าใจก็ถือว่าได้เปรียบหน่อย แต่ถ้าต้องแก้ปัญหาด้วยตัวเองลำพัง นี่ก็นับว่าหนักหนาพอสมควร อย่างกรณีของ เด็กหลังห้อง ที่มักจะได้รับการปฏิบัติแบบ 2 มาตรฐานเสมอ ซึ่งตรงนี้ทำให้หลายคนเปลี่ยนจากเด็กที่สนใจเรียนเป็นคนที่มีทัศนคติไม่ดีเกี่ยวกับการเรียนไปเลย ยิ่งกว่านั้นคือ บางทีครูผู้สอนก็ไม่รู้ตัวด้วยว่าสิ่งที่ทำนั้นกำลังบั่นทอนนักเรียนของตัวเองอยู่ มุมมองต่างๆ เกี่ยวกับ เด็กหลังห้อง ก่อนอื่นอยากให้ฟังมุมมองของเด็กหลังห้องกันก่อนว่า ทำไมเขาถึงอยากไปนั่งด้านหลัง แทนที่จะเป็นแถวหน้าเหมือนเด็กเรียนคนอื่นๆ มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของเด็กที่เลือกนั่งด้านหลัง มักจะมีเหตุผลอื่นที่นอกเหนือไปจากเรื่องเรียน เช่น เป็นเด็กตัวสูงและชอบให้มีพื้นที่ข้างหลังกว้างหน่อย อยากมองเห็นบรรยากาศมุมกว้างภายในห้อง ต้องการความเป็นส่วนตัวบ้างในบางเวลา ที่นั่งด้านหลังใกล้กับหน้าต่างหรือประตูที่ทำให้รู้สึกสบายกว่า เป็นต้น แต่ในมุมมองของผู้สอนบางคน จะเพ่งเล็งว่าเด็กหลังห้องคือเด็กที่ไม่ตั้งใจเรียน และไม่ค่อยให้ความร่วมมือระหว่างที่ทำการสอน จะมีเพียงเด็กที่นั่งแถวหน้าๆ เท่านั้นที่ถามตอบอย่างสม่ำเสมอ เมื่อมีความคิดแบบนี้เป็นทุนเดิม เวลาที่แสดงออกจึงมีความแตกต่างอย่างชัดเจน ทั้งเรื่องท่าทาง น้ำเสียง และการตัดสินใจ เด็กบางคนเคยมีประสบการณ์มาสายด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่กลับถูกไล่ออกจากห้องเพียงเพราะเขานั่งด้านหลัง และครูก็เลือกจะมองว่าเขาไม่เต็มใจมาเรียน แน่นอนว่าเด็กหลังห้องที่ไม่ชอบเรียนก็มีเหมือนกัน แต่ถ้าสังเกตดูดีๆ เด็กทุกคนจะมีวิชาที่ตัวเองชื่นชอบอยู่เสมอ ที่เขาไม่ชอบเรียนก็อาจจะเป็นเพราะเนื้อหาหรือรูปแบบการสอนที่เขาเข้าไม่ถึง เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาตัดสินว่าผิดหรือถูก เป็นเด็กดีหรือไม่ดี ที่สำคัญคือต้องไม่มีการตัดสินไปล่วงหน้าว่าเด็กที่นั่งด้านหลังคือเด็กไม่ตั้งใจเรียนด้วย kor-kai.com แหล่งรวมความรู้…

