วิธีจำง่าย ที่ทุกคนทำได้

วิธีจำง่าย จำไว ใครอยากเรียนเก่ง ต้องรู้ไว้ บอกเลยว่า ห้ามพลาด

ความจำดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการเรียน หรือทำกิจกรรมต่างๆ ในการใช้ชีวิตประจำวัน ของเรา ดังนั้นวันนี้เราจะมาชวนผู้เรียนฝึกความจำด้วย วิธีจำง่าย ซึ่งได้ผลดีเหล่านี้ แนะนำ วิธีจำง่าย  เทคนิคช่วยจำ  ที่ใครๆ ก็ทำได้ สร้างสรรค์เองก็ได้ไม่ยาก อาจไม่มีวิธีที่ดีที่สุดในการจดจำ  รวมถึงวิธีจำง่ายของใครก็อาจเป็นวิธีจำยากของอีกคนได้  ดังนั้นควรสร้างสรรค์การจดจำด้วยตัวเองไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม  ที่ทำให้รู้สึกว่าจำได้ไม่ฝืน  ขอยกตัวอย่างเทคนิคช่วยจำที่เรียกว่า  Use  Mnemonic  device  ซึ่งผู้เรียนสามารถนำไปปรับใช้หรือต่อยอดเองได้  ได้แก่ –  การจำคำศัพท์ต่างๆ ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศจากกลอนหรือเพลงสั้นๆ  ยกตัวอย่างเช่น  บันดาลลงบันได       บันทึกให้จำจงดี  รื่นเริงบันเทิงมี          เสียงบันลือสนั่นดัง…  (จำคำศัพท์ภาษาไทยที่เขียนถูกต้องเป็นกลอน) –  การจำหลักภาษาด้วยการแปลงมาเป็นข้อความสั้นๆ  เช่น  งูใหญ่นอนอยู่  ณ  ริมวัดโมฬีโลก  (การจดจำอักษรต่ำเดี่ยว  10  ตัวในภาษาไทย  คือ  ง  ญ  น  ย  ณ  ร  ว  ม …

เทคนิคช่วยความจำดี ไม่ลืมแน่นอน

เทคนิคช่วยความจำดี ที่หลายคนยังไม่รู้ และรับรองว่า จำได้แม่น ไม่ลืมแน่นอน

ใครที่เรียนไม่ค่อยจะเก่งอาจติดปัญหาตรงที่จำไม่ได้  ซึ่งไม่ได้เป็นเพราะความจำไม่ดีหรือสมองไม่ดี  แต่เป็นที่  “จำไม่เป็น”  ต่างหาก  จึงจำเป็นต้องจำให้เป็นด้วย เทคนิคช่วยความจำดี เหล่านี้ เทคนิคช่วยความจำดี จำอย่างนี้สิไม่มีทางลืมแน่! โฟกัสหน่อยเทคนิคช่วยความจำดีให้ลองสังเกตตัวเองหรือคนรอบข้างดูก็ได้ว่าเวลาที่ต้องทำหลายสิ่งพร้อมๆ กัน  แทบจะทุกสิ่งออกมาไม่ดีหรือเกิดความผิดพลาดเสมอ  ที่สำคัญคือจำไม่ได้ว่าอะไรเป็นอะไรหรือทำอะไรลงไปบ้าง  นั่นเพราะเราไม่ได้โฟกัสกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างจริงจัง  สมองจึงไม่มีเวลามากพอในการลงรหัสข้อมูล  แม้เป็นสิ่งสำคัญก็อาจจำไม่ได้  ย้อนคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก แนะนำให้ทำทีละสิ่งด้วยความตั้งใจ  เช่น  หากอยากอ่านหนังสือให้จำได้ดีก็ต้องอ่านอย่างเดียว  ไม่เปิดเพลงคลอ  ไม่ดูโทรทัศน์  ไม่หาอะไรมากิน  เลือกที่ใช่เทคนิคช่วยความจำดีไม่มีอะไรตายตัว  บางคนบอกจำแบบนี้ดีแต่พออีกคนนำไปใช้กลับไม่เวิร์ก  ให้ผู้เรียนหาเทคนิคที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุด  ยกตัวอย่างเช่น –  บางคนจำอะไรยาวๆ ไม่ได้  ต้องใช้การสรุปจด –  บางคนจำจากเสียงครูพูดได้ดีที่สุด  จึงตั้งใจเรียนขณะครูสอนหรือใช้การอัดเสียงครูแล้วเปิดฟังทบทวน  จึงไม่จำเป็นต้องอ่านหนังสือทบทวนหลายรอบ –  บางคนจำจากการอ่านหนังสือ  มีภาพที่เกิดในหัวสมองซึ่งช่วยให้จำง่ายขึ้น เก่ากับใหม่อยู่ร่วมกันได้ จากการวิจัยเกี่ยวกับความจำมีการระบุว่า  การนำข้อมูลใหม่ๆ มาเชื่อมโยงกับความรู้เดิมๆ  ประสบการณ์เดิมๆ  (ซึ่งก็คือความทรงจำเก่าที่มักเลือนรางไปตามกาลเวลา)  จะช่วยให้ความจดจำเดิมๆ อยู่ยาวนานขึ้น  ไม่เข้าตำราเก่าไปใหม่มาอย่างที่ผู้เรียนหลายคนเป็น  เป็นเทคนิคช่วยความจำดี ที่เรียกว่า …

