เรียนเก่งง่าย ๆ แบบฉบับเด็กหัวกะทิ

5 เคล็ดไม่ลับ เรียนเก่งง่าย ๆ ฉบับเด็กหัวกะทิ ปฏิบัติประจำ ก็ประสบความสำเร็จได้

               ในการเรียนในแต่ละระดับชั้นหรือแต่ละห้องเรียกมักจะมีกลุ่มนักเรียนไม่มากที่มีผลการเรียนที่โดดเด่นเรียกได้ว่า “หัวกะทิ” ของห้องเรียนเลยทีเดียว แล้วทุกคนเคยสงสัยไหมคะ…? พวกเขาเหล่านั้นมีเทคนิคการ เรียนเก่งง่าย ๆ อย่างไร…? เพราะหลายคนที่เป็นนักเรียนหัวกะทิได้ก็ไม่ใช่จะเรียนพิเศษทุกคนหรืออ่านหนังสือจนดึกดื่น ลองมองกลับกันหากเป็นตัวทุกคนเองอ่านหนังสือจนแทบไม่ได้นอนก็ไม่สามารถมีผลการเรียนดีได้สักครั้ง ดังนั้นบทความนี้จึงได้รวบรวม 5 เคล็ดลับการเรียนของนักเรียนหัวกะทิ ดังนี้ แนะนำ เรียนเก่งง่าย ๆ แบบฉบับเด็กหัวกะทิ อ่านทุกอย่าง นักเรียนหัวกะทิไม่ได้อ่านแค่ตำราเรียนเท่านั้น พวกเขาอ่านหนังสือได้ทุกชนิดทุกประเภทเพื่อเป็นการสะสมความรู้ เพราะบางครั้งในการสอบ คำถามแต่ละข้อนักเรียนเหล่านี้ก็หาคำตอบตรง ๆ ไม่ได้ ทว่าด้วยการอ่านหนังสือเยอะส่งผลให้พวกเขาสามารถนำเหตุผลจากการอ่านมาประกอบกันพิจารณาเป็นคำตอบที่ถูกที่สุดได้นั้นเอง อธิบายความรู้ที่ได้เรียนเป็นฉบับของตนเอง การเรียนทุกคนจะได้ฟังในมุมของคุณครูสอน หลายคนจดจำคำครูสอนมาทุกประโยค บางคนจำมาก็ยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำมันคืออะไร แต่การ เรียนเก่งง่าย ๆ แบบหัวกะทิจะทำความเข้าใจในสิ่งที่เรียนก่อนจนรู้ครอบคลุมแล้วสรุปเป็นความรู้ฉบับของตนเอง มีภาษา มีเทคนิคการจดจำความรู้ของตนเอง ส่งผลให้ความเข้าใจและการจดจำเนื้อหาดีขึ้นและฝังนาน ไม่เข้าใจถาม นักเรียนหลายคนมักจะหวาดกลัวการตั้งคำถามกับคุณครูเมื่อไม่เข้าใจหรือเกิดข้อสงสัย ทว่านักเรียนหัวกะทิไม่กลัวการตั้งคำถาม พวกเขาจะถามทันทีเมื่อมีโอกาสให้ถามในสิ่งที่สงสัยเพื่อเป็นการหาคำตอบและจดจำแต่สิ่งที่ถูกต้อง ไม่ท่องจำ การท่องจำเป็นการจำระยะสั้นและบางคนไม่รู้ด้วยซ้ำสิ่งที่จดจำมันสามารถปรับใช้อย่างไร แต่นักเรียนจะ เรียนเก่งง่าย ๆ ต้องเข้าใจทุกอย่างก่อนถึงจะจดจำสิ่งเหล่านั้นเข้าสมอง ทำแบบฝึกหัดบ่อย ๆ…