นักเรียนทุนประเทศจีน ความฝัน ของนักเรียนหลายๆคน

นักเรียนทุนประเทศจีน อยากคว้าโอกาสนี้ ต้องเตรียมความพร้อม อย่างไร

การได้เดินทางไปเรียนยังต่างประเทศเป็นอีกหนึ่งความฝันของเด็กหลายๆ คน ก่อนหน้านี้ประเทศทางฝั่งตะวันตกจะได้รับความนิยมมากกว่า แต่มาถึงตอนนี้ไม่มีอะไรดีเทียบเท่ากับการได้เป็น นักเรียนทุนประเทศจีน อีกแล้ว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเวลานี้ประเทศจีนได้ขึ้นแท่นประเทศชั้นนำอันดับต้นๆ ที่ต้องจับตาดู พร้อมเผยแพร่ความน่าสนใจในเชิงของวัฒนธรรมและความก้าวหน้ามาสู่บ้านเรามากขึ้น แถมยังมีการมอบทุนให้นักเรียนไทยมากขึ้นด้วย ทั้งในรูปแบบของทุนที่มีพันธะผูกพันและทุนให้เปล่า เตรียมความพร้อม เพื่อคว้าโอกาสเป็น นักเรียนทุนประเทศจีน แต่การจะคว้าทุนที่ว่านี้ได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย อย่างแรกเลยคือคนที่ต้องการเป็นนักเรียนทุนประเทศจีนมีจำนวนค่อนข้างมาก อัตราการแข่งขันจึงสูง อย่างที่สองคือถ้าเราเตรียมความพร้อมได้ไม่ดีก็จะหมดสิทธิ์ตั้งแต่เรื่องคุณสมบัติ ดังนั้นจึงต้องเริ่มจัดตารางในการพัฒนาตัวเองเพื่อคว้าทุนล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ปี หรือถ้าเป็นคนที่มีความมุ่นมั่นหน่อย อาจใช้เวลาเพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้น ไม่ว่าทุนที่สนใจจะบอกเงื่อนไขเรื่องภาษาไว้ว่าอย่างไร การที่เราใช้ภาษาจีนเบื้องต้นได้อย่างคล่องแคล่วย่อมได้เปรียบกว่าคนอื่นๆ เสมอ ถ้าอยากเป็นนักเรียนทุนประเทศจีนที่มีภาษีดีหน่อย และมีสิทธิ์ในการเลือกรับทุนได้หลากหลายประเภท ก็จะต้องเริ่มเรียนภาษาจีนกันได้แล้ว และแน่นอนว่าต้องเรียนภาษาอังกฤษร่วมด้วย 2 ภาษานี้จะจำเป็นอย่างมากกับการใช้ชีวิตบนแผ่นดินใหญ่ ที่สำคัญต้องไม่ลืมไปสอบวัดระดับภาษาเพื่อเอาใบประกาศมาการันตีความสามารถของเราด้วย นอกจากภาษาแล้วก็มีเรื่องของการสร้างความน่าสนใจ คนที่จะผ่านการคัดเลือกให้เป็นนักเรียนทุนประเทศจีนได้โดยง่าย จะต้องมีผลการเรียนในระดับที่ดีพร้อมกับมีกิจกรรมที่หลากหลาย ควรเริ่มทำพอร์ตเกี่ยวกับกิจกรรมที่สนใจเอาไว้ หากเป็นการประกวดที่ได้รางวัลนอกสถานศึกษาก็ยิ่งดี เพราะมันแสดงถึงความกล้าและความตั้งใจของเราได้ สุดท้ายก็ให้ลองหาเพื่อนที่เป็นนักเรียนชาวจีนเอาไว้บ้าง เผื่อว่าจะได้คำแนะนำดีๆ ที่เอามาปรับใช้ได้ ทุกเรื่องราว การศีกษา เคล็ดลับการเรียน เคล็ดลับการอ่านหนังสือ หรือ ข่าวราชการ สามารถติดตามได้ที่ kor-kai.com และที่สำคัญต้องขอบคุณ ufabet88888 ที่สนับสนุนบทความ…

ท่าบริหารลดอาการปวด สำหรับนักเรียน

ท่าบริหารลดอาการปวด เนื่องจากนั่งอ่านหนังสือนาน ๆ เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา

เด็กนักเรียนนักศึกษาที่ต้องอ่านหนังสือนาน ๆ ทำให้หลายๆ คนมักจะมีอาการหลังงอ ไหล่ห่อ และมีอาการปวดหลัง ปวดไหล่เป็นประจำ เนื่องจากต้องนั่งท่าเดิมนาน ๆ หลายชั่วโมง และด้วยความที่การอ่านหนังสือเรียนทำให้เครียดมาก ร่างกายเด็กจึงตึงเกร็งโดยไม่รู้ตัว ซึ่ง ท่าบริหารลดอาการปวด ที่นำมาแนะนำนี้จะช่วยบรรเทาอาการปวดให้เด็กที่อ่านหนังสือนาน ๆ โดยจะเน้นช่วยให้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลัง คลายอาการปวดหลัง และยังทำให้กระดูกหลังไม่เกิดแรงกดดันมากด้วย แนะนำ ท่าบริหารลดอาการปวด เหมาะสำหรับเด็ก ท่าบริหารลดอาการปวดศีรษะสำหรับนักเรียน นักศึกษา  -เริ่มจากท่ายืนตรง หรือจะนั่งพื้นหรือเก้าอี้ก็ได้ -นำมือซ้ายมาจับที่ศีรษะฝั่งขวาด้านบน ตรงช่วงกระหม่อม -จากนั้นใช้มือข้างซ้ายนั้นออกแรงบิดศีรษะมาทางด้านซ้ายเบาๆ อย่าเกร็งศีรษะ พร้อมกับค้างไว้ นับ 1-20 จึงกลับสู่ท่าเดิม -จากนั้นเปลี่ยนมาใช้มือข้างขวาจับที่ศีรษะฝั่งซ้ายด้านบน แล้วทำเช่นเดิม ท่าบริหารลดอาการปวดไหล่สำหรับเด็กวัยเรียน –เริ่มจากยืนตรง หรือนั่งเก้าอี้ก็ได้ -จากนั้นเอามือไพล่หลัง โดยให้ใช้มือขวาจับที่ข้อมือซ้าย -แล้วออกแรงที่มือขวา พยายามดึงมือซ้ายแรง จนรู้สึกว่าบ่าและไหล่ตึง -ค้างท่านี้ไว้สัก 15 วินาที -จากนั้นให้เปลี่ยนเป็นใช้มือซ้ายจับที่ข้อมือขวา แล้วทำเช่นเดิมอีก ท่าบริหารลดอาการปวดที่หลังสำหรับนักเรียน…

เทคนิคลดความเครียด ของเด็กวัยเรียน อย่างมีประสิทธิภาพ

เทคนิคลดความเครียด ของเด็กวัยเรียน อย่างมีประสิทธิภาพ

ถ้าคุณกำลังอยู่ในวัยเรียน ก็ย่อมต้องประสบกับปัญหาความเครียดที่มาจากการเรียน ดังนั้นสมองของคุณจึงไม่ค่อยผ่อนคลาย และความตึงเครียดก็จะส่งผลเสียต่อพัฒนาการทางสมองโดยตรง ดังนั้นวิธีที่จะเสริมสร้างการทำงานของสมองให้ดียิ่งขึ้น ก็คือการกำจัดความเครียด ซึ่งในที่นี้ขอแนะนำ เทคนิคลดความเครียด วิธีผ่อนคลายความเครียด แบบที่เป็นธรรมชาติ ทำง่าย และเหมาะกับเด็กนักเรียนนักศึกษาอย่างยิ่ง แนะนำ เทคนิคลดความเครียด ของเด็กวัยเรียน แบบที่เป็นธรรมชาติ เทคนิคลดความเครียดผ่อนคลายสมองจากการเรียนด้วยดนตรีเพราะๆ ไม่ว่าจะเป็นดนตรีแบบมีทั้งเนื้อร้องและทำนอง หรือมีแต่ทำนองอย่างเดียว หากเป็นแบบที่เราชอบแล้ว เชื่อได้เลยว่าเราย่อมยิ้มได้ และความสุขในโลกส่วนตัวก็ย่อมเกิด จึงไม่น่าแปลกที่หลายคนมักจะพกพาดนตรีไปกับเขาทุกที่ เพราะดนตรีจะช่วยคลายทุกข์ ลดความเครียด และทำให้จิตใจเบิกบานได้ ขอแนะนำว่าคุณควรเลือกประเภทดนตรีในแบบที่ชอบ และในช่วงที่เครียดมาก ๆ โดยเฉพาะช่วงอ่านหนังสือสอบ ก็ควรเลือกฟังดนตรีแบบที่เสียงไม่ดังมาก หรือไม่หนวกหูจนเกินไป เพราะเสียงที่ดังมากอาจทำให้ตื่นก็จริง แต่ก็จะกระตุ้นให้เครียดมากขึ้นด้วย เทคนิคลดความเครียดบรรเทาความเครียดจากการเรียนด้วยการกินแก้เครียด เด็กนักเรียนนักศึกษามักมีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัว โดยเฉพาะช่วงใกล้สอบ เพราะมักจะกินมากเป็นพิเศษ พอเครียดปุ๊บก็กินปั๊บ คิดว่าการกินนี่แหละที่จะช่วยให้หายเครียดได้ทันที แต่ใช่ว่าอาหารทุกชนิดจะเหมาะสำหรับคลายเครียด อาหารที่ควรเน้นกินมากที่สุดในช่วงที่ใช้สมองมาก ๆ ก็คือ อาหารที่อุดมด้วยวิตามินบี 12 ซึ่งจะช่วยบำรุงระบบประสาท ป้องกันอาการซึมเศร้า และบรรเทาอาการเครียดได้ด้วย  โดยพบได้มากในอาหารต่าง…