การอ่านจับใจความ สิ่งสำคัญในการอ่านหนังสือ

การอ่านจับใจความ คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรบ้าง มาดูกัน!

นักเรียน  นักศึกษาหลายคนรู้วิธีอ่านจับใจความว่าต้องทำอย่างไร  แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า การอ่านจับใจความ แท้จริงคืออะไรและมีประโยชน์อย่างไรบ้าง  ดังนั้นตามมาทำความเข้าใจกันเถอะ…  การอ่านจับใจความ คืออะไร? ก่อนอื่นต้องมองความจริงก่อนว่าในหนังสือหรือตำราวิชาการอะไรก็แล้วแต่  ไม่ใช่ทุกบรรทัดทุกตัวอักษรจะสำคัญเท่าเทียมกัน  เพราะผู้เขียนมีสิ่งสำคัญที่อยากจะบอกและมีรายละเอียดปลีกย่อยที่อยากจะอธิบายนั่นเอง  ดังนั้นการอ่านข้อความหรือหนังสือสักเล่ม  ผู้อ่านต้องกลั่นกรองให้ได้ว่าสิ่งใดสำคัญโดยใช้วิธีการอ่านจับใจความที่มุ่งหาสาระหรือใจความสำคัญของเนื้อเรื่อง  ซึ่งทำให้ทราบว่าที่เหลือเป็นใจความรองและรายละเอียดต่างๆ  ขออธิบายเสริม  ดังนี้  1.  ใจความสำคัญ  คือ  แก่นของแต่ละย่อหน้า  ซึ่งแต่ละย่อหน้ามักมีใจความสำคัญประมาณ  1  –  2  ใจความ  โดยใจความสำคัญจะมีลักษณะ  ดังนี้ –  สั้นกระชับ  –  สามารถเป็นประโยคเดี่ยวๆ ได้เลย –  สามารถเป็นหัวข้อในแต่ละย่อหน้าได้  –  ไม่จำเป็นต้องมีประโยคอื่นเสริมหรือประกอบก็เข้าใจได้ 2.  ใจความรอง  (พลความ)  คือ  ส่วนที่ช่วยขยายหรือสนับสนุนให้ใจความสำคัญมีความชัดเจนและเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น  ได้แก่  การเปรียบเทียบเปรียบเปรย  การอธิบายเหตุผล  การให้คำจำกัดความ  และการยกตัวอย่างประกอบ  (ซึ่งเราอาจไม่จำเป็นต้องใส่ใจหากมีเวลาอ่านน้อยหรือต้องการทราบเนื้อหาสำคัญเพียงคร่าวๆ) 3.  รายละเอียด  คือ …

