การศึกษา

การเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ไม่ยากอย่างที่คิด!! เพียงมีความตั้งใจ และสมาธิสูง

การเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ไม่ยากอย่างที่คิด!! เพียงแค่มี ความตั้งใจ และสมาธิสูง

การเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรียกได้ว่าเป็นวิชาที่ค่อนข้างเรียนยากมากๆ เพราะต้องใช้สมาธิตั้งใจในการเรียน ซึ่งบางคนบอกว่ายาก แต่ขณะเดียวกันบางคนบอกว่าง่าย ทำไมความคิดมันจึงตรงกันข้าม เพื่อนๆเคยสงสัยไหมคะ!! เหตุผลง่ายๆคือ แต่ละคนมีทักษะ หรือแนวคิดไม่เท่ากันนั่นเอง วันนี้เรามาดูกันว่า วิชานี้นำไปใช้ประโยชน์ได้จริงไหมในชีวิตประจำวัน ตามมาดูกันเลยค่ะ การเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ต้องใช้ทักษะจริงหรือ?? การเรียนวิชาคณิตศาสตร์ แน่นอนที่สุดว่าวิชานี้ มันต้องใช้ทั้งสมาธิ ความคิดขั้นสูงอย่างแท้จริง จึงจะสามารถผ่านมันไปได้ ด้วยความยากของวิชาด้วยส่วนหนึ่ง ความพยายามของผู้เรียนด้วยส่วนหนึ่ง การใช้ทักษะจึงจำเป็นค่อนข้างมากทีเดียว แต่ในทางตรงข้ามคนที่มีทักษะในการคิดคำนวณที่ดีอยู่แล้ว ก็จะได้เปรียบในการเรียนวิชานี้ไปโดยปริยายนั่นเอง ทำไมบางคนจึงเก่งใน การเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ด้วยความที่คนเรานั้นต่างเกิดมามีความเก่งและแตกต่างกัน ในด้านของความคิดที่หลากหลาย บางคนจึงเก่งวิชานี้แบบแค่สอนให้ความรู้เพียงครั้งเดียว ก็สามารถทำได้เป็นอย่างดี ใช่แล้วค่ะเพราะเค้าเรียกว่าเป็นคนที่มีความเก่งด้านวิชานี้นั่นเอง อีกทั้งเมื่อมีการฝึกฝนบ่อยๆเข้า ความสามารถด้านนี้ก็จะแสดงออกมาได้อย่างชัดเจนในเวลาต่อไปอีกด้วย การเรียนวิชาคณิตศาสตร์ กับการใช้ในชีวิตประจำวัน จะว่าไปแล้วการใช้ชีวิตในแต่ละวันนั้น การที่เรามีการซื้อขายเกิดขึ้น มีผลกำไร มีขาดทุนก็ใช้หลักการทางวิชานี้ทั้งนั้น เพราะเราต้องคำนวณหาคำตอบนั่นเอง จึงเรียกได้ว่าเป็นวิชาที่มีอิทธิพล ต่อการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ดังนั้นเราทุกคนควรมีความรู้ในด้านนี้กันให้มากๆ เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเราได้ทั้งในปัจจุบัน และอนาคตค่ะ สรุปได้ว่าการมีพื้นฐานวิชานี้นั้น มีความสำคัญต่อชีวิตของเราอย่างแท้จริง เราจึงควรให้ความสำคัญกับการเรียนวิชานี้ให้มากที่สุด เพราะมันเป็นการต่อยอดทางด้านความคิด…

การเรียน วิชาภาษาไทย ในยุค2021 วิชาที่ทุกคน จำเป็นต้องเรียน !!

การเรียน วิชาภาษาไทย ในยุค2021 วิชาที่ทุกคน จำเป็นต้องเรียน !!