น้องๆ รู้หรือไม่ …? เรียนจบ 4 คณะสร้างอาชีพ อะไรได้บ้าง

น้องๆ รู้หรือไม่ …? เรียนจบ 4 คณะสร้างอาชีพ อะไรได้บ้าง

               การเล่าเรียนเป็นสิ่งสำคัญมากในยุคปัจจุบัน แต่หลายคนตั้งใจเรียนเพื่ออะไร…? ก็มาอาจตอบได้ บางคนสงสัย “หนูอยากเป็นหมอ” หรือ “หนูอยากเป็นนักบิน” ต้องเรียนสายใด ด้วยสาเหตุที่ว่าครูแนะแนวในแต่ละโรงเรียนมีน้อยเกินไปเพียงพอต่อนักเรียนหรือบางครั้งผู้ใหญ่หลายคนให้การยึดติดกับอาชีพที่เขาเหล่านั้นคิดว่าดีเลยชี้แนะไปซะทุกเรื่องส่งผลให้เด็กไม่มีโอกาสได้ตามหาความฝันที่แท้จริงของตนเอง แต่บทความนี้เรามีคำตอบให้แน่นอนว่า เรียนคณะอะไรแล้วจะไปถึงฝัน เป็น คณะสร้างอาชีพ ได้บ้าง แนะนำ 4 คณะสร้างอาชีพ คณะสร้างอาชีพ-คณะบัญชี หลายคนคิดเลยว่าเรียนบัญชีก็คงไปนั่งคิดเลขตามธนาคารเท่านั้นแต่ผิดคาด! เรียนคณะบัญชีสามารถประกอบอาชีพได้มากมาย เช่น นักบัญชี ผู้ตรวจสอบบัญชี นักวางแผนการลงทุน นักวิเคราะห์ต้นทุน นักเขียนโปรแกรมทางบัญชี เป็นต้น จะเห็นได้เลยว่าเรียนบัญชีไม่ได้แต่คิดเลขนะคะ คณะสร้างอาชีพ-คณะนิติศาสตร์ ขึ้นชื่อว่านิติศาสตร์คงคิดว่าเป็นได้แค่ “ทนาย” ใช่ไหมคะ…? แต่หารู้ไหมว่าครูดังกล่าวสามารถพาทุกคนไปถึงทนายความ อัยการ ผู้พิพากษา นิติกร ฝ่ายกฎหมายของบริษัทต่าง ๆ หรือพนักงานในอำเภอในหน่วยงานของรัฐ คณะนิติศาสตร์เป็นคณะที่ตลาดแรงงานต้อการสูงเพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะเรียนจบในคณะนี้แล้วประสบความสำเร็จ คณะสร้างอาชีพ-คณะเศรษฐศาสตร์ อย่าคิดว่าจบมาแล้วต้องมาทำงานเกี่ยวกับหุ้นหรือนักการเมืองอย่างเดียวนะคะ ในคณะนี้สามารถประกอบอาชีพได้หลายทิศทางเลย เช่น โบรกเกอร์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสินเชื่อของบริษัทต่าง ๆ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์การลงทุน นักลงทุน…

เปิดตำรา เคล็ดไม่ลับ เรียนเก่ง ง่าย ๆ แค่ 8 ขั้นตอน ที่ใครๆ ก็ทำได้

เปิดตำรา เคล็ดไม่ลับ เรียนเก่ง ง่าย ๆ แค่ 8 ขั้นตอน ที่ใครๆ ก็ทำได้

               เนื่องจากประเทศไทยในปัจจุบันการศึกษาถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ หลาย ๆ ครั้งที่ผลการเรียนหรือ “เกรด” มีผลต่อโอกาส เช่น การได้ทุนการศึกษา การทำงานในตำแหน่งหน้าที่ดี ๆ การเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ ทุกอย่างล้วนใช้ผลการเรียนเป็นตัวตัดสิน ทว่าการเรียนในแต่ละวันสำหรับนักเรียนนักศึกษาแล้วไม่ได้ง่ายเลย สังเกตได้จากนักเรียนนักศึกษาที่ยังติดศูนย์หรือติด F กัน ทว่าการเรียนก็ไม่ได้ยากมาก หากทุกคนทราบเคล็ดลับในการ เรียนเก่ง นั้นเอง ซึ่งในบทความได้รวบรวม 8 ขั้นตอนด้วยกัน  ดังนี้ รวบรวม 8 ขั้นตอนการ เรียนเก่ง ได้ง่ายๆ กำหนดเป้าหมาย หากเรียนไปโดยไร้จุดหมาย แน่นอน! ความสนใจหรือแรงจูงใจในการเรียนของทุกคนจะลดน้อยลง ดังนั้นอันดับแรกทุกคนต้องมีเป้าหมายในใจหรือเขียนออกมาเลยว่า “ฉันเรียนไปเพื่ออะไร” เช่น ต้องการเรียนเพื่ออนาคตจะไปเป็นแพทย์ เป็นต้น วางแผนการเรียน เมื่อกำหนดเป้าหมายชัดเจน ทุกคนก็ศึกษาว่าในสิ่งที่เราจะเป็นนั้นต้องเรียนอะไร ใช้ผลการเรียนอย่างไร แล้วเขียนใส่กระดาษแล้วย้ำกับตนเองเสมอต้องทำตามแผนการให้ได้ แบ่งเวลาให้เป็น การเรียนสำคัญก็จริงแต่ประสบการณ์ชีวิตสำคัญกว่า ดังนั้นทุกคนควรแบ่งเวลาเรียนและเพิ่มพูนทักษะชีวิตควบคู่กันไปด้วย นอกจากจะ เรียนเก่ง แล้วการใช้ชีวิตก็ดีด้วย…