The Secret Garden วรรณกรรมเยาวชนดีๆ

The Secret Garden วรรณกรรมเยาวชนดีๆ ที่นักอ่านต้องไม่พลาด

หากนึกถึงวรรณกรรมเยาวชนสักเรื่อง  The Secret Garden  หรือในชื่อไทยมากมาย  ได้แก่  สวนลับ  สวนปริศนา  และในสวนศรี  ต้องเป็นหนังสือเบอร์ต้นๆ ที่นักอ่านจะนึกถึง  เพราะนอกจากความสนุกสนานที่ได้รับแล้ว  ยังมีความลึกซึ้งและแตกต่างจากวรรณกรรมเยาวชนทั่วไปด้วย ประวัติคร่าวๆ ของวรรณกรรมเยาวชน The Secret Garden  เล่มนี้  ผู้เขียนThe Secret Gardenคือฟรานเซส  ฮอดจ์สัน  เบอร์เนทท์  ที่เขียนลงในนิตยสารเป็นตอนๆ เมื่อปี  ค.ศ.  1910  (พ.ศ.  2453)  ต่อมาได้พิมพ์รวมเล่ม  จากนั้นก็มีการนำไปทำเป็นภาพยนตร์ทั้งในโรงใหญ่และจอโทรทัศน์จนนักอ่านนักดูต่างรู้จักและหลงรักกัน  ซึ่งหนังสือเล่มนี้ถูกยกย่องว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สุดของเธอด้วย โครงเรื่องคร่าวๆ ของวรรณกรรมเยาวชนเรื่องนี้ กล่าวถึงหนูน้อยแมรี่ที่มีเหตุให้ต้องกำพร้าพ่อแม่  ได้ไปพักอาศัยกับลุงซึ่งไม่สนิทกันที่คฤหาสน์หลังใหญ่มีสวนรกร้าง  ทำให้แมรี่ได้พบความมหัศจรรย์ของสวนแห่งนี้  ได้นำพาความมหัศจรรย์มาสู่ครอบครัวที่เย็นชาแต่ทว่าแฝงความเศร้าโศกของลุง  ซึ่งเธอทำให้คอลินลูกชายของลุงที่พิการกลับมาเดินได้อีกครั้ง ความน่าสนใจและข้อคิดดีๆ จากวรรณกรรมเยาวชนเล่มนี้  –  เปรียบเทียบได้กับสวนรกร้างในคฤหาสน์ที่กลับมางดงามอีกครั้งจากปาฏิหาริย์  พบว่าจริงๆ แล้ว ก็คือความไม่สิ้นหวังของมนุษย์นั่นเองThe Secret Gardenเป็นวรรณกรรมเยาวชนที่เหมาะกับคนที่กำลังสับสนหรือท้อแท้ในชีวิต –  เมื่อเกิดวิกฤติต้องรู้จักปรับตัว  เหมือนแมรี่ที่ต้องย้ายมาอยู่ในสถานที่ใหม่ลำพัง  เธอค่อยๆ เรียนรู้  ปรับปรุงนิสัยแย่ๆ เพราะถูกตามใจจนเสียคนมาก่อน …

ภาวะสมองล้า ในเด็กวัยเรียน

ภาวะสมองล้า เป็นอย่างไร เช็คได้อย่างไร และต้องแก้ปัญหานี้อย่างไร

น้อง ๆ นักเรียนนักศึกษาที่ต้องเรียนหนังสือวันละหลาย ๆ ชั่วโมง จนทำให้รู้สึกเหนื่อยล้า หรือมีอาการสมองล้า ซึ่งเป็นสาเหตุให้ การเรียนในห้อง การอ่านหนังสือ และการเรียนรู้ทั่วไปด้อยประสิทธิภาพลง ดังนั้นหากน้อง ๆ รู้สึกว่าตนเองมีภาวะเหล่านี้ ก็อาจเป็นไปได้ว่านี่คือสัญญาณเตือนจากสมองว่ากำลังประสบปัญหา ภาวะสมองล้า และต้องการบำรุงโดยด่วนแล้ว สัญญาณเตือนความเสี่ยง ภาวะสมองล้า -จะมีปัญหาเรื่องภาษา มักจะใช้คำพูดไม่ถูก เช่น กว่าจะเรียกสิ่งของนั้นได้ ก็ต้องมีการใบ้คำกันวุ่นวาย –ภาวะสมองล้าอีกอย่างก็คือ จะไม่ค่อยรู้เรื่องของเวลา เช่น ไม่รู้ว่าตอนนี้เช้า หรือค่ำแล้ว -ความจำบางเรื่องขาดหายไป หรือสูญเสียความจำ ซึ่งมีผลต่อการเรียนและการใช้ชีวิต -บุคลิกภาพจะเปลี่ยนแปลงไป บ้าง เช่นจากคนที่สดใสก็จะกลายเป็นคนเงียบขรึมหรือเครียดง่าย -ความคิดตัน ขาดความสร้างสรรค์ แม้ว่าเมื่อก่อนจะเป็นคนที่ครีเอตมากก็ตาม -การตัดสินใจไม่ดี มักตัดสินใจผิดพลาดบ่อย ๆ -เด็กที่มีเกิดภาวะสมองล้าประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลง จะไม่ค่อยเข้าใจเรื่องนามธรรม ซึ่งจะเป็นปัญหาในการเล่าเรียนโดยเฉพาะวิชาที่เกี่ยวกับการคิดวิเคราะห์   -อารมณ์จะขึ้น ๆ ลง ๆ เสมอ…

