อื่นๆ

ปริญญาตรี

ปริญญาตรี การศึกษาในระดับนี้ ยังจำเป็นหรือไม่? ในยุคปัจจุบัน

วันนี้จะเห็นได้ว่าโลกมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วไม่ว่าจะเป็นสังคมวัฒนธรรมหรือเทคโนโลยีต่างๆส่งผลทำให้ หลายๆคนต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย เส้นทางปรับตัวไม่เข้ากับยุคทันสมัยไม่ทันก็นับว่าสิ่งเหล่านั้นอาจจะไม่เป็นประโยชน์ซึ่งจะเห็นได้ว่า ในการเรียนการศึกษาบางครั้งหลักสูตร ก็อาจจะ ไม่ถูกปรับให้เข้ากับยุคสมัยหรือมีความทันสมัยมากนะเราลองมาดูว่าการเรียนในระดับอุดมศึกษาได้รับ ปริญญาตรี ในปัจจุบันนี้ยังมีความสำคัญต่อยุคปัจจุบันจริงๆหรือ ปริญญาตรี ยังมีความสำคัญ หรือไม่ ในยุคนี้ เพราะในบางครั้งโลกเปลี่ยนแปลงเร็ว ทุกๆอย่างลดน่าเกิน การศึกษา หรือความรู้ที่เรียนมาให้แม่รับการอบรมและอัพเดต ความรู้ต่างๆก็อาจจะไม่สามารถใช้งานได้จริงในปัจจุบัน บางครั้งการศึกษาทักษะเฉพาะด้านแบบ non-degree diploma ที่ศึกษาวิชาชีพเฉพาะด้านในเวลาอันสั้นจึงอาจจะส่งผลต่อตัวผู้กศึกษาให้สามารถนำไปพัฒนาและใช้ได้จริง ทั้งนี้ทั้งนั้นการเรียนในขั้นปริญญาตรีก็ยังถือว่าเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐานที่สามารถไปศึกษาต่อในหลักสูตรวิชาชีพต่างๆมากมายรวถึงการเรียนในขั้นปริญญาตรีนั้นสามารถและประสบการณ์หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นความรู้ขั้นพื้นฐานทุกวิชา ความสมัครสมานสามัคคีในกลุ่มเพื่อน ประสบการณ์ที่อยู่ในมหาวิทยาลัยและการเข้าสังคมดังนั้นถ้ารู้จักการเรียนการศึกษาให้จบปริญญาตรีแล้วมาต่อเฉพาะวิชาการการปรับความรู้ให้ทันยุคทันสมัยก่อนนับว่ามีประโยชน์​ต่อการประยุกต์ใช้​ให้เข้ากับความต้องการของสถานะการณ์​ปัจจุบัน แต่สิ่งที่จำเป็นกับยุคสมัยนี้นั่นก็คือความรู้และทักษะต่างๆที่ทันต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วดังนั้นจึงไม่ควรหยุดนิ่งในการศึกษาใดก็ตามที่ตัวผู้ศึกษาสนใจและมีความถนัด เช่นต้องการศึกษาทางด้านคอมพิวเตอร์ก็ควรจะพัฒนาความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ให้ทันยุคทันสมัยมากที่สุดหรือนวัตกรรมต่างๆเกี่ยวกับทางการแพทย์ก็ควรศึกษานวัตกรรมต่างๆ ทางการแพทย์ปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันก็ทำให้สามารถใช้งานได้รวมถึงยังเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นมากมาย สิ่งหนึ่งที่สำคัญในการเรียนนั่นก็คือควรจะมีพื้นฐานความรู้ที่ดีรวมถึงศึกษาเฉพาะทางให้มีความชำนาญ เพียงเท่านี้ องค์ความรู้ต่างๆก็สามารถนำทำให้เกิดประโยชน์ไม่ว่าในยุคใดสมัยใดถ้ามีพื้นฐานความรู้ที่ดีรวมถึงพัฒนาความรู้ตลอดเวลาเหมือนน้ำไม่เต็มแก้วและยิ่งเกิดประโยชน์จากการศึกษาเฉพาะด้านที่มีต่อชีวิตประจำวัน อย่าคิดว่าการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับปริญญาไม่จำเป็นเพราะว่าการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับปริญญาตรีนั้นส่งผลให้ผู้เรียนผู้ศึกษานั้นมีความรู้ทุกอย่างได้อย่างรอบด้านส่งผลให้มีการใช้ความคิดด้านต่างๆไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์การตัดสินใจรวมถึงสภาพแวดล้อมต่างๆและเมื่อจบการศึกษา ขั้นพื้นฐานแล้วก็ควรปรับปรุงความรู้วิชาชีพทักษะต่างๆให้ทันยุคทันสมัยก็ยิ่งจะได้รับประโยชน์จากการศึกษามากยิ่งขึ้นและนำมาใช้งานในยุคปัจจุบันได้จริง เรียนหนักปวดหัว เข้ามาผ่อนคลายสมองกันได้ที่ gclub5555 แหล่งรวมเกมออนไลน์ให้ทุกคนได้ติดตาม สนุกครบจบที่นี่