ต้องอ่าน! กับ 5 เทคนิคเรียนเก่ง อย่างไร…? ให้ทำข้อสอบประสบผลสำเร็จ

ต้องอ่าน! กับ 5 เทคนิคเรียนเก่ง เรียนอย่างไร…? ให้ทำข้อสอบประสบผลสำเร็จ

               หลายคนเลยที่ไม่ทราบว่าเรียนหนักไปเพื่ออะไร…? บางคนเรียนดี ผลการเรียนติดอันดับต้น ๆ ของห้องเรียนหรือของโรงเรียน ทว่าทำไมไม่ประสบผลสำเร็จของการทำข้อสอบเลย ทั้ง ๆ ที่จดจำเนื้อหาได้ครบถ้วนแต่กลับตอบคำถามไม่ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เชื่อเลยว่านักเรียนหลายคนกำลังพบเจออยู่แน่นอน! โดยสาเหตุหลักที่ทุกคนจำเนื้อหาได้แต่ไม่สามารถดึงความรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้นั้นก็เพราะไม่เข้าใจเนื้อหาจริง ๆ นั้นเอง บทความนี้จึงรวบรวม 5 เทคนิคเรียนเก่ง ให้ทำข้อสอบได้ ดังนี้ แนะนำ เทคนิคเรียนเก่ง เรียนอย่างไรให้ทำข้อสอบได้ดี เปลี่ยนตัวหนังสอให้เป็นภาพ คำว่า “ภาพ” ในที่นี่ หมายถึง การเรียนในห้องเรียนรวมถึงกลับมาทบทวนความรู้แล้วสามารถเขียนออกมาเป็นแผนภาพความรู้หรือสามารถมองเห็นภาพความเชื่อมโยงของเนื้อหาได้ในอากาศ เทคนิคเรียนเก่ง หากทุกคนสามารถทำในลักษณะนี้ได้รับรองการเรียนปัง! เชื่อมโยงความรู้ได้ การเชื่อมโยงความรู้คือการนำความรู้ที่เคยเล่าเรียนมาในอดีตใช้เป็นเหตุผลในการพิจารณาคำตอบได้นั้นเอง สอนเพื่อน หลายคนเมื่อเรียนเข้าใจแล้วเกิดอาการหวงวิชา ซึ่งการหวงวิชาเป็นสิ่งที่ไม่ดีเลยนะคะ ทุกคนต้องคิดใหม่ว่า…การสอนเพื่อนเป็นการทบทวนความรู้เพราะในเนื้อหาบางครั้งทุกคนไม่สามารถเข้าใจได้ 100% หรือหลงลืม แต่เมื่อสอนเพื่อนไป อ้าว! ตรงนี้ทุกคนไม่สามารถตอบเพื่อนได้ก็ต้องไปหาคำตอบมาส่งผลให้ความรู้ของทุกคนมีแต่เพิ่มพูน ข้อนี้เป็น เทคนิคเรียนเก่ง ของนักเรียนหัวกะทิเลยนะคะ ทบทวนโดยไม่ต้องอ่านหนังสือ ห้ามจดสรุปเป็นตัวหนังสือยาว ๆ คำว่า “สรุป” มันต้องกระชับ…

