การศึกษาต่างประเทศ

3 ข้อควรระวัง! กับการ เรียนต่อต่างประเทศ ที่ทุกคนต้องรู้

3 ข้อควรระวัง! กับการ เรียนต่อต่างประเทศ ที่ทุกคนต้องรู้

               เนื่องจากนักเรียนนักศึกษาในปัจจุบันให้ความสำคัญต่อการเรียนในต่างแดนมาก ๆ ด้วยข้อดีหลายอย่างที่มีประโยชน์ต่อตัวนักเรียนนักศึกษา เช่น โครงการช่วยนักเรียน ต้องบอกเลยว่าการ เรียนต่อต่างประเทศ ทุกหน่วยงานให้ความสำคัญของนักเรียนนักศึกษา การเล่าเรียนถือว่าเป็นสิทธิที่ทุกคนตองได้รับอย่างทัดเทียม ดังนั้นประโยชน์ดี ๆ ทุกอย่างนักเรียนนักศึกษาจึงได้เต็ม 100%  ยิ่งการเรียนแบบเทียบโอนได้รับความนิยมมาก ๆ เพราะว่าเด็กไทยไม่ได้โง่! บางคนฉลาดล้ำไปไกล ทว่ากลับต้องมานั่งเรียนเนื้อหาที่ตัวเองรู้อยู่แล้วในทุกวัน การไปเรียนต่อในต่างแดนช่วยให้นักเรียนในกลุ่มนี้มีได้หาความรู้ประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้รวดเร็วสมกับพัฒนาการทางสมอง ทว่าการเรียนต่อในต่างแดนก็มีข้อควรระวัง ดังนี้ แนะนำ ข้อควรระวัง สำหรับผู้ที่ต้องการ เรียนต่อต่างประเทศ มิจฉาชีพ สืบเนื่องจากการ เรียนต่อต่างประเทศ ไม่ว่าจะ 6 เดือน หรือ มากกว่า 1 ปีจำเป็นต้องมีเงินทุนอย่างน้อย 7 หลัก ผู้ปกครองหลายคนเงินไม่พร้อมก็มองหาช่องทางส่งลูกเรียนเมืองนอกด้วยงบที่ตนเองจ่ายไหว ก็เป็นที่มาของมิจฉาชีพที่แฝงมาด้วยบริษัทเอกชนนำนักเรียนนักศึกษาเรียนต่อเมือนอกด้วยงบหลักหมื่น ซึ่งความจริงแล้วเป็นไปได้น้อยมากที่ค่าใช้จ่ายในการเรียนต่างแดนจะถูกเทียบเท่าประเทศไทย อย่าติดเที่ยว บางคนไป เรียนต่อต่างประเทศ ด้วยทุนการศึกษาของหน่วยงานต่าง ๆ และประเทศที่ไปนั้นก็น่าเที่ยวจนบางคนเที่ยวจนลืมการเรียน จากคนที่จะประสบความสำเร็จอาจกลายเป็นผู้ต้องมานั่งทำงานคืนทุนให้กับหน่วยงานพร้อมค่าปรับที่โหดเอาการ…