วิชาภาษาไทย กล่าวได้ว่าเป็นวิชาที่มีการเรียนการสอน กันทุกโรงเรียนเป็นเรื่องปกติ แต่การที่จะสอนวิชานี้ให้ผู้เรียนมีความชำนาญนั้น อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ด้วยวิวัฒนาการเปลี่ยนไปมาก การเรียนวิชานี้ ผู้เรียนบางคนก็เรียนพอเป็นพื้นฐาน เพื่อนๆอยากรู้หรือไม่ว่าทำไม วิชานี้จึงไม่ค่อยมีผู้เรียนชอบสักเท่าไร ส่วนหนึ่งคือความยากของการสะกดคำ การจัดเรียงคำ ถ้าเช่นนั้นการเรียนในยุค2020จะเป็นอย่างไร เพื่อนๆอยากรู้หรือไม่ ถ้าอยากรู้ตามมาดูกันเลยค่ะ วิชาภาษาไทย เป็นวิชาที่เราต้องเรียนทุกคน แน่นอนที่สุดว่า ตั้งแต่เริ่มเรียนหนังสือชั้นอนุบาล วิชาที่นักเรียนขาดไม่ได้เลยคือวิชานี้นั่นเอง ด้วยเพราะเป็นคนไทย ต้องสามารถอ่านและเขียนภาษาของชาติได้นั่นเอง ทางกระทรวงศึกษาธิการ จึงกำหนดให้เรียนทุกคน เพื่อเป็นพื้นฐานในการเรียนวิชาอื่นๆต่อไปในอนาคต ทำไมนักเรียนส่วนใหญ่จึงไม่ชอบ วิชาภาษาไทย อันที่จริงแล้ววิชานี้ เป็นวิชาที่เราจะคุ้นชินกับการพูดมากกว่า แต่จะไม่ชินกับการเขียน พอมีการเขียนสะกดคำต่างๆ ความยากเริ่มตามมา ผู้เรียนบางคนไม่ถนัดการเขียน ไม่ชอบสะกดคำ ไม่ชอบรวมคำ ชอบเขียนคำถูกให้เป็นผิดก็มี พอโดนครูบอกให้ปรับปรุง ก็อาจจะทำให้ไม่ชอบวิชานี้ตามมานั่นเอง วิชาภาษาไทย กับการพัฒนาที่ก้าวไกลในยุค2021เมื่อโลกมีการก้าวเข้าสู่ยุค2020 การพัฒนานักเรียน ในด้านวิชานี้จึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เพราะนักเรียนชาวไทย ยังไม่สามารถเขียนภาษาของตนเองได้อย่างถูกต้องเลย เช่นคำว่า “คะ กับ ค่ะ”ส่วนมาก90%เขียนผิด ทั้งๆที่ต่างกันแค่สระเท่านั้น แต่สังเกตได้เลยว่า…