รวบรวมกิจกรรมที่โควิด-19 ทำให้ นักเรียนชั้น ม. 6 มีอันต้องพลาด

รวบรวมกิจกรรมที่โควิด-19 ทำให้ นักเรียนชั้น ม.6 มีอันต้องพลาด

โควิด-19 ได้เข้ามามีผลกระทบกับผู้คนในวงกว้างให้มีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปรวมไปถึงในแวดวงการศึกษา ที่ต้องมีการปรับตัวตามไปด้วย แต่สำหรับเด็กนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่6 หลายกิจกรรมที่พวกเขาจะได้พบเจอและสัมผัสมันเพียงแค่ครั้งเดียวในชีวิต แต่โควิด-19 ก็ดันพรากสิ่งเหล่านั้นไปเรียบร้อย ซึ่งในวันนี้เราจะไปดูกันว่าอะไรบ้างที่โควิด-19 พรากไปจากน้องๆ นักเรียนชั้น ม.6 จนทำให้พลาดและไม่มีโอกาสได้แก้ตัวอีก กิจกรรมที่ นักเรียนชั้น ม.6 ต้องพลาด เพราะพิษโควิด-19 กิจกรรมกีฬาสี คือกิจกรรมแรกที่นักเรียนชั้น ม.6 ต้องพลาดไป เพราะสถานศึกษาเกือบทั้งหมดล้วนแต่ยกเลิกไปเพื่อความปลอดภัย ซึ่งนับว่าจะเป็นเรื่องน่าเสียดายที่กิจกรรมสำคัญนี้สำหรับนักเรียนชั้น ม.6 ที่จะมีโอกาสเป็นผู้กำกับและลงมือทำด้วยตนเอง น้องๆในรุ่นนี้จะไม่มีโอกาสได้ทำและได้ประสบการณ์ดีๆจากมัน กิจกรรม open house  คือกิจกรรมต่อมาที่น้องๆหลายคนยังไม่มีโอกาสไปสัมผัส เพราะมีเพียงไม่กี่มหาลัยเท่านั้นที่จัดก่อนโควิด-19 จะระบาดรอบใหม่ ทำให้นับจากนี้หากน้องๆนักเรียนชั้น ม.6 คนไหนที่ยังไม่ได้ไป open house ก็คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว เพราะด้วยสถานการณ์เช่นนี้ที่น่าต้องใช้เวลาอีกแรมเดือนหรือนานกว่านั้นกว่าที่ทุกอย่างจะเข้าสู่สภาวะปกติที่ไม่เสี่ยงอันตราย ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นน้องๆนักเรียน ม.6 อาจจบการศึกษาแล้ว กิจกรรมปัจฉิมนิเทศ ในภาวะปกติเมื่อน้องๆนักเรียน ม.6 ใกล้จบ จะมีงานอำลาหรือที่เรียกว่าปัจฉิมนิเทศ แต่ในยุคโควิด19แบบนี้ การจะมามอบดอกไม้ รวมตัวกันถ่ายรูป…