ปัญหาการเรียนออนไลน์

ปัญหาการเรียนออนไลน์ สังคมวุ่นวาย ส่งผลกระทบหลายด้าน

เป็นที่ทราบกันดีเลยนะคะว่าในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมาเราได้เริ่มเรียนออนไลน์มาตั้งแต่ในช่วงของปีที่แล้วจนมาถึงช่วงปี 2564 นี้สถานการณ์การแพร่ระบาด covid 19 ก็ยังไม่บรรเทาลงจนทำให้นักเรียนหลายคนไม่สามารถไปเรียนที่โรงเรียนได้ตามปกติ จึงต้องมีการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ แต่ก็ไม่วายพบกับปัญหาการเรียนออนไลน์ซึ่งเป็นที่น่าจับตามองของสังคมในตอนนี้เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเปิดรับบริจาคเงินเพื่อไปสมทบทุนในการซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์ในการช่วยด้านการเรียน สำหรับวันนี้นักเขียนจะพาคุณไปพบกับ ปัญหาการเรียนออนไลน์ ของสังคมที่กำลังวุ่นวายกันอยู่ในตอนนี้ ปัญหาการเรียนออนไลน์ ทำเอากระทบต่อหลายๆ ด้าน เรียกได้ว่าการเรียนออนไลน์นั้นจัดเป็นสิ่งที่ทุกโรงเรียนทำกันอยู่ในตอนนี้ต้องบอกเลยว่าตัวนี้สังคมกำลังวุ่นวายกับ ปัญหาการเรียนออนไลน์ กันเป็นอย่างมากเพราะปัญหาเหล่านี้จะส่งผลกระทบหลาย ไม่ว่าจะส่งผลกระทบถึงตัวผู้เรียนหรือผู้ปกครองในการหาเงินมาซื้อโทรศัพท์มือถือหรือจ่ายค่าอินเทอร์เน็ตเพิ่มมากยิ่งขึ้น นี่จึงจัดเป็นปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการเรียนออนไลน์ที่ทำให้สังคมจับตามองกันอยู่ในตอนนี้ นอกจากนี้รู้หรือไม่ว่ายังมีนักเรียนหลากหลายคนที่ยังรอคอยความช่วยเหลืออยู่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ที่ห่างไกลความเจริญ หรือเป็นพื้นที่ที่ทุรกันดาร และแม้กระทั่งในสังคมไทยที่มีผู้คนตกงานและเศรษฐกิจย่ำแย่ ก็ต้องใช้เงินมาซื้ออุปกรณ์การเรียนและติดตั้งอินเทอร์เน็ตเพื่อใช้ในการเรียนการสอน และนี่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาการเรียนออนไลน์ ที่สังคมไทยและสังคมการศึกษาไทยสามารถเห็นได้ชัดอย่างยิ่งในตอนนี้ ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วบทสรุปของการศึกษาไทยและการเรียนการสอนจะเป็นอย่างไร แต่ในตอนนี้ทางกระทรวงการศึกษาก็ยังได้ออกมาประกาศว่าเราจะยังคงต้องเรียนออนไลน์กันอยู่จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนี้เพื่อเป็นการปฏิบัติเป็นแนวทางการป้องกันมาตรการการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid 19 และนี่ก็เป็นปัญหาการเรียนออนไลน์ อีกด้านหนึ่งที่เห็นได้ชัด ที่นักเขียนนำมาแนะนำให้กับเพื่อนๆได้ชมกันในวันนี้ค่ะ ที่นี่ kor-kai.com แหล่งเพิ่มความรู้ด้าน การศึกษา ที่มีข้อมูลที่หลากหลาย และครบถ้วน ให้ทุกท่านได้ค้นหา เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างสูงสุด และถ้าถ้าท่านใด กำลังมองหาเกมออนไลน์ เล่นเพื่อการผ่อนคลายสมอง ufabet982 ที่นี่ มีเกมออนไลน์ ให้คุณได้เล่นสนุกๆ เพื่อการผ่อนคลาย อย่างมากมาย…