เปิดให้ลงทะเบียน รับประทาน อาหารกลางวันฟรี กับเด็กนักเรียนใน UK

เปิดให้ลงทะเบียน รับประทาน อาหารกลางวันฟรี กับเด็กนักเรียนใน UK

               มีจำนวนเด็กในสหราชอาณาจักรที่ลงทะเบียนเพื่อรับประทาน อาหารกลางวันฟรี โดยมีนักเรียนประมาณ 1 ล้านคนที่เพิ่งสมัครเป็นครั้งแรกตามข้อมูลของนักรณรงค์เรื่องความยากจนด้านอาหารการวิเคราะห์โดยความคิดของมูลนิธิอาหารซึ่งเผยแพร่โดยเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญของนักฟุตบอล มาร์คัส แรชฟอร์ดเพื่อยุติความยากจนด้านอาหารสำหรับเด็กประมาณการว่ามีเด็กจำนวนมากถึง 900,000 คนที่แสวงหาอาหารในโรงเรียนฟรีนอกเหนือจาก 1.4 ล้านคนที่อ้างสิทธิ์แล้วในฐานะโควิด – วิกฤต 19 ครั้งสร้างความเสียหายให้กับรายได้ของครอบครัว อาหารกลางวันฟรี ให้กับเด็กนักเรียนในสหราชอาณาจักร (UK)                นักรณรงค์เรียกร้องให้รัฐมนตรีป้องกันวิกฤตความไม่ปลอดภัยด้านอาหารที่เพิ่มขึ้นสำหรับเด็กหลายล้านคนโดยการเพิ่มสิทธิ์รับ อาหารกลางวันฟรี สำหรับเด็กทุกคนที่อายุไม่เกิน 16 ปีซึ่งครอบครัวอ้างสิทธิ์ในเครดิตสากลหรือผลประโยชน์อื่น ๆ มาร์คัส แรชฟอร์ดนักฟุตบอลทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดและอังกฤษผู้ซึ่งได้รับรางวัล MBE สำหรับการให้บริการแก่เด็กที่มีความเสี่ยงกล่าวว่า“ ตัวเลขที่บันทึกไว้ที่นี่ช่วยเสริมความจำเป็นเร่งด่วนในการสร้างเสถียรภาพให้กับครัวเรือน…เราต้องดำเนินการตั้งแต่ตอนนี้เพื่อปกป้องคนรุ่นต่อไปและมากที่สุด มีช่องโหว่ทั่วสหราชอาณาจักร” การวิเคราะห์โดย LGA Labor เผยให้เห็นว่านักเรียนมากกว่า 450,000 คนต้องเผชิญกับการใช้จ่ายครึ่งเทอมภายใต้ข้อ จำกัด ที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่มีอาหารในโรงเรียนฟรี เด็กเหล่านั้นส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ทางตอนเหนือของอังกฤษและมิดแลนด์ “ ทั่วประเทศมีหลายล้านคนตกงานหรือตกงานธุรกิจต่างๆกำลังดำเนินไปและทุกคนต่างก็เจอเรื่องยาก – แปดใน 10 ครอบครัวรู้สึกแย่ลงเนื่องจากการระบาดของโรคนี้ เศรษฐกิจตกอยู่ในภาวะคับแค้นและข้อ จำกัด…