สาธิตธรรมศาสตร์

สาธิตธรรมศาสตร์ มิติใหม่แห่งสถานศึกษา น่าเรียนที่แท้จริง

               ต้องยอมรับว่าองค์ความรู้ที่เด็กรุ่นใหม่ต้องการนั้นแตกต่างจากสมัยก่อนค่อนข้างมาก การเรียนในหลักสูตรเดิมๆ จึงไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป หลายวิชาเนื้อหาโบราณเกินกว่าจะใช้งานได้ หลายวิชาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะนำไปใช้อย่างไร ไหนจะกฎระเบียบที่ไม่สามารถตอบคำถามเด็กได้อีกว่าเรามีวัฒนธรรมแบบนั้นไปทำไม สาธิตธรรมศาสตร์ จึงได้มีการปรับเปลี่ยนระบบต่างๆ ของสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ใหม่ ที่ยังไม่สามารถหาโรงเรียนไหนเทียบเท่าได้ในขณะนี้ สาธิตธรรมศาสตร์ สถานศึกษา น่าเรียน                อย่างแรกเลยก็คือ ทาง สาธิตธรรมศาสตร์ ให้ความสำคัญกับอิสระในการเลือกและตัดสินใจของผู้เรียนอย่างชัดเจน ตั้งแต่เรื่องการแต่งกาย ที่นี่เป็นการเรียนการสอนในระดับชั้นมัธยม แต่ไม่มีการบังคับให้ใครต้องแต่งชุดนักเรียนมา แน่นอนว่าประเด็นนี้ก็มีหลายกระแส ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย บ้างก็ว่ามันกระตุ้นให้เด็กเกิดความรู้สึกเหลื่อมล้ำในด้านฐานะการเงิน คนที่บ้านรวยก็จะแต่งตัวดีกว่า จนอาจนำไปถึงความน้อยเนื้อต่ำใจจนกลายเป็นปมปัญหาใหม่ได้ แต่หากคิดให้ลึกลงไปอีกนิด เราจะรู้ดีว่าสมัยเด็ก เราไม่คิดเรื่องความไม่เท่าเทียมอะไรเหล่านี้มากนักหรอก ขอแค่เรียนอย่างสนุกก็พอแล้ว                ต่อมาที่นับว่าเป็นเรื่องดีอย่างมาก มีการพูดถึงในลักษณะของนามธรรมมานานมากแล้ว นั่นก็คือการเรียนโดยไม่มีการวัดเกรด ทาง สาธิตธรรมศาสตร์ เลือกใช้วิธีการให้คำประเมินผลว่าผู้เรียนได้พัฒนาในส่วนไหนไปบ้างแล้ว เพื่อให้ผู้ปกครองได้รู้ถึงความเปลี่ยนแปลง แต่จะไม่เอาเกรดมาตัดสินเด็กว่าเขาดีเพียงพอหรือไม่ เวลาตอนเช้าก็ไม่ต้องเข้าแถว มีเพียงให้ร่วมกิจกรรมร้องเพลงกันเป็นบางวันเท่านั้น                มาถึงเรื่องรายวิชา แน่นอนว่าเมื่อรูปแบบการเรียนการสอนเป็นแบบนี้ เนื้อหาวิชาก็ต้องเปลี่ยนให้สอดคล้องกัน โดย สาธิตธรรมศาสตร์ จะเน้นให้ผู้เรียนได้ความรู้ครบถ้วนในกลุ่มการเรียนรู้ 5…

อวสานการปิดเทอม เมื่อแนวคิดใหม่จาก สพฐ. กำลังมา

อวสานการปิดเทอม เมื่อแนวคิดใหม่จาก สพฐ. กำลังมา

               เรื่องของความไม่ลงตัวในระบบการศึกษานับว่ามีมานานเหลือเกินแล้ว ผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็แก้ไม่หายสักที ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นด้วยสาเหตุใด แต่ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะความไม่เข้าใจกันระหว่างผู้กำหนดกฎเกณฑ์กับผู้เรียนจริงๆ นั่นเอง อย่างล่าสุดก็มีกระแสเปลี่ยนแปลงช่วงเวลาของการ อวสานการปิดเทอม โดยไอเดียนี้มาจากสพฐ. ที่มองว่าอยากจะปรับแนวทางการศึกษาให้ดีขึ้น เลยมองว่าให้เด็กได้เรียนยาวรวดเดียว 8 เดือนไปเลย จากนั้นค่อยพักกันทีเดียว 4 เดือนเต็ม นโยบายแบบใหม่ สพฐ. อวสานการปิดเทอม                ถึงแม้ว่าตอนนี้เรื่อง อวสานการปิดเทอม นโยบายแบบใหม่จะยังไม่ได้มีผลบังคับใช้อะไร แต่ก็มีหลายกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันพอสมควร เพราะการหยุดพักช่วงเรียนแบบเดิม คือมีปิดภาคการเรียนย่อยและปิดภาคการเรียนใหญ่ มันทำให้เด็กได้ผ่อนคลายแล้วออกไปใช้ชีวิตเพื่อทำกิจกรรมอย่างอื่นบ้าง ไม่ใช่ว่าตั้งหน้าตั้งตาเรียนกันอย่างเดียว แต่แบบเดิมก็มีปัญหาตรงที่บางโรงเรียนไม่สามารถสอนเนื้อหาให้จบทันเวลาได้ เด็กม.6 หลายคนยังไม่ได้เรียนเนื้อหาบทท้ายๆ ก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ                ทางผู้ใหญ่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงมองว่า การปิดเทอมที่รวบเป็นครั้งเดียวใน 1 ปี น่าจะทำให้การเรียนรู้ของเด็กๆ ต่อเนื่องมากกว่า การเก็บเนื้อหาก็คงครบถ้วนได้ และหากมันเรียนไม่ทัน ทางโรงเรียนก็สามารถต่อเวลาในช่วงหยุดได้เล็กน้อย ซึ่งหากมองเทียบกับความเป็นจริงแล้ว นโยบาย อวสานการปิดเทอม นี้ดูจะไม่ตอบโจทย์เท่าไร เพราะมันเป็นการคิดมุมเดียวเท่านั้น คือให้ความสำคัญกับการเก็บเนื้อหาให้ครบไป                ทั้งที่ความจริงมันไม่ใช่ประเด็นนั้นโดยตรง…