“Brain Gym” ท่าบริหารสมอง คลายความเครียด จากการอ่านหนังสือสอบ หรือเรียนหนัก

“Brain Gym” ท่าบริหารสมอง คลายความเครียด จากการอ่านหนังสือสอบ หรือเรียนหนัก

ดร. พอล เดนนิสัน เป็นนักประสาทวิทยาชาวอเมริกัน ผู้คิดค้นท่าบริหารสมอง หรือที่เรียกว่า Brain Gym ขึ้น เพื่อให้การออกกำลังกายท่าต่าง ๆ หรือการเคลื่อนไหว ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองให้ทำงานดีขึ้น ทำให้การเรียนรู้ดีจึงเหมาะกับเด็กวัยเรียน นอกจากนี้ยังเป็นท่าที่ช่วยให้คลายเครียด และมีสมาธิมากขึ้นด้วย Brain Gym ท่าบริหารสมอง ที่ดีที่สุด ท่าบริหารสมองสำหรับเด็กวัยเรียน : ท่าหมุนมือ ประโยชน์ของท่าบริหารสมอง Brain Gymท่าบริหารสมอง ท่าหมุนมือ เป็นท่ากายบริหารที่ช่วยให้การทำงานของสมองทั้งซีกขวาและซีกซ้าย ถ่ายโยงข้อมูลกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น วิธีบริหาร -ให้เริ่มจากท่ายืน ปลายเท้าห่างกันพอประมาณ -ยื่นแขนทั้งสองไปด้านหน้าให้ขนานกันและเหยียดตรง -จากนั้นให้กำหมัด และคว่ำหมัดลง -เริ่มหมุนหมัดเป็นวงกลม โดยหมุนในทิศทางเข้าหาตรงกลาง ก็จะเหมือนกับการวาดวงกลม 2 อันมาต่อกันจนกลายเป็นเลข 8 ท่าบริหารสมองสำหรับเด็กนักเรียนนักศึกษา : ท่านั่งไขว่ห้าง ประโยชน์ของท่าบริหารสมอง Brain Gymท่าบริหารสมอง ท่านั่งไขว่ห้าง เป็นท่าการบริหารที่จะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของสมองหน้า และสมองส่วนหลัง…