เทคนิคอ่านหนังสือขั้นเทพ อ่านให้เก่ง

เทคนิคอ่านหนังสือขั้นเทพ เหมาะกับเด็กนักเรียนนักศึกษา ที่อยากเก่งไว ๆ

การอ่านหนังสือให้เก่ง ไม่ใช่ว่าแค่อ่านเฉย ๆ ไปเรื่อย ๆ เท่านั้น แต่คุณต้องรู้จักเรียนรู้เทคนิคการอ่านหนังสือด้วย เพื่อให้อ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะหนังสือเรียน ตำรา หนังสืออ่านเล่น หรือสารต่าง ๆ คุณจึงจะสามารถรับข้อมูลได้มาก จดจำได้อย่างแม่นยำ และสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ ซึ่ง เทคนิคอ่านหนังสือขั้นเทพ นั้นก็ไม่ได้ยากเย็นเลย เพียงแต่ต้องนำไปใช้อย่างจริงจังจึงจะเห็นผลชัดเจน แนะนำ เทคนิคอ่านหนังสือขั้นเทพ เทคนิคอ่านหนังสือขั้นเทพชวนคนอื่นมาอ่านด้วย จะเป็นนักอ่านขั้นเทพได้ คุณก็ควรชักชวนให้คนรอบข้างหันมาชอบการอ่านหนังสืออย่างคุณด้วย เพื่อช่วยให้สิ่งแวดล้อมรอบตัวคุณ เต็มไปด้วยคนที่รักการอ่าน เช่น -ควรชวนพ่อแม่พี่น้อง หรือคนในครอบครัวให้หันมาอ่านหนังสือกันด้วย ยิ่งถ้าอ่านได้ทั้งบ้านก็จะทำให้เกิดบรรยากาศการอ่านที่ดี มีแต่จะชักชวนกันอ่าน และให้กำลังใจกันจนทำให้อยากอ่านหนังสือมากขึ้น นอกจากนี้ยังถือเป็นกิจกรรมสำหรับครอบครัวที่ดีด้วย -ชวนเพื่อให้อ่านหนังสือด้วย ได้ความรู้ ได้ฝึกนิสัยรักการอ่าน และดีกว่าไปทำเรื่องไม่ดี -ชวนคนที่อ่านหนังสือไม่เก่ง คุณจะได้ช่วยสอนเขา และช่วยฝึกฝนทักษะการอธิบายไปด้วย เทคนิคอ่านหนังสือขั้นเทพต้องรู้จักอ่านในใจ นักอ่านขั้นเทพควรฝึกการอ่านในใจ แต่ต้องไม่ทำปากขมุบขมิบ ไม่ใช้นิ้วหรือปากกาจิ้มไปที่ตัวหนังสือทีละคำแบบเด็ก ๆ ซึ่งการแบบเด็กที่ต้องห้ามนี้ จะทำให้เกิดผลเสียคือ ทำให้ใจจดจ่อกับตัวหนังสือมากกว่าสารหรือข้อมูลในหนังสือ เทคนิคอ่านหนังสือขั้นเทพอย่าอ่านทุกคำ…