เร็วเกินไปไหม? กับการเลือก แนวทางวิชาชีพ ตั้งแต่มัธยมต้น

เร็วเกินไปไหม? กับการเลือก แนวทางวิชาชีพ ตั้งแต่มัธยมต้น

               หลักสูตรการเรียนการสอนสมัยก่อน มันจะมีการกำหนดรายวิชาแต่ละหลักสูตร เอาไว้ค่อนข้างชัดเจน แล้วก็เหมือนๆ กันทั้งประเทศ ต่างกันแค่บรรยากาศและสไตล์การสอนของครูเท่านั้น แต่เมื่อวิถีชีวิตของคนในสังคมเปลี่ยนแปลงไป หลักสูตรก็ทำให้สอดคล้องกับ แนวทางวิชาชีพ มากขึ้น เช่น มีการเรียนเพื่อเตรียมเป็นหมอ เรียนเพื่อเตรียมเป็นวิศวกร เป็นต้น ยิ่งในตอนนี้ บางโรงเรียนก็ยิ่งพัฒนาไปไกลกว่านั้น คือไม่จำกัดแค่สายวิทย์หรือศิลป์ แต่จำแนกไปตามสายอาชีพเลย แนะนำ แนวทางวิชาชีพ ให้เด็กๆ ทุกคนได้รู้จัก                โรงเรียนหนึ่งที่น่าสนใจคือกรุงเทพคริสเตียน ที่สร้างแผนการเรียนที่เป็น แนวทางวิชาชีพ มากถึง 15 สาขา เช่น วิศวกรรมศาสตร์ นิเทศศาสตร์ ศิลปะการอาหาร บริหารธุรกิจ แพทย์ศาสตร์ เป็นต้น ทั้งหมดนี้เด็กจะต้องเลือกให้ได้ก่อนจบมัธยมต้น เพื่อให้เป็นแผนเรียนในระดับชั้นมัธยมปลาย เหมือนกับสมัยที่ต้องเลือกสายวิทย์หรือศิลป์นั่นเอง แถมยังเปลี่ยนสายได้เมื่อเรียนไปแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ชื่นชอบ แต่จะต้องเปลี่ยนภายในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น คือก่อนที่จะขึ้นระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งก็ถือว่าเพียงพอแล้วกับการทำความรู้จักตัวเอง                รูปแบบการแบ่งหลักสูตรแบบนี้ก็นับว่ามีข้อดีค่อนข้างมาก แต่พอมองว่ามันเป็นการเลือก แนวทางวิชาชีพ ที่เราสนใจจะทำงานจริงๆ…