“ปิงปอง” สุดยอดกีฬา ช่วยพัฒนาสมองเด็กวัยเรียน กระตุ้นให้ความจำดี มีความฉับไว

“ปิงปอง” สุดยอดกีฬา ช่วยพัฒนาสมองเด็กวัยเรียน กระตุ้นให้ความจำดี มีความฉับไว

เด็กในวัยเรียนควรออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬา โดยเฉพาะกีฬา ปิงปอง ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสุดยอดแห่งกีฬาที่ช่วยพัฒนาสมอง แม้แต่คุณหมอก็ยังแนะนำให้เด็ก ๆ หันมาเล่นปิงปองเพื่อช่วยส่งเสริมการเรียนทำให้ทุกวันนี้เด็กทั่วโลกต่างสนใจหันมาเล่นปิงปอง ที่ช่วยพัฒนาศักยภาพทางร่างกาย จิตใจ และที่สำคัญคือเสริมส่งประสิทธิการทำงานของสมองอย่างแท้จริง คุณหมอ แนะนำ ให้เด็กเล่น ปิงปอง เพื่อพัฒนาสมอง การเล่นปิงปองช่วยพัฒนาศักยภาพสมอง ซึ่งเรื่องนี้คุณหมอเดเนียล จี. เอเมน ผู้เขียนหนังสือ “Making a Good Great “ (เป็นหนังสือแนะนำวิธีที่ทำให้มีสุขภาพดีโดยเน้นเรื่องการดูแลตนเอง)  ท่านยังได้กล่าวว่า การออกกำลังกายถือเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะกับสมอง เพราะการออกกำลังกายจะช่วยให้นิวตรอนในสมองมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น และสมองก็จะทำงานได้ดีไม่มีเสื่อม ที่น่าสนใจมากคือท่านกล่าวว่า การเล่นปิงปองเป็นการออกกำลังกายสำหรับสมองที่ดีเยี่ยม ซึ่งการเล่นปิงปอง หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Table Tennis ผู้เล่นจะได้ออกกำลังกายเกือบทุกส่วน ทั้งแขน ขา ช่วงลำตัว  สามารถใช้ร่างกายได้ทั้งช่วงบนและล่างอย่างเต็มที่ สามารถเรียกเหงื่อได้ดีมาก เหมือนกับการออกกำลังกายแบบแอโรบิก และที่พิเศษอีกอย่างก็คือ การเล่นปิงปองยังช่วยฝึกสมองให้ฉับไวเสมอ เพราะจะต้องสอดประสานกันอย่างดีทั้งสายตา และมือ นอกจากนี้ยังต้องใช้สมองในการวางแผนรุกรับอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งยังต้องแก้ไขสถานการณ์อยู่ตลอด ซึ่งทักษะนี้เหมาะมากสำหรับการเรียนในระดับสูง…

ทฤษฎีหมวก 6 ใบ ฝึกคิดแบบใหม่ ให้การเรียนมีประสิทธิภาพขึ้น

ทฤษฎีหมวก 6 ใบ ฝึกคิดแบบใหม่ ให้การเรียนมีประสิทธิภาพขึ้น

ทำความเข้าใจกับทฤษฎีหมวก  6  ใบภายใน  1  นาที ทฤษฎีหมวก  6  ใบ ก็คือการฝึกคิดอย่างเป็นระบบ  รอบด้าน  และครอบคลุม  โดยใช้หมวกสมมติหรือหมวกจริง  6  ใบ  6  สีเป็นอุปกรณ์  ซึ่งหมวกแต่ละใบคือตัวแทนของการคิดด้วยมุมมองต่างๆ  เรียนรู้ให้เข้าใจ ทฤษฎีหมวก  6  ใบ หมวกแต่ละสีแตกต่างกันอย่างไร? –  หมวกสีขาว  คือตัวแทนของการคิดในมุมมองของข้อมูลหรือข้อเท็จจริงเบื้องต้น  (ตัวเลข  ผลพิสูจน์)  โดยไม่มีการแสดงความรู้สึกหรือความคิดเห็นลงไป  ซึ่งผู้ที่มีความคิดโน้มไปทางหมวกสีขาวจะเชื่อสิ่งใดก็ต่อเมื่อมีการพิสูจน์แล้ว  –  หมวกสีแดง  คือตัวแทนของการคิดในมุมมองของอารมณ์ความรู้สึกล้วนๆ โดยไม่ต้องมีเหตุผลมารองรับ  เรียกว่าชอบก็บอกชอบกันตรงๆ  สำหรับผู้ที่มีความคิดโน้มไปทางหมวกสีแดงจะมีความชัดเจนในตัวเองและกล้าแสดงออก  –  หมวกสีดำ  คือตัวแทนของการคิดในมุมมองของเหตุและผลล้วนๆ  บอกข้อดีและข้อเสียต่างๆ ที่คิดได้รวมถึงอุปสรรคที่อาจมี  ซึ่งผู้ที่มีความคิดโน้มไปทางหมวกสีดำจะมีความรอบคอบและระมัดระวังสูง –  หมวกสีเหลือง  คือตัวแทนของการคิดในมุมมองที่เป็นบวก  เป็นการเล็งเห็นข้อมูลเชิงบวก  ประโยชน์  ข้อดี  หรือจุดเด่นที่มีเพื่อนำไปสู่การพัฒนา  และสำหรับผู้ที่มีความคิดโน้มไปทางหมวกเหลืองจะมีความสามารถในการต่อยอด – …