ท่าบริหารสมอง สำหรับนักเรียน นักศึกษา

ท่าบริหารสมอง สำหรับนักเรียน นักศึกษา ช่วยลดความเครียด จากการเรียน

นักเรียนนักศึกษาที่มีอาการเครียดจากการเรียนการสอบ ต้องอ่านหนังสือจนดึกดื่น หรือมีอาการเหนื่อยล้าเพราะต้องเรียนตลอดทั้งวัน สมองของพวกเขาก็จะไม่ปลอดโปร่ง เรียนรู้ได้ช้า และขาดสมาธิได้ง่าย ดังนั้นการลองบริหารสมองด้วย ท่าบริหารสมอง ที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ ก็จะช่วยให้การเคลื่อนไหวร่างกายในท่าต่าง ๆ กระตุ้นให้สมองทำงานได้ดี ลดความตึงเครียด และทำให้การเรียนรู้ฉับไวมากขึ้น รวม ท่าบริหารสมอง ลดความเครียด สำหรับเด็กนักเรียน นักศึกษา ท่าบริหารสมองสำหรับเด็กวัยเรียน : ท่าลูบคอ ประโยชน์เป็นท่าบริหารที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง และกระแสประสาท และกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้มากขึ้นวิธีบริหาร -เริ่มจากอยู่ในท่านั่ง -นำมือข้างขวามาวางที่ลำคอด้านหน้า โดยใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้วางตรงกระดูกคอ -จากนั้นให้ลูบเบา ๆ ลงมา -มือข้างซ้ายให้วางทาบตรงบริเวณสะดือ -สำหรับส่วนใบหน้า ให้หันหน้าตรง แต่ใช้สายตากวาดไปมา โดยเริ่มกวาดจากทางซ้ายไปทางขวา และกวาดสายตาจากข้างล่างหรือพื้น แล้วขึ้นไปที่ข้างบนหรือเพดาน -จากนั้นให้เปลี่ยนมือจับ คือให้เปลี่ยนมือข้างซ้ายมาวางที่ลำคอด้านหน้า และให้ใช้มือขวามาวางที่สะดือบ้าง แล้วทำเหมือนเดิม ท่าบริหารสมองสำหรับนักเรียนนักศึกษา : ท่ามองมือ ประโยชน์ เป็นท่าบริหารที่ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของสมองได้ดี วิธีบริหาร -เริ่มจากอยู่ในท่านั่ง -ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาแล้วกำมือ…

ท่าบริหารลดอาการปวด สำหรับนักเรียน

ท่าบริหารลดอาการปวด เนื่องจากนั่งอ่านหนังสือนาน ๆ เหมาะกับนักเรียน นักศึกษา

เด็กนักเรียนนักศึกษาที่ต้องอ่านหนังสือนาน ๆ ทำให้หลายๆ คนมักจะมีอาการหลังงอ ไหล่ห่อ และมีอาการปวดหลัง ปวดไหล่เป็นประจำ เนื่องจากต้องนั่งท่าเดิมนาน ๆ หลายชั่วโมง และด้วยความที่การอ่านหนังสือเรียนทำให้เครียดมาก ร่างกายเด็กจึงตึงเกร็งโดยไม่รู้ตัว ซึ่ง ท่าบริหารลดอาการปวด ที่นำมาแนะนำนี้จะช่วยบรรเทาอาการปวดให้เด็กที่อ่านหนังสือนาน ๆ โดยจะเน้นช่วยให้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลัง คลายอาการปวดหลัง และยังทำให้กระดูกหลังไม่เกิดแรงกดดันมากด้วย แนะนำ ท่าบริหารลดอาการปวด เหมาะสำหรับเด็ก ท่าบริหารลดอาการปวดศีรษะสำหรับนักเรียน นักศึกษา  -เริ่มจากท่ายืนตรง หรือจะนั่งพื้นหรือเก้าอี้ก็ได้ -นำมือซ้ายมาจับที่ศีรษะฝั่งขวาด้านบน ตรงช่วงกระหม่อม -จากนั้นใช้มือข้างซ้ายนั้นออกแรงบิดศีรษะมาทางด้านซ้ายเบาๆ อย่าเกร็งศีรษะ พร้อมกับค้างไว้ นับ 1-20 จึงกลับสู่ท่าเดิม -จากนั้นเปลี่ยนมาใช้มือข้างขวาจับที่ศีรษะฝั่งซ้ายด้านบน แล้วทำเช่นเดิม ท่าบริหารลดอาการปวดไหล่สำหรับเด็กวัยเรียน –เริ่มจากยืนตรง หรือนั่งเก้าอี้ก็ได้ -จากนั้นเอามือไพล่หลัง โดยให้ใช้มือขวาจับที่ข้อมือซ้าย -แล้วออกแรงที่มือขวา พยายามดึงมือซ้ายแรง จนรู้สึกว่าบ่าและไหล่ตึง -ค้างท่านี้ไว้สัก 15 วินาที -จากนั้นให้เปลี่ยนเป็นใช้มือซ้ายจับที่ข้อมือขวา แล้วทำเช่นเดิมอีก ท่าบริหารลดอาการปวดที่หลังสำหรับนักเรียน…