เทคนิคเพิ่มเกรด ด้วยการเลือก ช่องเก็บคะแนน ตั้งแต่ต้นเทอม

เทคนิคเพิ่มเกรด ด้วยการเลือก ช่องเก็บคะแนน ตั้งแต่ต้นเทอม

            เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมเพื่อนร่วมชั้นที่ได้เกรดดีๆ หลายคน ถึงดูไม่ค่อยตึงเครียดเหมือนกับเราในช่วงเวลาสอบ ราวกับว่ามันเป็นเรื่องง่ายดายเหลือเกิน ขณะที่เราอยากจะเพิ่มเกรดให้ดีกว่าเดิม ก็ตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือมากขึ้น ติวกับเพื่อนมากขึ้น อดหลับอดนอนมากขึ้น สุดท้ายคะแนนก็ไม่ทิ้งห่างจากที่เคย มิหนำซ้ำบางวิชายังคะแนนต่ำกว่ามาตรฐานของตัวเองไปอีก ถ้าทุ่มสุดตัวขนาดนี้แล้วยังไม่ได้ผล ก็คงต้องมี เทคนิคเพิ่มเกรด และมาวางแผนแบบที่เด็กเก่งเขาทำกันบ้างแล้วนะ แนะนำ เทคนิคเพิ่มเกรด ให้กับเด็กๆ ที่จริงจังกับการเรียน                จุดสำคัญที่มีเด็กไม่กี่คนทำอย่างจริงจังในการเพิ่มเกรดก็คือ เทคนิคเพิ่มเกรด ด้วยการให้น้ำหนักกับคอร์สเซเลบัส หรือแผนการเรียนตลอดทั้งเทอม ปกติแล้วครูจะแจกให้ในวันแรกของการเรียน เราจะได้รู้ว่ามีเนื้อหาเรื่องอะไรบ้าง จะแบ่งวิธีการเก็บคะแนนเป็นอย่างไร และนี่แหละคือเคล็ดลับที่ช่วยให้เราไม่ต้องทำงานหนักเกินไป เพียงแค่รู้จักวางแผนให้เหมาะสมกับเป้าหมาย แล้วก็ทำตามแผนนั้นอย่างเคร่งครัด                ตัวอย่างใน เทคนิคเพิ่มเกรด จากการวิเคราะห์คอร์สเซเลบัสก็คือ ให้ดูว่ามีการเก็บคะแนนยิบย่อยรายทางมากน้อยแค่ไหน คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ แล้วประเมินควบคู่ไปกับความยากง่ายของเนื้อหา เราจะเก็บได้มากแค่ไหน ตรงนี้ยิ่งได้มากก็จะผ่อนแรงตอนสอบไปเยอะ หลายคนได้เกรด 3 ก่อนถึงวันสอบด้วยซ้ำไป การสอบกลางภาคก็สำคัญ ต้องดูว่าเนื้อหาส่วนไหนจะออกสอบบ้าง เราก็ตั้งใจเรียนและทำความเข้าใจบทนั้นแต่เนิ่นๆ                อีกอย่างหนึ่งคือ ให้รู้ว่า เทคนิคเพิ่มเกรด…