ส่องเคล็ดไม่ลับ! กับ 5 วิธีเพิ่มเกรด 3.5+ ง่าย ๆ ฉบับคนขี้เกียจ

ส่องเคล็ดไม่ลับ! กับ 5 วิธีเพิ่มเกรด 3.5+ ง่าย ๆ ฉบับคนขี้เกียจ

               เนื่องจากในปัจจุบันทุกคนไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า “การศึกษา” ไม่ใช่สิ่งสำคัญในการประกอบอาชีพ นักเรียนนักศึกษาในประเทศไทยใช้เวลากว่า 8 ชั่วโมงในการเล่าเรียนเพื่อนำความรู้ไปต่อยอดในระดับชั้นที่สูงขึ้นไป ทว่านักเรียนนักศึกษาหลายคนทุ่มเททั้งพลังกายพลังใจแต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่เป็นอย่างหวัง ผลการเรียนตก! เครียด! จะเพิ่มเกรดอย่างไร…? บทความนี้มี วิธีเพิ่มเกรด 3.5+ ง่าย ๆ ฉบับคนขี้เกียจมาแนะนำ แนะนำ วิธีเพิ่มเกรด 3.5+แบบง่าย ๆ ตั้งใจเรียนในห้องเรียน เป็นวิธีเพิ่มเกรด 3.5+แบบง่ายๆ ด้วยการฟังคุณครูสอนมาก ๆ ในห้องสามารถทำให้นักเรียนนักศึกษาไม่ต้องอ่านหนังสือหนัก ๆ ก่อนสอบก็เชื่อมโยงเนื้อหาถึงกันได้และยังเป็นความรู้ความเข้าใจที่ฝังแน่นในสมองที่คงทนมาก ๆ ทบทวนความรู้ การทบทวนความรู้ในที่นี่ คือ หากในเวลาเรียนทุกคนยังไม่เข้าใจอย่างถี่ถ้วนให้กลับมาอ่านหรือทำโจทย์ปัญหาทบทวนมาก ๆ และควรทำวันต่อวันทันที เพราะนักเรียนต้องเรียนหนังสือทุกวัน แต่ละวันมีการจัดการเรียนการสอนที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นควรตั้งใจทบทวนแต่ละวันให้ครบ ส่งงานให้ครบทุกรายวิชา ต้องบอกก่อนว่าภาระงานแต่ละชิ้นทุกคนอย่ามองข้าม! โดยอัตราส่วนการเก็บคะแนนจะแบ่งเป็นการสอบ 50 คะแนน ภาระงาน 50 คะแนน หากทุกคนสามารถกวาดคะแนนภาระงานได้ครบถ้วน ตั้งใจสอบอีก 30…

How to อ่านหนังสือ อย่างไร…ให้เข้าสมองใน 7 วัน

How to อ่านหนังสือ อย่างไร ? … ให้เข้าสมองได้ใน 7 วัน

               เบื่อกันไหม…? ท่องตำราเท่าไหร่ก็ไม่เข้าสมองสักที เชื่อว่าปัญหาการท่องหนังสือแล้วไม่เข้าใจนั้นทุกคนต้องเคยพบเจอมาอย่างแน่นอน ยิ่งในช่วงสอบอ่านดึกดื่นขนาดไหน สุดท้ายก็จำไม่ได้สักอย่าง! ดื่มเครื่องดื่มบำรุงสมองก็ไม่เห็นผลต้องทำอย่างไร บทความนี้มี 5 เทคนิคดี ๆ อ่านหนังสือ ให้เข้าใจเข้าสมองได้ใน  7 วัน โดยที่ไม่หักโหมจนเกินไป ดังนี้ เคล็ดลับ อ่านหนังสือ ให้เข้าสมอง ทำแผนการอ่านเนื้อหาสาระที่จะสอบล่วงหน้า  7 วัน ซึ่งการสอบจะสอบติดกันบางโรงเรียน 3 วันเลย ดังนั้นทุกคนต้องวางแผนว่าจะอ่านวิชาใดก่อน – หลัง แต่ละวิชามีเนื้อหามากหรือน้อยเพียงใด แล้วจัดการแบ่งเวลาให้พอเหมาะ ไม่อ่านเนื้อหาติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หากทุกคน อ่านหนังสือแล้วรู้สึกล้าก็ไม่ควรฟื้นร่างกายควรพักแล้วค่อยเริ่มอ่านใหม่ เพราะการฟื้นร่างกายสมองก็ไม่รับความรู้และยังเป็นการยืดเวลาสมองตันไปอีกจะดีที่สุด หากหยุดพักแล้วกลับมาอ่านใหม่ อ่านเนื้อหา 35 นาที พัก 5 นาที ซึ่งเป็นเทคนิคที่ช่วยให้การอ่านดีขึ้นและอ่านได้นานขึ้นด้วย เพราะจากการวิจัยคนปกติส่วนมากให้ความสนใจกับสิ่ง ๆ หนึ่งได้มากสุดราว 30 นาที ดังนั้นการอ่านหนังสือในช่วงเวลา 35…