“Brain Gym” ท่าบริหารสมอง คลายความเครียด จากการอ่านหนังสือสอบ หรือเรียนหนัก

“Brain Gym” ท่าบริหารสมอง คลายความเครียด จากการอ่านหนังสือสอบ หรือเรียนหนัก

ดร. พอล เดนนิสัน เป็นนักประสาทวิทยาชาวอเมริกัน ผู้คิดค้นท่าบริหารสมอง หรือที่เรียกว่า Brain Gym ขึ้น เพื่อให้การออกกำลังกายท่าต่าง ๆ หรือการเคลื่อนไหว ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองให้ทำงานดีขึ้น ทำให้การเรียนรู้ดีจึงเหมาะกับเด็กวัยเรียน นอกจากนี้ยังเป็นท่าที่ช่วยให้คลายเครียด และมีสมาธิมากขึ้นด้วย Brain Gym ท่าบริหารสมอง ที่ดีที่สุด ท่าบริหารสมองสำหรับเด็กวัยเรียน : ท่าหมุนมือ ประโยชน์ของท่าบริหารสมอง Brain Gymท่าบริหารสมอง ท่าหมุนมือ เป็นท่ากายบริหารที่ช่วยให้การทำงานของสมองทั้งซีกขวาและซีกซ้าย ถ่ายโยงข้อมูลกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น วิธีบริหาร -ให้เริ่มจากท่ายืน ปลายเท้าห่างกันพอประมาณ -ยื่นแขนทั้งสองไปด้านหน้าให้ขนานกันและเหยียดตรง -จากนั้นให้กำหมัด และคว่ำหมัดลง -เริ่มหมุนหมัดเป็นวงกลม โดยหมุนในทิศทางเข้าหาตรงกลาง ก็จะเหมือนกับการวาดวงกลม 2 อันมาต่อกันจนกลายเป็นเลข 8 ท่าบริหารสมองสำหรับเด็กนักเรียนนักศึกษา : ท่านั่งไขว่ห้าง ประโยชน์ของท่าบริหารสมอง Brain Gymท่าบริหารสมอง ท่านั่งไขว่ห้าง เป็นท่าการบริหารที่จะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของสมองหน้า และสมองส่วนหลัง…

“ปิงปอง” สุดยอดกีฬา ช่วยพัฒนาสมองเด็กวัยเรียน กระตุ้นให้ความจำดี มีความฉับไว

“ปิงปอง” สุดยอดกีฬา ช่วยพัฒนาสมองเด็กวัยเรียน กระตุ้นให้ความจำดี มีความฉับไว

เด็กในวัยเรียนควรออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬา โดยเฉพาะกีฬา ปิงปอง ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นสุดยอดแห่งกีฬาที่ช่วยพัฒนาสมอง แม้แต่คุณหมอก็ยังแนะนำให้เด็ก ๆ หันมาเล่นปิงปองเพื่อช่วยส่งเสริมการเรียนทำให้ทุกวันนี้เด็กทั่วโลกต่างสนใจหันมาเล่นปิงปอง ที่ช่วยพัฒนาศักยภาพทางร่างกาย จิตใจ และที่สำคัญคือเสริมส่งประสิทธิการทำงานของสมองอย่างแท้จริง คุณหมอ แนะนำ ให้เด็กเล่น ปิงปอง เพื่อพัฒนาสมอง การเล่นปิงปองช่วยพัฒนาศักยภาพสมอง ซึ่งเรื่องนี้คุณหมอเดเนียล จี. เอเมน ผู้เขียนหนังสือ “Making a Good Great “ (เป็นหนังสือแนะนำวิธีที่ทำให้มีสุขภาพดีโดยเน้นเรื่องการดูแลตนเอง)  ท่านยังได้กล่าวว่า การออกกำลังกายถือเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะกับสมอง เพราะการออกกำลังกายจะช่วยให้นิวตรอนในสมองมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น และสมองก็จะทำงานได้ดีไม่มีเสื่อม ที่น่าสนใจมากคือท่านกล่าวว่า การเล่นปิงปองเป็นการออกกำลังกายสำหรับสมองที่ดีเยี่ยม ซึ่งการเล่นปิงปอง หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Table Tennis ผู้เล่นจะได้ออกกำลังกายเกือบทุกส่วน ทั้งแขน ขา ช่วงลำตัว  สามารถใช้ร่างกายได้ทั้งช่วงบนและล่างอย่างเต็มที่ สามารถเรียกเหงื่อได้ดีมาก เหมือนกับการออกกำลังกายแบบแอโรบิก และที่พิเศษอีกอย่างก็คือ การเล่นปิงปองยังช่วยฝึกสมองให้ฉับไวเสมอ เพราะจะต้องสอดประสานกันอย่างดีทั้งสายตา และมือ นอกจากนี้ยังต้องใช้สมองในการวางแผนรุกรับอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งยังต้องแก้ไขสถานการณ์อยู่ตลอด ซึ่งทักษะนี้เหมาะมากสำหรับการเรียนในระดับสูง…