การยื่น พอร์ตโฟลิโอ เพื่อคณะในฝัน สิ่งที่ต้องเตรียมตัว กันแต่เนิ่นๆ

การยื่น พอร์ตโฟลิโอ เพื่อคณะในฝัน มันต้องเตรียมตัว กันแต่เนิ่นๆ

               ความจริงเด็กวัยมัธยมปลายมีการทำ พอร์ตโฟลิโอ มาตั้งแต่ยุคสอบเอ็นทรานซ์กันแล้ว เพียงแต่ตอนนี้มันไม่จำเป็นต้องคิดมาก เพียงแค่รวมผลงานที่พอหาได้ เอาไว้ประกอบการสัมภาษณ์เท่านั้น เนื่องจากส่วนหลักของคะแนนจะอยู่ที่การสอบ พอร์ตในมือนับว่าเป็นของแถม เอาไว้เชือดเฉือนกับเพื่อนที่ได้คะแนนใกล้กันแล้วรอวัดผลตอนสอบสัมภาษณ์ พอมารุ่นนี้การใช้พอร์ตมีน้ำหนักมากขึ้น ถึงขนาดใช้ยื่นเพื่อเข้าเรียนคณะในฝันได้เลย ดังนั้นมันจึงต้องเตรียมตัวกันตั้งแต่แรก ใครหวังจะมาเก็บเอาตอนใกล้จบอาจจะช้าไปหน่อย ลองไปดูว่าต้องทำยังไงกันบ้าง แนะนำ พอร์ตโฟลิโอ ดีๆ เพื่อคณในฝัน ทำกิจกรรมโรงเรียนให้หลากหลายเข้าไว้                สิ่งหนึ่งที่เด็กหลายคนยังไม่รู้ก็คือ คนทำกิจกรรมจะได้เปรียบเสมอ แม้ว่าจะอยากเข้าเรียนในคณะที่เป็นวิชาการหนักๆ ก็ตามที เพราะการเป็นเด็กกิจกรรมมันแสดงออกถึงความสามารถ ความรับผิดชอบ และอุปนิสัยหลายๆ อย่าง ใน พอร์ตโฟลิโอ จึงควรมีภาพหรือรายละเอียดการทำกิจกรรมในโรงเรียนที่กว้างขวาง ทั้งด้านวิชาการและกีฬา เพิ่มความน่าสนใจด้วยค่ายและการแข่งขัน                แค่เก็บ พอร์ตโฟลิโอ ภายในโรงเรียนนั้นมันธรรมดาไป ลองไปออกค่ายเกี่ยวกับคณะที่เราชอบดูบ้าง เช่น ค่ายอยากเป็นหมอ ค่ายอาสาเหล่าสถาปัตย์ เป็นต้น นอกจากจะได้ประสบการณ์แล้วก็ยังได้ใกล้ชิดกับอาชีพที่คิดไว้อีกด้วย พร้อมกันนั้นก็ควรมองหาการประกวดหรือแข่งขันนอกรั้วโรงเรียนไว้ด้วย อาจจะไม่ต้องเกี่ยวกับคณะที่สนใจโดยตรงก็ได้ แค่ลงพอร์ตว่าเคยผ่านการแข่งขันระดับประเทศก็ยอดเยี่ยมแล้ว เรียนกับกิจกรรมต้องไปด้วยกัน                การเทน้ำหนักไปด้านใดด้านหนึ่งนั้นไม่ค่อยดีเท่าไร…

ชีทสรุป ที่มีขายแบบออนไลน์ ช่วยเพิ่มเกรดได้จริงหรือไม่

ชีทสรุป ที่มีขายแบบออนไลน์ ช่วยเพิ่มเกรดได้จริงหรือไม่

            เคยหาซื้อสมุดขนาดพกพาเล่มสวย กับปากกาหลากสีสัน เพื่อมาจดสรุปเนื้อหาวิชาที่เรียนไปแล้วกันบ้างไหม บ้างก็เรียนไปจดไป บ้างก็เอาไปสรุปแบบให้มันน่าอ่านหลังเลิกเรียน สุดท้ายเราก็เอา ชีทสรุป เหล่านี้มาอ่านทบทวนก่อนสอบ และแน่นอนว่าจะมีเพื่อนบางคนมาขอยืมสรุปของเราไปถ่ายเอกสารเพื่ออ่านสอบด้วยเช่นกัน ใครที่เรียนเก่งๆ และจดประเด็นสำคัญของเนื้อหาได้ครบถ้วน ก็จะเป็นที่รักของเพื่อนๆ มากหน่อยในช่วงสอบนี้ ชีทสรุป ช่วยน้องๆ นักเรียน ได้จริงหรือ                และด้วยวงจรการทำ ชีทสรุป แบบนี้นี่เอง ที่ทำให้เกิดเป็นธุรกิจการเขียนสรุปเพื่อจำหน่ายให้เด็กนักเรียนโดยเฉพาะ เราจะเห็นว่ามีขายในสื่อโซเชียลค่อนข้างมาก ลักษณะของชีทก็จะทำไว้แบบแยกรายวิชา เน้นสีสันและรูปภาพน่ารักสดใส แล้วเนื้อหาก็ไม่ยืดเยื้อจนน่ารำคาญ เน้นให้เอาไปอ่านทำความเข้าใจได้ในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งก็ได้การตอบรับจากนักเรียนดีมากๆ เพราะหลายคนก็มองว่าเรียนในห้องไม่เข้าใจเลย เพื่อนก็ไม่มีใครเข้าใจ การได้รุ่นพี่ที่จบไปแล้วมาสรุปให้ก็น่าจะดีกว่า                คำถามก็คือว่า การซื้อ ชีทสรุป เหล่านี้มาใช้มันจะได้ประโยชน์จริงๆ หรือไม่ ทำไมคนที่ยืมสรุปของเพื่อนไปอ่านถึงได้คะแนนน้อยกว่าเพื่อนที่ทำสรุปเสมอกันหล่ะ มันก็เข้าทำนองเดียวกันคือ ถ้าเราเป็นคนตั้งใจเรียนในห้องอยู่แล้ว เข้าใจและจับประเด็นได้ เพียงแค่ขี้เกียจอ่านเนื้อหาหลายรอบ แถมไม่ชอบเขียนสรุป ชีทที่วางขายแบบนี้จะเป็นประโยชน์มากทีเดียว                ในทางกลับกัน หากเวลาเรียนก็ไม่ได้สนใจอะไรมากอยู่แล้ว คิดแค่ว่าเดี๋ยวอาศัยการอ่าน ชีทสรุป…