เทคนิคลดความเครียด ของเด็กวัยเรียน อย่างมีประสิทธิภาพ

เทคนิคลดความเครียด ของเด็กวัยเรียน อย่างมีประสิทธิภาพ

ถ้าคุณกำลังอยู่ในวัยเรียน ก็ย่อมต้องประสบกับปัญหาความเครียดที่มาจากการเรียน ดังนั้นสมองของคุณจึงไม่ค่อยผ่อนคลาย และความตึงเครียดก็จะส่งผลเสียต่อพัฒนาการทางสมองโดยตรง ดังนั้นวิธีที่จะเสริมสร้างการทำงานของสมองให้ดียิ่งขึ้น ก็คือการกำจัดความเครียด ซึ่งในที่นี้ขอแนะนำ เทคนิคลดความเครียด วิธีผ่อนคลายความเครียด แบบที่เป็นธรรมชาติ ทำง่าย และเหมาะกับเด็กนักเรียนนักศึกษาอย่างยิ่ง แนะนำ เทคนิคลดความเครียด ของเด็กวัยเรียน แบบที่เป็นธรรมชาติ เทคนิคลดความเครียดผ่อนคลายสมองจากการเรียนด้วยดนตรีเพราะๆ ไม่ว่าจะเป็นดนตรีแบบมีทั้งเนื้อร้องและทำนอง หรือมีแต่ทำนองอย่างเดียว หากเป็นแบบที่เราชอบแล้ว เชื่อได้เลยว่าเราย่อมยิ้มได้ และความสุขในโลกส่วนตัวก็ย่อมเกิด จึงไม่น่าแปลกที่หลายคนมักจะพกพาดนตรีไปกับเขาทุกที่ เพราะดนตรีจะช่วยคลายทุกข์ ลดความเครียด และทำให้จิตใจเบิกบานได้ ขอแนะนำว่าคุณควรเลือกประเภทดนตรีในแบบที่ชอบ และในช่วงที่เครียดมาก ๆ โดยเฉพาะช่วงอ่านหนังสือสอบ ก็ควรเลือกฟังดนตรีแบบที่เสียงไม่ดังมาก หรือไม่หนวกหูจนเกินไป เพราะเสียงที่ดังมากอาจทำให้ตื่นก็จริง แต่ก็จะกระตุ้นให้เครียดมากขึ้นด้วย เทคนิคลดความเครียดบรรเทาความเครียดจากการเรียนด้วยการกินแก้เครียด เด็กนักเรียนนักศึกษามักมีปัญหาเรื่องน้ำหนักตัว โดยเฉพาะช่วงใกล้สอบ เพราะมักจะกินมากเป็นพิเศษ พอเครียดปุ๊บก็กินปั๊บ คิดว่าการกินนี่แหละที่จะช่วยให้หายเครียดได้ทันที แต่ใช่ว่าอาหารทุกชนิดจะเหมาะสำหรับคลายเครียด อาหารที่ควรเน้นกินมากที่สุดในช่วงที่ใช้สมองมาก ๆ ก็คือ อาหารที่อุดมด้วยวิตามินบี 12 ซึ่งจะช่วยบำรุงระบบประสาท ป้องกันอาการซึมเศร้า และบรรเทาอาการเครียดได้ด้วย  โดยพบได้มากในอาหารต่าง…