การศึกษาของ ชาวไทใหญ่

เหตุผลที่ทำไม? ชาวไทใหญ่ ถึงไม่ค่อยเรียนหนังสือ

          การศึกษานับเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกประเทศล้วนแต่ให้ความสำคัญ อีกทั้งในหมู่ผู้ปกครองก็ต่างมุ่งหวังส่งบุตรหลานของตนเข้าเรียนในสถานศึกษาที่มีคุณภาพ แต่ขณะเดียวกัน ชาวไทใหญ่ ที่อาศัยอยู่ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมาร์ (อาณาเขตตั้งแต่บริเวณภาคเหนือของไทย ถึงตอนใต้ของจีน ) กลุ่มผู้ปกครองกลับมีค่านิยมไม่ส่งเสริมให้บุตรหลานเรียนในระดับที่สูงนัก  การศึกษาของชาวไทใหญ่           โดยการอื่นต้องย้อนไปก่อนว่าประเทศเมียนมาร์หลังการรัฐประหาร 1962 รัฐบาลมีนโยบายสร้างชาติด้วยอัตลักษณ์ความเป็นเมียนมาร์ ทำให้สถานศึกษาทุกแห่งต้องเรียนภาษาพม่า ประวัติศาสตร์ชาตินิยมพม่า ขณะที่ชีวิตประจำวันชาวไทใหญ่ พูดภาษาไต มีประวัติศาสตร์ของตัวเอง มีสถาบันศูนย์รวมจิตใจอย่างเจ้าฟ้า ส่วน ชาวไทใหญ่ คือ ชาวล้านนาเดิม แต่เมื่อมีการขีดเส้นแบ่งแดนระหว่างไทย เมียนมาร์ และอังกฤษ  พวกเขาถูกขีดให้อยู่ใต้อธิปไตยของเมียนมาร์            ขณะที่ ชาวไทใหญ่ มองว่าตัวเองไม่ใช่เมียนมาร์ ซึ่งการต้องเข้าเรียนในสถานศึกษาของรัฐ  เสมือนเข้าไปอยู่ในโลกอีกกใบ เพราะพวกเขาต้องศึกษาเล่าเรียนในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวตนของเขา ส่งผลให้ผู้ปกครองชาวไทใหญ่จำนวนมาก ไม่นิยมส่งบุตรหลานเข้าเรียน หรือหากส่งเรียนก็เพื่อให้มีความรู้อ่านออก เขียนได้ เท่านั้น โดยทางเลือกสำหรับเด็กผู้ชายในการศึกษาหาความรู้ของชาวไทใหญ่ คือการส่งลูกหลานไปบวชเรียนและเป็นพระ ซึ่งส่วนมากเมื่อเติบใหญ่จนมีวุฒิภาวะ ก็จะสึกออกมาช่วยพ่อแม่ทำไร่นา หรือหากคิดถึงความก้าวหน้าก็จะข้ามไปทำงานในฝั่งไทยเมื่อมีเงินก้อนถึงจะกลับ ส่วนผู้หญิงทางเลือกค่อนข้างแคบกว่าผู้ชาย เพราะการบวชเรียนไม่เป็นที่นิยมนัก ฉะนั้นหากมีฐานะก็เลือกที่จะส่งบุตรหลานมาเรียนในสถาศึกษาทางภาคเหนือฝั่งไทยมากกว่า…

เปรียบเทียบ ความแตกต่างระหว่าง การศึกษาไทยกับต่างประเทศ แบบชัดแจ้ง

เปรียบเทียบ ความแตกต่างระหว่าง การศึกษาไทยกับต่างประเทศ แบบชัดแจ้ง

          อยากรู้จังเลย ว่าการศึกษาของแต่ละประเทศจะเหมือนกันไหม ? และการศึกษาของแต่ละประเทศจะเป็นอย่างไร แต่ละประเทศมุ่งเน้นไปทางไหน ? อยากลองไปเรียนที่ต่างประเทศบ้างจังต้องทำอย่างไรดี วันนี้เรามีคำตอบมาให้ กับการเปรียบเทียบ ความแตกต่างระหว่าง การศึกษาไทยกับต่างประเทศ แบบชัดแจ้ง ที่แอดจะมาบรรยายให้เห็นกันชัดๆเลยว่า การศึกษาของประเทศไทย ของเรานั้น แตกต่างกับการศึกษาของต่างประเทศอย่างไร และ แตกต่างกันที่ตรงไหนบ้าง เช่น เวลาการเรียน เนื้อหาการเรียน การศึกษาค้นคว้า วันนี้ เราจะได้ทราบถึง การศึกษาไทย และ การศึกษาต่างประเทศ ว่าทั้ง 2 แตกต่างกันอย่างไร ความแตกต่างระหว่างการศึกษาไทยกับต่างประเทศ เวลาในการเรียน – ความแตกต่างระหว่างการศึกษาไทยกับต่างประเทศ เรื่องเวลาเรียนในแต่ละวัน เวลาของแต่ละประเทศจะไม่เท่ากันอยู่แล้ว เนื่องจากเวลาโลกอีกทวีปนึง (กรณีทางยุโรป) แต่ ถ้าพูดถึงระยะเวลาที่ใช้ในการเรียนของแต่ละวัน การศึกษาของประเทศไทยใช้เวลาใน 1 วัน เฉลี่ย 7-8 ชั่วโมงในการเรียน แต่การศึกษาของต่างประเทศใช้ในการเรียนเฉลี่ยเพียงวันละ 3-5 ชั่วโมงเท่านั้น…