รู้หรือไม่ ? ลอกการบ้าน ของเพื่อน ก็สามารถ ทำให้เราเก่งขึ้นได้

รู้หรือไม่ ? ลอกการบ้าน ของเพื่อน ก็สามารถ ทำให้เราเก่งขึ้นได้

ชื่อว่าน้อง ๆ หลายคนที่อยู่ในวัยมัธยมจะต้องมีบ้างกับประสบการณ์ขอเพื่อนลอกการบ้าน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทำการบ้านไม่ทัน ไม่เข้าใจเนื้อหา หรืออะไรก็ตามแต่ แม้ว่าจะมีการบอกกล่าวกันเป็นประจำว่าการลอกการบ้านนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำและควรอย่างยิ่งที่ต้องทำการบ้านด้วยตัวเอง ซึ่งก็เป็นเรื่องจริงหากน้อง ๆ ลอกไปแบบผ่าน ๆ นั่นย่อมไม่เกิดประโยชน์และจะเป็นโทษแก่น้อง ๆ เมื่อยามสอบ แต่สำหรับวันนี้เราจะมาคิดหักมุมกันว่า การลอกการบ้านนั้นก็มีประโยชน์หากเรามีวิธีคิดที่ถูกต้อง ซึ่งหลักการ ลอกการบ้าน แต่ละวิชาจะมีความแตกต่างกันออกไป โดยมีตัวอย่างดังนี้ หลักการ ลอกการบ้าน แต่ละวิชาจะมีความแตกต่างกันออกไป โดยมีตัวอย่างดังนี้ วิชาคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และที่เกี่ยวกับการคำนวณ วิชานี้จะมีหัวใจหลักคือการใช้สูตรที่ถูกต้องกับโจทย์ การทำโจทย์บ่อย ๆ จะทำให้น้อง ๆ ชำนาญว่าควรวางสูตรไหน ฉะนั้นเมื่อน้อง ๆ ได้ลอกการบ้านมาแล้ว น้อง ๆ จะต้องนำสิ่งที่ลอกมาดูซ้ำเพื่อสังเกตวิธีการคิดนวณของเพื่อน เมื่อเริ่มจับทางได้ น้อง ๆ ก็ต้องริเริ่มทำโจทย์ด้วยตัวเองและลดการลอกการบ้านลง จะทำอีกก็ต่อเมื่อเราไม่เข้าใจเพียงพอ วิชาภาษาอังกฤษและภาษาอื่น ๆ วิชาที่เกี่ยวข้องกับภาษาอาจมีตัวบ่งชี้ว่าถูกหรือผิด แต่มันก็มีอีกมุมที่ต้องมาดูบริบทว่าการใช้คำและรูปประโยคนั้นเหมาะสมกับสถานการณ์ด้วยหรือไม่ ฉะนั้นเมื่อน้อง ๆ…