เพิ่มตัวช่วย เพื่อกระตุ้นเรียนรู้ ในชั่วโมงเรียนด้วย กลิ่นเสริมสร้างความจำ

เพิ่มตัวช่วย เพื่อกระตุ้นเรียนรู้ ในชั่วโมงเรียนด้วย กลิ่นเสริมสร้างความจำ

               มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของมนุษย์ องค์ความรู้ที่ได้จากผลการวิจัยนั้น เราก็สามารถนำไปต่อยอดได้หลายทาง อย่างเช่น คลื่นเสียงต่อการสร้างสมาธิ ระดับแสงที่พอเหมาะกับการเพิ่มทักษะใหม่ๆ เป็นต้น  และ กลิ่นเสริมสร้างความจำ ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย จากการทดสอบและวัดผล พบว่าลักษณะของกลิ่นแต่ละแบบ จะส่งผลต่อการตอบสนองของสมองไม่เหมือนกัน อย่างที่เราเคยได้ยินเรื่องของกลิ่นบำบัดนั่นเอง กลิ่นเสริมสร้างความจำ ช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ได้ดี                การเลือกใช้กลิ่นให้เหมาะสมจะกระตุ้นการเรียนรู้ได้มากกว่าปกติหลายเท่า แล้วก็สามารถทำได้โดยง่ายด้วยตัวเอง ไม่มีอันตรายใดๆ ขอเพียงแค่ใช้ กลิ่นเสริมสร้างความจำ ที่เป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติก็พอแล้ว เนื่องจากเราต้องสูดดมไอระเหยอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าสารสังเคราะห์จะให้กลิ่นหอมได้เหมือนกัน แต่มันมีสรรพคุณแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง มิหนำซ้ำยังเสี่ยงต่อการระคายเคืองเยื่อโพรงจมูกอีกด้วย ว่าแต่ว่ากลิ่นอะไรบ้างที่ดีกับสมองของเรา              ข้อดีของบ้านเราก็คือ เรามีวัตถุดิบธรรมชาติเยอะมากสำหรับการทำ กลิ่นเสริมสร้างความจำ ถ้าเป็นผลไม้ก็สามารถใช้ส้มสายพันธุ์ต่างๆ ได้ ถ้าเป็นพืชผักสมุนไพรก็ยิ่งมีหลากหลายมากขึ้น เช่น ใบสะระแหน่ ตะไคร้ ยูคาลิปตัส กะเพรา เป็นต้น นอกจากกลิ่นที่แตกต่างกันของแต่ละวัตถุดิบแล้ว มันก็ยังมีสรรพคุณเฉพาะตัวที่เราจะต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมด้วย บ้างก็มีส่วนช่วยเรื่องลดความวิตกกังวล ช่วยกระตุ้นระบบประสาทให้ตื่นตัวเต็มที่ ช่วยปรับคลื่นสมองให้อยู่ในช่วงแห่งการเรียนรู้ ไปจนถึงช่วยกระตุ้นให้สมองเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น               …