3 สาเหตุหลัก ที่ทำให้ อ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง เกิดจากอะไร ที่นี้มีคำตอบ

3 สาเหตุหลัก ที่ทำให้ อ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง เกิดจากอะไร ที่นี้มีคำตอบ

               ความขยันก็พอมี ความตั้งใจก็เต็มเปี่ยม แต่พอหยิบหนังสือมาอ่านทีไรมันก็เบื่อหน่ายทุกที เพราะ อ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง เลย ขนาดเป็นวิชาที่ใครๆ ก็บอกว่าค่อนข้างง่าย แต่เราอ่านแล้วก็ยังไม่เข้าใจ ต้องวนกลับมาอ่านจุดเดิมซ้ำไปซ้ำมา ทำให้เสียเวลามาก ยิ่งไปกว่านั้น หลายครั้งการอ่านซ้ำที่เดิมก็เพิ่มเติมความสับสนให้เรามากขึ้นอีก แบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว มาสังเกตกันดูสิว่า เรามีปัญหาตรงจุดไหนใน 3 สาเหตุนี้บ้าง จะได้แก้ไขถูกจุด อ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง เกิดจากอะไรบ้าง ? 1. ไม่มีสมาธิในการอ่าน             นี่เป็นประเด็นใหญ่ๆ ที่เด็กหลายคนเป็นกัน คือไม่มีสมาธิในระหว่างที่อ่าน ทำให้ อ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง จับต้นชนปลายไม่ถูก เหมือนกับว่ากวาดสายตาผ่านตัวอักษรไปแบบนั้นเอง ทางแก้ก็คือ ก่อนเริ่มอ่านหนังสือให้นั่งอยู่นิ่งๆ เพื่อปรับความคิดก่อน อย่าเล่นมือถือหรือดูโทรทัศน์เสร็จก็มาอ่านเลย ต้องทำสมาธิให้หัวโล่งๆ ก่อนประมาณ 10-15 นาที รับรองว่าจะอ่านเข้าใจมากขึ้นแน่นอน 2. บรรยากาศไม่เหมาะสม             ต่อให้เป็นคนสมาธิดีแค่ไหน แต่ถ้าไปนั่งอ่านในตลาดสดก็คงไม่ได้ประโยชน์อะไร เพราะเสียงรบกวนเพียงเล็กน้อยก็ดึงความสนใจจนเรา อ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง ได้…