การออกกำลังกาย ของเด็กวัยเรียน

การออกกำลังกาย ของเด็กวัยเรียน ช่วยพัฒนาสมอง เสริมสร้างความจำ

คุณอาจเคยบริหารแขนขา บริหารรูปร่างให้สวยงามด้วยการออกกกำลังกาย หรือ  Exercises แล้ว แต่รู้ไหมว่า สมองของเราก็ต้องการการบริหารเช่นกัน เพื่อช่วยให้สมองมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในเด็กวัยเรียน การออกกำลังกายนอกจากจะช่วยให้เขามีสุขภาพที่แข็งแรง และช่วยกระตุ้นการเติบโตของร่างกายแล้ว การออกกำลังกาย ยังช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองได้เป็นอย่างดี การออกกำลังกาย ดีต่อสมองเพราะอะไร   การออกกำลังกายช่วยพัฒนาสมองซีกขวา ออกกำลังกายยังดีต่อสุขภาพของสมองอย่างยิ่ง เนื่องจากเมื่อเราออกกำลังกาย ก็จะช่วยพัฒนาสมองซีกขวา ที่เป็นส่วนสำคัญในการจินตนาการสร้างสรรค์ ทำให้เรามีไอเดียใหม่ๆ เสมอ ดังนั้นหากได้ออกกำลังกายบ่อย ๆ เราก็จะสดชื่นและรู้สึกว่าสมองรับสิ่งใหม่ ๆ ได้ตลอด การออกกำลังกายช่วยทำให้สมองทั้งสองซีกทำงานร่วมกันได้ดี การออกกำลังกายไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องสมองซีกขวาเท่านั้น แต่ยังช่วยให้การทำงานของสมองทั้งสองซีกสอดประสาน ทำงานสัมพันธ์กันได้ดีขึ้น เนื่องจากเมื่อเราได้ออกกำลังกาย โดยฉพาะการออกกำลังกายแบบที่มีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาค่อนข้างนาน ก็จะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองทั้งสมองซีกให้ทำงานร่วมกันได้ดี การออกกำลังกายช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ การออกกำลังกายยังช่วยกระตุ้นให้สมองเกิดการเรียนรู้ และสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว แม้แต่เด็กวัยเรียนที่มีความผิดปกติทางสมองในระดับที่เรียนรู้ได้ หากได้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยกระตุ้นให้สมองมีพัฒนาการที่ดีขึ้น แม้จะใช้เวลานานกว่าเด็กปกติ แต่ก็จะเกิดการพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไปได้ การออกกำลังกายช่วยพัฒนาสมองช่วยเรื่องการเรียน การออกกำลังกายจะช่วยทำให้ระบบการสื่อสารดี ทั้งในการพูด การเขียน และการอ่าน ช่วยกระตุ้นสมองในด้านการสั่งการเพื่อให้เกิดความสมดุล ทำให้การเคลื่อนไหวคล่องตัว…

