การติดต่อ

ภาษาน่าเรียน

ภาษาน่าเรียน เพื่อเอาไปใช้ กับชีวิตประจำวันแลการทำงาน ในอนาคต

เมื่อโลกทั้งใบเชื่อมต่อเข้าด้วยกันโดยง่าย การที่จะสื่อสารและเพิ่มการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นคงหนีไม่พ้นเรื่องภาษา ซึ่งแน่นอนว่าเป็นสิ่งที่ปลูกฝังกันมาตั้งแต่เด็กจนโต แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะเรียนกันแค่ ภาษาไทยที่เป็นเจ้าของภาษา กับภาษาอังกฤษที่เป็นภาษาที่สองที่มีการใช้แพร่หลายทั่วโลก ซึ่งเราควรได้ทั้ง 2 ภาษานี้แบบคล่องๆ แต่โลกแห่งอนาคตการรู้เพียงแค่ 2 ภาษาอาจไม่เพียงพอ แต่ต้องมีภาษาที่ 3 เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งภาษาที่น่าสนใจหรือเป็น ภาษาน่าเรียน มีดังต่อไปนี้ แนะนำ 4 ภาษาน่าเรียน เพื่อการนำไปใช้ในอนาคต                1.ภาษาจีน                เป็นภาษาน่าเรียนที่ติดอันดับสำหรับเทรนด์ การศึกษา สำหรับภาษาจีนที่ใครหลายคนต่างก็คิดว่าเป็นภาษาที่สามที่ควรจะเล่น เนื่องจากประเทศจีนนั้น มีการขยายอิทธิพลไปทั่วโลก ทั้งในแง่ของเศรษฐกิจ และวัฒนธรรมที่มีมาอย่างยาวนาน อีกทั้งจำนวนประชากรมากมายมหาศาล แหล่งเงินทุนก้อนโต จึงไม่แปลกที่หลายประเทศอยากทำการค้าขายด้วย                2.ภาษาญี่ปุ่น                ภาษาญี่ปุ่นเป็นอีกภาษาน่าเรียนภาษาที่น่าสนใจ ถึงแม้อาจไม่เทียบเท่าประเทศจีน แต่ก็เป็นแหล่งเงินทุนสำคัญ ซึ่งมีชาวญี่ปุ่นจำนวนมากเลือกมาตั้งถิ่นฐานและมาลงทุนในประเทศไทย อีกทั้งภาษาอังกฤษของทางญี่ปุ่นเอง จะมีลักษณะการออกเสียงเฉพาะที่เราอาจฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจ ดังนั้นหากเรียนได้ก็จะช่วยเป็นอย่างมาก                3.ภาษาเกาหลี                กระแสที่มาแรงภาษาน่าเรียนคงหนีไม่พ้นภาษาเกาหลีเมื่อวัฒนธรรมเกาหลีหลั่งไหลมาทั่วโลก จึงทำให้ภาษาก็เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งการเรียนภาษาเกาหลีอาจไม่ได้ช่วยการทำงานได้โดยตรง…

5 ข้อต้องพิจารณา ก่อนเลือก เรียนภาษาที่ 3 เพื่อประโยชน์ กับตัวเองในระยะยาว

5 ข้อต้องพิจารณา ก่อนเลือก เรียนภาษาที่ 3 เพื่อประโยชน์ กับตัวเองในระยะยาว

ภาษาอังกฤษเป็นสากลที่ควรสื่อสารได้ แต่ในปัจจุบันการ เรียนภาษาที่ 3 นับได้ว่าทักษะที่ควรจะเรียนรู้ไว้เพื่อเพิ่มมิติกับตัวเองและเพื่อโอกาสที่มากขึ้นในโลกของการทำงาน ก่อนเลือก เรียนภาษาที่ 3 ต้องพิจารณาอะไรบ้าง? 1.พิจารณาเลือกเรียนภาษาที่ 3 โดยคำนึงถึง โอกาสที่จะได้ใช้ การเรียนภาษาโดยดูจากโอกาสที่จะใช้ ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เช่น จะสามารถหางานได้ง่ายขึ้นหรือไม่ ภาษานี้มีบุคลากรขาดแคลนหรือเปล่า เพราะถ้าหากเรียนแล้วแต่งานรองรับน้อยก็จะทำให้ได้ไม่คุ้มเสียกับการลงแรงเรียนไป 2.พิจารณาเลือกเรียนภาษาที่ 3 ด้วยความยาก-ง่าย ลักษณะของภาษา หากเราพิจารณาจากข้อแรกแล้วข้อนี้ก็นับว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการเรียนภาษามีความยากง่ายไม่เท่ากัน เช่น ภาษาจีน หรือญี่ปุ่น อาจต้องใช้เวลาเรียนนานมากกว่า 5 ปี ถึงจะชำนาญ ซึ่งถ้าเทียบกับภาษามลายูหรืออินโดนีเซีย อาจใช้เวลาสั้นกว่าเพียง 2-3 ปี ก็ชำนาญได้ 3.พิจารณาเลือกเรียนภาษาที่ 3 ดูจาก ระยะทาง จากประเทศไทยไปประเทศนั้น แน่นอนว่าเรื่องนี้ก็นับเป็นเรื่องที่ต้องนำมาพิจารณาด้วย เพราะเมื่อใดก็ตามที่เราเลือกเรียนภาษานั้นไปแล้ว ก็เสมือนว่าเราจะต้องใกล้ชิดกับประเทศนั้นด้วย ซึ่งเราก็ไม่มีทางทราบได้ว่าอนาคตจะต้องไปทำงานในประเทศนั้นหรือไม่ โดยหากใครชื่นชอบประเทศนั้นอยู่แล้วก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าใครไม่ชอบเดินทางไกล หรือไม่ชอบห่างบ้านนาน ๆ…