How to ทำอย่างไร…? เราถึงจะสร้าง สมุดจดบันทึก น่าอ่านๆ ได้

How to ทำอย่างไร…? เราถึงจะสร้าง สมุดจดบันทึก ให้น่าอ่านๆ ได้

               ในวัยเรียนการมีสมุดบันทึกความรู้หรือสมุดสรุปแต่ละวิชาเป็นที่ยอดนิยมมาก ๆ เพราะสมุดบันทึกต่าง ๆ สามารถช่วยให้นักเรียนนักศึกษาหรือแม้แต่คนทำงานทั่วไปเข้าใจในเนื้อหาความรู้หรือภาระงานได้ง่ายดายด้วยเวลาอันสั้น แต่สมุดจดบันทึกไม่ใช่ทุกเล่มไปที่น่าอ่าน หลายคนคงเคยประสบปัญหาสรุปองค์ความรู้ด้วยตนเองแต่ไม่อยากอ่านเพราะสมุดดูไม่น่าสนใจเท่าไหร่… ยิ่งคนที่ไม่หัวด้านศิลปะเลยการตกแต่งให้สมุดบันทึกงดงามเป็นได้ยาก วันนี้เราจึงรวบรวมเทคนิคสร้าง สมุดจดบันทึก ให้น่าอ่าน ดังนี้ รวบรวม เทคนิคสร้าง สมุดจดบันทึก ให้น่าอ่าน วาดกรอบหัวข้อให้น่ารัก การวาดกรอบใน สมุดจดบันทึก ที่หัวข้อให้ดูโดดเด่นสะดุดตาสามารถเพิ่มความสนใจในเนื้อหาได้เป็นอย่างดี ถ้าแต่งแต้มสีสันเข้าไปอีกสักหน่อย รับรองปัง! ของตกแต่งต้องครบ ของตกแต่งที่ว่าไม่จำเป็นต้องวดเองก็ได้นะคะ ใครไม่ถนัดด้านศิลปะแนะนำว่าซื้อสติ๊กเกอร์รูปภาพที่ตนเองชอบหรือเกี่ยวกับเนื้อหามาแปะตามกรอบหรือปิดช่องว่างให้พอดูสวยงาม ข้อควรระวัง คือ ห้ามติดของตกแต่งมากไปจนดูรกนะคะ จะดูไม่น่าอ่านนั้นเอง ทำสัญลักษณ์แต่ละหัวข้อย่อย การจดสรุป แน่นอน! มีหัวข้อหลังย่อมมีหัวข้อย่อย การทำให้หัวข้อย่อยเป็นที่สนใจควรมีการตกแต่งเล็กน้อยให้ดูเด่นขึ้นมา หัดวาดภาพ การทำ สมุดจดบันทึก ไม่ใช่ว่าทุกคนไม่มีความตึงเครียด ดังนั้นการได้วาดภาพระบายสีเองบนสมุดบันทึกสามารถผ่อนคลายอารมณ์เครียดลงได้แถมทุกตัวอักษรที่ลงมือเขียนเองจนถูกสมองจดจำได้ในระยะยาวอีกด้วย แต่ใด ๆ เลยนะคะ ไม่ว่าทุกคนจะตกแต่ง สมุดจดบันทึก สมุดสรุปวิชาดีขนาดไหน หากเนื้อหายังไม่วางเป็นระบบก็ไม่สามารถเพิ่มพูนความรู้ของทุกคนได้เช่นกัน ดังนั้นทุกคนควรอ่านเนื้อหาในรายวิชานั้นให้ถี่ถ้วนและเขียนสรุปความรู้จากสมองของทุกคนที่เข้าใจ เรียงหัวข้อให้เป็นระบบสอดคล้องกันทั้งเรื่อง สมุดบันทึก…

สาธิตธรรมศาสตร์

สาธิตธรรมศาสตร์ มิติใหม่แห่งสถานศึกษา น่าเรียนที่แท้จริง

               ต้องยอมรับว่าองค์ความรู้ที่เด็กรุ่นใหม่ต้องการนั้นแตกต่างจากสมัยก่อนค่อนข้างมาก การเรียนในหลักสูตรเดิมๆ จึงไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป หลายวิชาเนื้อหาโบราณเกินกว่าจะใช้งานได้ หลายวิชาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะนำไปใช้อย่างไร ไหนจะกฎระเบียบที่ไม่สามารถตอบคำถามเด็กได้อีกว่าเรามีวัฒนธรรมแบบนั้นไปทำไม สาธิตธรรมศาสตร์ จึงได้มีการปรับเปลี่ยนระบบต่างๆ ของสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ใหม่ ที่ยังไม่สามารถหาโรงเรียนไหนเทียบเท่าได้ในขณะนี้ สาธิตธรรมศาสตร์ สถานศึกษา น่าเรียน                อย่างแรกเลยก็คือ ทาง สาธิตธรรมศาสตร์ ให้ความสำคัญกับอิสระในการเลือกและตัดสินใจของผู้เรียนอย่างชัดเจน ตั้งแต่เรื่องการแต่งกาย ที่นี่เป็นการเรียนการสอนในระดับชั้นมัธยม แต่ไม่มีการบังคับให้ใครต้องแต่งชุดนักเรียนมา แน่นอนว่าประเด็นนี้ก็มีหลายกระแส ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย บ้างก็ว่ามันกระตุ้นให้เด็กเกิดความรู้สึกเหลื่อมล้ำในด้านฐานะการเงิน คนที่บ้านรวยก็จะแต่งตัวดีกว่า จนอาจนำไปถึงความน้อยเนื้อต่ำใจจนกลายเป็นปมปัญหาใหม่ได้ แต่หากคิดให้ลึกลงไปอีกนิด เราจะรู้ดีว่าสมัยเด็ก เราไม่คิดเรื่องความไม่เท่าเทียมอะไรเหล่านี้มากนักหรอก ขอแค่เรียนอย่างสนุกก็พอแล้ว                ต่อมาที่นับว่าเป็นเรื่องดีอย่างมาก มีการพูดถึงในลักษณะของนามธรรมมานานมากแล้ว นั่นก็คือการเรียนโดยไม่มีการวัดเกรด ทาง สาธิตธรรมศาสตร์ เลือกใช้วิธีการให้คำประเมินผลว่าผู้เรียนได้พัฒนาในส่วนไหนไปบ้างแล้ว เพื่อให้ผู้ปกครองได้รู้ถึงความเปลี่ยนแปลง แต่จะไม่เอาเกรดมาตัดสินเด็กว่าเขาดีเพียงพอหรือไม่ เวลาตอนเช้าก็ไม่ต้องเข้าแถว มีเพียงให้ร่วมกิจกรรมร้องเพลงกันเป็นบางวันเท่านั้น                มาถึงเรื่องรายวิชา แน่นอนว่าเมื่อรูปแบบการเรียนการสอนเป็นแบบนี้ เนื้อหาวิชาก็ต้องเปลี่ยนให้สอดคล้องกัน โดย สาธิตธรรมศาสตร์ จะเน้นให้ผู้เรียนได้ความรู้ครบถ้วนในกลุ่มการเรียนรู้ 5…