เทคนิคการอ่านหนังสือ ให้เข้าใจง่าย จำได้ไม่ลืม และรู้จักประยุกต์ใช้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เทคนิคการอ่านหนังสือ ให้เข้าใจง่าย จำได้ไม่ลืม และรู้จักประยุกต์ใช้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เด็กนักเรียนนักศึกษามักจะมีปัญหาเรื่องการอ่านหนังสือแล้ว จำไม่ค่อยได้ อ่านแล้วไม่เข้าใจ หรือจำได้แต่ก็ไม่เก่งพอจะประยุกต์ใช้ ดังนั้นมาลองดู เทคนิคการอ่านหนังสือ ที่จะแนะนำต่อไปนี้ แล้วคุณจะรู้ว่าการอ่านหนังสือไม่ใช่เรื่องยากเย็น แค่ต้องเปลี่ยนมุมมองการอ่านเสียใหม่ เพียงเท่านี้คุณก็จะไม่มีปัญหาเรื่องการเรียนอีกต่อไป                แนะนำ 4 เทคนิคการอ่านหนังสือ อย่างมีประสิทธิภาพ เทคนิคการอ่านหนังสือเพื่อสอบอ่านแบบเร็ว ๆ การอ่านหนังสือเพื่อสอบ หากอ่านหนังสือเล่มหนามากทุกวิชาคงไม่ไหว ดังนั้นการอ่านแบบเร็ว ๆ ข้าม ๆ เลือกดูเฉพาะจุดที่คิดว่าสำคัญก็จะช่วยให้คุณไม่ต้องพะวงเสียเวลากับข้อมูลที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะวิชาภาอังกฤษการอ่านข้าม ๆ ก็จะทำให้เกิดทักษะในการสะกดคำหรือการอ่านได้ไปเอง โดยที่เราอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า คำนั้นสะกดคำอย่างไร แต่เมื่อเราลองเขียนก็มักจะเขียนได้ถูกต้อง หรืออย่างน้อยก็ใกล้เคียง ซึ่งการฝึกทักษะนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเด็ก ๆ  เพราะสมองของเด็กจะเรียนรู้ได้ไว คือจะเกิดการเรียนรู้ไปเองทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้หลักการการอ่านด้วยซ้ำ เช่น ในภาษาฝรั่งเศส bonjour แปลว่าสวัสดียามเช้า อ่านว่า บง-ชูร์ จากนั้นเมื่อเราได้รู้แล้วว่าคำนี้อ่านเช่นนี้ เมื่อเราไปเจอศัพท์อีกคำที่สะกดคล้ายกัน เราก็จะอ่านได้เองโดยอัตโนมัติ เช่น เราไปเจอคำว่า Mouchoir ที่แปลว่าผ้าเช็ดหน้า…

คนถนัดซ้าย สมอง และแนวโน้ม เรื่องการเรียน เป็นอย่างไร

คนถนัดซ้าย สมอง และแนวโน้ม เรื่องการเรียน เป็นอย่างไร

คนในโลกส่วนใหญ่ มักจะถนัดขวามากกว่าซ้ายหลายเท่า ดังนั้นเราจึงมองว่าคนที่ถนัดซ้ายมีความแตกต่างจากเรา หรือพิเศษกว่าคนทั่วไป ซึ่งเรื่องความถนัดของมือซ้ายนี้หลายคนมักยังไม่รู้ข้อมูล และมีความลับของคนถนัดมือซ้ายอีกมากมายที่จะทำให้คุณแปลใจ ยิ่งถ้าคุณเป็น คนถนัดซ้าย ที่อยู่ในวันศึกษาเล่าเรียน ก็ควรสนใจเรื่องนี้อย่างยิ่ง เพราะสามารถทำนายแนวโน้มเรื่องการเรียนจากมือซ้ายข้างถนัดของคุณได้ แนวโน้ม เรื่องการเรียนของ คนถนัดซ้าย คนถนัดซ้ายเรียนวิชาที่สนใจได้ดี เชื่อกันว่าถ้าคนถนัดซ้ายสนใจเรื่องราว หรือวิชาใดเป็นพิเศษ เขาจะเป็นอัจฉริยะในวิชานั้นไปเลย เนื่องจากเขาจะลงลึกจนถึงขั้นหมกมุ่นเลยทีเดียว คนถนัดซ้ายจะมีพรสวรรค์ บ่อยครั้งที่คนถนัดซ้ายไม่ได้มีพื้นฐานในวิชา หรือทักษะนั้น ๆ มาก่อนเลย แต่ในครั้งแรกเขาก็ทำได้ดีจนน่าตกใจ เหมือนคนที่มีพรสวรรค์ติดตัวมาแต่เกิด คนถนัดซ้ายจะมีไอคิวสูง ถ้ามีการวัดไอคิว คนถนัดซ้ายมักจะไอคิวเฉลี่ยสูงกว่าคนที่ถนัดขวา แต่แม้คนถนัดซ้ายที่มีไอคิวต่ำ เขาก็มีความสนใจพิเศษ หรือเรียนบางเรื่องได้ดี คนถนัดซ้ายจะเรียนรู้ได้หลายอย่าง คนที่ถนัดซ้ายจะมีความสามารถในการทำสิ่งต่าง ๆ หลายอย่างพร้อมกัน และทำได้ดีมาก ซึ่งเขาจะมักจะไม่เกิดความสับสน หรือหลงลืมสิ่งที่เคยเรียนรู้มาก่อน คนถนัดซ้ายจะทำโจทย์ยาก ๆ ซับซ้อนได้ ถ้ามีข้อสอบหรือโจทย์ยาก ๆ ที่มีความซับซ้อน ก็ต้องส่งมาให้คนถนัดซ้ายเลย เพราะเขาจะมีกระบวนการคิดที่แตกต่างสร้างสรรค์กว่าคนอื่น และเขามักจะมีวิธีคิดที่ไม่เหมือนคุณครูสอน คนดังที่ถนัดมือซ้าย สิงห์อีซ้ายที่มีชื่อเสียง…