การเข้าแถวหน้าเสาธง…ช่วยให้นักเรียน และเยาวชน มีระเบียบวินัย จริงหรือไม่

การเข้าแถวหน้าเสาธง…ช่วยให้นักเรียน และเยาวชน มีระเบียบวินัย จริงหรือไม่

               การเข้าแถวหน้าเสาธง ของโรงเรียนในอดีตและในปัจจุบัน  มีบริบทที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง  แต่ก็ยังเชื่อว่าการเข้าแถวหน้าเสาธงจะช่วยให้เด็กมีวินัยในตนเอง  เคารพกฎกติกาของโรงเรียน  แต่ลืมไปว่าเมื่อสภาพสังคมเปลี่ยนแปลง  การเข้าแถวหน้าเสาธงจะกลายเป็นเรื่องที่น่าเบื่อไปโดยปริยาย  เนื่องด้วยเวลาเปลี่ยน  แต่เหมือนการนำเสนอ  การเข้าแถวหน้าเสาธง  รวมทั้งเรื่องราวที่นำเสนอกลับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง  และไม่เชื่อว่าจะช่วยบ่มวินัยในเด็กได้เหมือนปัจจุบัน การเข้าแถวหน้าเสาธง กับเด็กในยุคปัจจุบัน ก่อนอื่นจะต้องแยกระหว่าง การเข้าแถวหน้าเสาธง กับวินัยในโรงเรียนให้ออกเสียก่อน  เนื่องด้วยการเข้าแถวในปัจจุบันไม่ครอบคลุมเนื่องด้วยจากสถานการณ์เสี่ยงต่อติดเชื้อ  สภาพแดดร้อนในประเทศไทย   และการจัดแถวที่สื่อให้เห็นด้านลบในสายตาชัดเจน  เช่น  เด็กนักเรียนเข้าแถวกลางแดด  แต่ครูกลับกางร่มบังแดด  แทนที่จะหาที่ร่มให้เด็กได้หลบแดดมากกว่าที่จะอ้างว่าฝึกความอดทนเสียอีก  แล้วนั่นก็เป็นสองมาตรฐานระหว่างช่องว่างระหว่างวัยเพิ่มขึ้น  ต่อมาในส่วนของวินัย  ถ้าจะให้ดีควรแก้ไขที่โครงสร้างสังคมก่อนอันดับแรก  เนื่องด้วยวินัยสามารถสร้างได้ที่โรงเรียนก็จริง  แต่จะมีวินัยนั้น  ครูต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กและเยาวชน  โดยเฉพาะการต่อแถว  การตรงเวลา  การรับผิดชอบต่อหน้าที่และงานสอนของตนเอง  หาใช่เรียกร้องวินัยจากเด็กเพียงฝ่ายเดียวไม่  ถ้ายังเป็นเช่นนั้นอยู่  กลับสะท้อนในปัญหาการศึกษาชัดเจน  ซึ่งในประเทศไทยมิได้เป็นแค่หลักสูตรการสอบเข้าเท่านั้น  แต่จริยธรรม  ทัศนคติที่ดีกลับไม่ได้ปลูกฝังที่ดีในผู้ใหญ่  จึงทำให้เห็นภาพในสื่อที่ไม่ดีในด้าน การเข้าแถวหน้าเสาธง ในหลายครั้ง  ภาพลักษณ์ครูจะเสียความน่าเชื่อถือไปโดยปริยาย  เพียงกลายเป็นผู้บังคับออกคำสั่งด้วยกฎมากกว่าที่จะใช้จิตวิทยาครู ในมุมมองของผู้เขียน  การเข้าแถวอาจจะไม่ใช่เป้าหมายของการสร้างวินัยในนักเรียนอีกต่อไป  แต่สิ่งที่จะสร้างวินัยที่ดีที่สุดนั่นก็คือผู้ใหญ่นี่แหล่ะ  เพราะผู้ใหญ่วันนี้คือเด็กในวันวานมาก่อน  และเด็กในวันนี้ก็คือผู้ใหญ่ในวันหน้าเช่นกัน …