อวสานการปิดเทอม เมื่อแนวคิดใหม่จาก สพฐ. กำลังมา

อวสานการปิดเทอม เมื่อแนวคิดใหม่จาก สพฐ. กำลังมา

               เรื่องของความไม่ลงตัวในระบบการศึกษานับว่ามีมานานเหลือเกินแล้ว ผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็แก้ไม่หายสักที ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นด้วยสาเหตุใด แต่ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะความไม่เข้าใจกันระหว่างผู้กำหนดกฎเกณฑ์กับผู้เรียนจริงๆ นั่นเอง อย่างล่าสุดก็มีกระแสเปลี่ยนแปลงช่วงเวลาของการ อวสานการปิดเทอม โดยไอเดียนี้มาจากสพฐ. ที่มองว่าอยากจะปรับแนวทางการศึกษาให้ดีขึ้น เลยมองว่าให้เด็กได้เรียนยาวรวดเดียว 8 เดือนไปเลย จากนั้นค่อยพักกันทีเดียว 4 เดือนเต็ม นโยบายแบบใหม่ สพฐ. อวสานการปิดเทอม                ถึงแม้ว่าตอนนี้เรื่อง อวสานการปิดเทอม นโยบายแบบใหม่จะยังไม่ได้มีผลบังคับใช้อะไร แต่ก็มีหลายกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันพอสมควร เพราะการหยุดพักช่วงเรียนแบบเดิม คือมีปิดภาคการเรียนย่อยและปิดภาคการเรียนใหญ่ มันทำให้เด็กได้ผ่อนคลายแล้วออกไปใช้ชีวิตเพื่อทำกิจกรรมอย่างอื่นบ้าง ไม่ใช่ว่าตั้งหน้าตั้งตาเรียนกันอย่างเดียว แต่แบบเดิมก็มีปัญหาตรงที่บางโรงเรียนไม่สามารถสอนเนื้อหาให้จบทันเวลาได้ เด็กม.6 หลายคนยังไม่ได้เรียนเนื้อหาบทท้ายๆ ก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ                ทางผู้ใหญ่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงมองว่า การปิดเทอมที่รวบเป็นครั้งเดียวใน 1 ปี น่าจะทำให้การเรียนรู้ของเด็กๆ ต่อเนื่องมากกว่า การเก็บเนื้อหาก็คงครบถ้วนได้ และหากมันเรียนไม่ทัน ทางโรงเรียนก็สามารถต่อเวลาในช่วงหยุดได้เล็กน้อย ซึ่งหากมองเทียบกับความเป็นจริงแล้ว นโยบาย อวสานการปิดเทอม นี้ดูจะไม่ตอบโจทย์เท่าไร เพราะมันเป็นการคิดมุมเดียวเท่านั้น คือให้ความสำคัญกับการเก็บเนื้อหาให้ครบไป                ทั้งที่ความจริงมันไม่ใช่ประเด็นนั้นโดยตรง…