แมงมุมเพื่อนรัก (Charlotte’s Web) วรรณกรรมเยาวชน หนังสืออ่านนอกเวลา

แมงมุมเพื่อนรัก (Charlotte’s Web) วรรณกรรมเยาวชน หนังสืออ่านนอกเวลา

วรรณกรรมเรื่องแมงมุมเพื่อนรัก ได้รับการตีพิมพ์เกินกว่าถึง 45 ล้านเล่ม และยังมีการแปลเป็นภาษาต่าง ๆ มากกว่า 23 ภาษา  นอกจากนี้วรรณกรรมเรื่อง แมงมุมเพื่อนรัก ยังได้รับรางวัลนิวเบอรี่ (The Newberry Medal) ซึ่งถือเป็นรางวัลออสการ์แห่งวงการวรรณกรรมเยาวชนเหรียญเงิน (Honor) และทางนิตยสาร TIME นิตยสารระดับโลกฉบับก็ได้ยกย่องให้เป็นวรรณกรรมเยาวชนที่ดีที่สุดในศตวรรษ (ปี 1999) เรื่องย่อวรรณกรรมเรื่อง แมงมุมเพื่อนรัก ตัวละครเอกของเรื่องแมงมุมเพื่อนรักคือแม่แมงมุมที่ชื่อ “ชาร์ล็อต” ซึ่งเธอได้ช่วยชีวิตลูกหมูชื่อว่า “วิลเบอร์” เพื่อไม่ให้เจ้าหมูถูกฆ่าเป็นอาหาร โดยการออกอุบายเพื่อทำให้เจ้าหมูกลายเป็นเจ้าหมูวิเศษ ซึ่งชาร์ล็อตได้ชักใยเป็นตัวอักษรว่า “หมูพิเศษ” เมื่อชาวบ้านมาเห็นจึงตกใจและลือกันไปทั่วว่าเจ้าหมูนี้เป็นหมูมหัศจรรย์ นี่เองจึงทำให้มันรอดจากการกลายเป็นเบคอน และทั้งสองก็ได้สานสัมพันธ์เป็นเพื่อนกันเรื่อยมา  และพบเจอกับประสบการณ์การผจญภัยต่าง ๆ จนใกล้วาระสุดท้ายของแมงมุมอย่างชาร์ล็อต ที่แม้ว่าเจ้าหมูจะเอาแต่บอกว่าเขาไม่เคยทำอะไรเพื่อชาร์ล็อตเลย แต่ชาร์ล็อตกลับบอกว่าสิ่งที่เธอต้องการไม่ใช่สิ่งใดเลยนอกจากมิตรภาพดี ๆ ที่เจ้าหมูมอบให้เธอ และเมื่อถึงวันที่ชาร์ล็อตจากไปตามอายุขัย เจ้าหมูก็เศร้ามาก แต่มันก็ไม่ได้เศร้านานนัก เพราะชาร์ล็อตได้ทิ้งลูก ๆ ของเธอให้เป็นเพื่อนกับเจ้าหมูน้อยนั่นเอง ข้อคิดที่ได้จากวรรณกรรมเรื่องแมงมุมเพื่อนรัก -มิตรภาพระหว่างเพื่อนคือสิ่งสวยงามที่เราควรรักษาให้ยืนยาวต่อไป…