การส่งเสริม พัฒนาการทางสมอง ทั้ง 5 ด้านง่าย ๆ ที่คุณครูไม่ควรพลาด

การส่งเสริม พัฒนาการทางสมอง ทั้ง 5 ด้านง่าย ๆ ที่คุณครูไม่ควรพลาด

               คำว่า “คุณครู” ไม่ได้มีหน้าที่สอนศิษย์ให้เข้าใจในเนื้อหาสาระหรือเป็นแม่พิมพ์พ่อพิมพ์อย่างเดียว ทว่าความเป็นครูที่ดี ควรเสริมสร้างพัฒนาการในทุก ๆ ด้านของนักเรียนให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เนื่องจากนักเรียนไทยใช้เวลาในการอยู่โรงเรียนมากกว่าอยู่บ้าน ใช้ชีวิตทั้งหมดของวันไปกับการเรียน การทำรายงาน การทำการบ้าน เป็นต้น ดังนั้นผู้ปกครองจึงไว้วางใจคุณครู หน้าที่ของครูจริง ๆ แล้วต้องสร้างเด็กทุกคนให้เป็นคนเก่งและคนดีของสังคมได้ โดยไม่มีการแบ่งชนชั้น นักเรียนทุกคนต้องได้รับการเอาใส่ใจและสั่งสอนที่ทุกคน ซึ่ง พัฒนาการทางสมอง ทั้ง 5 ด้านจึงเป็นพื้นฐานของการรับความรู้ที่คุณครูควรพัฒนา ดังนี้ พัฒนาการทางสมอง 5 ด้านให้กับเด็กๆ นักเรียน ด้านวิชาการและการมีวินัย ซึ่งเป็นหน้าที่พื้นฐานอยู่แล้วที่คุณครูทุกคนต้องปฏิบัติ คือ การสอนหนังสือนักเรียนให้ได้ประสิทธิภาพรวมถึงสร้างระเบียบวินัยในนักเรียน สำคัญ! เป้าหมายของการเรียนไม่ได้เรียนเพื่อรู้อย่างเดียว ต้องเรียนเพื่อนำไปใช้ได้ในชีวิตจริง ด้านการสังเคราะห์ เป็นด้านที่เด็กไทยส่วนใหญ่ไม่ถนัด ดังนั้นคุณครูต้องเร่ง พัฒนาการทางสมองในส่วนของสังเคราะห์ หากเด็กนักเรียนแยกแยะเรื่องราวต่าง ๆ ไม่ได้ ถือว่าคุณครูไม่ประสบความสำเร็จในการสอนนั้นเอง ด้านสารสนเทศ เป็นที่ทราบกันดีว่าในปัจจุบันสื่อและเทคโนโลยีมีผลต่อการตัวผู้เรียนสูง หากไม่สอนให้นักเรียนเสพสื่ออย่างถูกต้องอาจส่งผลให้นักเรียนหลงผิดได้ เช่น ในการดูสินค้าทางอินเทอร์เน็ต คุณครูควรสอนให้เด็กซื้อสินค้าอย่างไร…?…

วิชาพระพุทธศาสนา คือวิชาพื้นฐาน ที่สอนให้นักเรียน มีกิริยามารยาทที่ดีงาม

วิชาพระพุทธศาสนา คือวิชาพื้นฐาน ที่สอนให้นักเรียน มีกิริยามารยาทที่ดีงาม

วิชาพระพุทธศาสนา เรียกได้ว่าเป็นวิชาเรียนกลางๆ ไม่ได้มีความยาก หรือว่าง่ายอะไรเลย เพียงใช้สมาธิตั้งใจในการเรียน เพราะวิชานี้เป็นพื้นฐานที่ดี สำหรับให้นักเรียนมีสติมีสมาธิ ในการเรียนวิชาอื่นๆให้ได้คะแนนที่ดีๆนั่นเอง เรียกว่ามีความสำคัญในลำดับต้นๆเลยก็ว่าได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นเรามาทำความเข้าใจ กับวิชานี้กันเถอะ!! วิชาพระพุทธศาสนา ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีมารยาทงาม… ที่มีการกล่าวเช่นนี้เพราะ ผู้ที่ได้เรียนวิชานี้นั้น จะมีสติมีการรู้เท่าทันความคิดของตนเอง จนสามารถรู้ได้ว่าเวลาไหนสมควรจะปฏิบัติตนแบบไหนนั่นเอง เช่น อยู่กับผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุกว่า ควรทำกิริยาเช่นใดเป็นต้น ดังนั้นการเรียนวิชานี้จึงมีความสำคัญมากจริงๆค่ะ ฝึกฝนจนติดเป็นนิสัย ก็จะมีแต่คนนิยมยกย่องนะคะเพื่อนๆ บุคคลที่มีจิตใจงามมักชอบเรียน วิชาพระพุทธศาสนา อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า การที่เราฝึกฝนบ่อยๆจะกลายเป็นคนที่อ่อนน้อมถ่อมตน ไปโดยอัตโนมัติเนื่องจากความเคยชิน ส่งผลให้มีจิตใจที่เย็นไม่ร้อนลุ่ม ความดีงามจากใจจึงเกิดขึ้น เมื่อเกิดขึ้นแล้วนักเรียนก็จะชอบเรียนวิชานี้ แบบไม่ต้องสงสัย อีกอย่างสามารถเรียนได้ดีอีกด้วย ส่งผลให้เรียนวิชาต่างๆดีตามมาอีกนั่นเอง วิชาพระพุทธศาสนา กับการปรับใช้ในการดำเนินชีวิต ปกติแล้วเราเป็นชาวพุทธ มีการทำบุญในวันสำคัญทางศาสนาอยู่แล้ว เมื่อเราเรียนวิชานี้ก็จะมีการซึมซับ วัฒนธรรมต่างๆ ของศาสนาตามมาด้วย ทำให้เราสามารถนำมาปรับใช้กับความเป็นอยู่ หรือการดำเนินชีวิตในปัจจุบันได้โดยไม่ยากเลย อีกทั้งยุค2020นี้ การใช้ชีวิตแบบมีจิตใจที่ดีสำคัญมากๆ โดยพื้นฐานก็มาจากการเรียนรู้วิชานี้นั่นเอง จากที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ในการเรียนรู้ วิชาพระพุทธศาสนา ทำให้เรามีสติในการดำเนินชีวิต…