การรัฐประหาร ในประเทศไทย

การเมือง เป็นเรื่องของทุกคน! แต่ทำไมประเทศไทยไม่ควรทำ “การรัฐประหาร”

สวัสดีผู้อ่านที่น่ารักทุกๆท่านทุกๆคน  ในบทความนี้จะเป็นการนำเสนอมากกว่าที่จะโจมตีเพื่อสร้างความขัดแย้งใดๆ แน่นอนว่าการเมืองไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง  แต่มันเป็นเรื่องของทุกคนที่ต้องสร้างความตระหนัก  และให้ทุกคนตระหนักเรื่องการทำรัฐประหาร  ซึ่งเคยได้ยินมาบ้างแล้วกับการศึกษาไทย  จากที่ศึกษามาหลายแหล่งข่าวรวมทั้งสถานการณ์ปัจจุบันจะขอแยกเป็นข้อๆ ว่าทำไมประเทศไทย ไม่ควรทำ การรัฐประหาร เหตุผลที่ ประเทศไทยไม่ควรทำ การรัฐประหาร 1.ความเหลื่อมล้ำทางสังคมจะหนาขึ้น ประเทศไทยยังไม่สามารถแก้ปัญหาความยากจนของประชาชนได้ในระยะยาว  จากการศึกษาในแต่ละแหล่งข่าว  พบว่าการทำรัฐประหาร นำมาซึ่งการคอรัปชั่นเพิ่มขึ้น  มิใช่แค่เรื่องการเมืองเท่านั้น  แต่การช่วยเหลือคนที่เข้าถึงได้ยาก  การศึกษาของเยาวชนที่ควรจะได้รับและเนื้อหาที่ทันสมัยจะเข้าไม่ถึง  รวมทั้งเงินช่วยเหลือเยียวยาจะไม่ถึงมือจนต้องระดมทุนบริจาคกันมากขึ้น  ซึ่งภาระหน้าที่นั้นควรเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่ควรรับผิดชอบมากกว่ารับผิดชอบกันเอง 2.การศึกษาในไทยจะถอยหลังลงคลองมากขึ้น จะเห็นได้ว่าประเทศไทยของเรามีค่าเฉลี่ยการศึกษาในอันดับที่ไม่ดีเท่าใดนัก  การที่ทำ การรัฐประหาร  ทำให้การศึกษาไทยไม่ได้รับการใส่ใจเท่าที่ควร  (พูดง่ายๆ คือการศึกษาไทยล้าหลัง  ไม่สามารถพัฒนาประเทศชาติให้ดีขึ้น)  เนื้อหาการเรียนการสอนไม่ทันสมัย  ขาดการอัปเดตความรู้เนื้อหาที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัยและช่วงปี  และขาดจิตวิทยาในเด็กที่เหมาะสม  จนทำให้สังคมขาดความตระหนักในเรื่องความรู้ต่อเด็กและเยาวชน  จริยธรรมที่ควรรับมือในยุคการเปลี่ยนแปลง  รวมทั้งเน้นเรียนเพื่อไปสอบมากกว่าเรียนเพื่อเสริมทักษะชีวิต  ทำให้เด็กได้รับการศึกษาแบบขาดๆ เกินๆ ไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างเต็มที่นัก 3.ตลาดหุ้นติดลบ หากใครเข้าใจการศึกษาในหลักการเศรษฐศาสตร์  การที่ทำ การรัฐประหาร ส่งผลต่อตลาดหุ้นติดลบ  ซึ่งเป็นภาพรวมที่ไม่ดีนัก  นั่นแปลว่าเศรษฐกิจไทยจะตกต่ำลง  และจะรุนแรงกว่าวิกฤตต้มยำกุ้งในปี  2540  ผลของการทำรัฐประหารนั้นทำให้ความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนน้อยลง …