การเรียนวิชาพละศึกษา ใครว่าไม่สำคัญ!! นักเรียนทุกคน ไม่ควรมองข้ามในวิชานี้

การเรียนวิชาพละศึกษา ใครว่าไม่สำคัญ!! นักเรียนทุกคน ไม่ควรมองข้ามในวิชานี้

การเรียนวิชาพละศึกษา จัดได้ว่าเป็นวิชาเรียนที่นักเรียนทุกคน ต้องสอบให้ผ่านให้ได้ เรียกว่ามีความสำคัญมากนะคะ โดยส่วนมากสังเกตได้ว่านักเรียนที่เรียนดี เรียนเก่งจะเรียนวิชานี้ได้ไม่ค่อยดี ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น หลายๆคนไม่เข้าใจ เพราะทักษะในด้านการเรียนของแต่ละคน มันต่างกันนั่นเอง ซึ่งทุกอย่างในการเรียนไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด เราสามารถสอบผ่านวิชานี้ได้ไม่ยากค่ะ ตามมาดูกันเลยว่าทำอย่างไรนะ>> การเรียนวิชาพละศึกษา เรียนง่ายได้ประโยชน์ชัดเจน ถ้าพูดในเรื่องของประโยชน์ในวิชานี้ แน่นอนที่สุดทำให้นักเรียนมีสุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย มีภูมิต้านทานโรค และเป็นการพักผ่อนสมอง จากการเรียนที่หนักๆมาทั้งวัน อีกอย่างหนึ่ง เป็นการเพิ่มความรู้ในด้านกีฬาแต่ละประเภทที่เรียนให้มากขึ้นด้วย ถ้าวิชานี้ไม่มีประโยชน์ บอกได้เลยว่าไม่มีบรรจุลงในตารางเรียนของนักเรียนอย่างแน่นอน การเรียนวิชาพละศึกษา เป็นส่วนหนึ่งของผลรวมในการสอบด้วยนะ!! อย่างที่กล่าวมาแล้วว่า ถ้าวิชานี้ไม่มีประโยชน์ จะไม่ส่งผลต่อคะแนนรวมในการสอบของนักเรียนอย่างแน่นอน บางทีก็มีสอบปฏิบัติในชั่วโมงเรียนอีกด้วย ไม่รวมกับสอบปลายภาคเรียนนะคะ ดังนั้นนักเรียนที่เรียนไม่เก่งวิชานี้ ควรมีการปรับปรุงเพราะวิชานี้ ถ้าคนได้เกรดที่ดีมากๆ เรียกว่าเป็นตัวช่วยให้คะแนน รวมทั้งหมดออกมาแบบดีมากๆอีกด้วย เพราะเราใช้เพียงทักษะเท่านั้น นักเรียนไม่ควรมองข้ามความสำคัญของ การเรียนวิชาพละศึกษา บอกเลยว่า ในการเรียนวิชานี้นั้น เราควรให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะมันทำให้ร่างกายของเราได้รับประโยชน์ สุขภาพแข็งแรง ไม่ป่วยง่าย ยิ่งนักเรียนที่ชอบออกกำลังกายมากๆด้วยแล้ว บอกได้เลยว่าวิชานี้นั้นได้เกรดที่ดีที่สุดแน่นอน ผู้เรียนไม่ควรมองข้ามความสำคัญของวิชานี้ แม้แต่น้อยเลยนะคะ…