การศึกษา

ปฏิรูปการศึกษา

ปฏิรูปการศึกษา ในปีนี้อย่างแน่นอน กระทรวงศึกษาธิการ Confirm !!

เรียกได้ว่าเป็นประเด็นร้อนเป็นอย่างมากเลยนะคะสำหรับการถกเถียงกันในสภารวมไปถึงกระทรวงการศึกษาของประเทศไทยต้องบอกเลยว่าสถานการณ์ covid นั้นทำให้หลายสิ่งหลายอย่างในประเทศไทยนั้นเปลี่ยนไปเป็นอย่างมากและเช่นเดียวกับวงการการศึกษาก็ได้รับผลกระทบอยู่เช่นกัน ตอนนี้ฐานกระทรวงศึกษาธิการก็ได้ออกมาคอนเฟิร์มแล้วว่าจะมีการ ปฏิรูปการศึกษา ภายในปีนี้อย่างแน่นอนและกำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินงานเตรียมที่จะนำเสนอผัง เพื่อเตรียมคัดเลือกจังหวัดที่เป็นโมเดลนำร่อง ซึ่งถือเป็นข่าวสำคัญเกี่ยวกับวงการการศึกษาเป็นอย่างมากสำหรับรายละเอียดจะเป็นอย่างไรติดตามในบทความนี้ค่ะ  กระทรวงการศึกษาธิการ ปฏิรูปการศึกษา แน่นอนในปีนี้ ซึ่งข่าวนี้ได้เป็นประเด็นสําคัญในวงการศึกษาเป็นอย่างมากหลังจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการศึกษา นายณัฐพล ทีปสุวรรณ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนและวงการศึกษาเป็นข่าวใหม่ล่าสุดว่าจะมีการปฏิรูปการศึกษา ประเทศไทยภายในปี 2561 นี้เป็นอย่างแน่นอน ซึ่งก็ทำเอาบรรดาข้าราชการที่อยู่ในวงการการศึกษานั้นได้ Active ตัวเองขึ้นเตรียมที่จะหาจังหวัดมาเป็นโมเดลนำร่องในการปฏิรูปการศึกษา เพื่อที่จะทำตามเป้าหมายโครงการที่ได้มีการวางไว้ โดยทั้งนี้นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ต้องการจะเปลี่ยนระบบการศึกษาให้มีนโยบายที่ค่อนข้างทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นศักยภาพต่างๆในวงการศึกษาก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมากที่จะช่วยให้ประเทศชาตินั้นสามารถพัฒนามากขึ้นไปได้ นอกจากนี้ยังมีการลงพื้นที่ตามโรงเรียนในเขตสพฐ เพื่อหาปัญหาข้อเท็จจริงและหาวิธีการแก้ปัญหาเตรียมที่จะปฏิรูปการศึกษา กันอย่างต่อไป อย่างไรก็ตามทางด้านกระทรวงการศึกษาธิการก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างต่อเนื่องว่าตอนนี้มีจังหวัดที่ใช้เป็นโมเดลนำร่องแล้วนั่นก็คือจังหวัดภูเก็ตนั่นเองคือเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษา และเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไม่ว่าจะเป็นเขตสพฐ ก็ได้รับการพัฒนาให้มีการยอมรับมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการมุ่งเน้นให้ผู้เรียนนั้นสามารถใช้ประโยชน์ได้จริงจัดการเรียนการสอนอีกด้วย  เรียกได้ว่าเป็นการพัฒนาระบบการศึกษาที่ค่อนข้างสำคัญต่อการจัดตั้งเป็นตัวชี้วัดคุณภาพของบุคคลในประเทศชาติเลยก็ว่าได้ ต่อจากนี้สถานการณ์จะเป็นอย่างไรคงจะต้องติดตามชมกันแบบชิดติดจอกันเลยค่ะ ไม่ตกเทรนด์ทุกเรื่องราว การศีกษา รวมทั้งได้ เคล็ดลับการเรียน เคล็ดลับการอ่านหนังสือ เพียงแค่คุณติดตามได้ที่ kor-kai.com และสำหรับในวันนี้เว็บไซต์ของเราต้องขอของคุณ tiger711 ที่สนับสนุนบทความ เกี่ยวกับการศึกษา ให้กับเว็บไซต์ของเราด้วยค่ะ ทำความรู้จัก การศึกษายุคใหม่ เรียนทางไกล DLTV ผ่านดาวเทียม ปัญหาล้าหลังของการศึกษาไทย ที่ส่งผลกระทบ ต่อเด็กในประเทศไทย iSEE 2.0 นวัตกรรมใหม่จาก…

แนะนำ วิธีเตรียมตัวสอบยุคเรียนออนไลน์

วิธีเตรียมตัวสอบยุคเรียนออนไลน์ กับ 3 วิธี บอกเลย งานนี้เราต้องรอด

ตั้งแต่ช่วงสถานการณ์ covid 19 ได้เข้ามาสู่ประเทศไทยนั้นก็ทำให้วงการการศึกษานั้นได้รับผลกระทบเข้าไปด้วยแบบต่างๆเช่นเดียวกับวันนี้กลับมาพบกันอีกครั้งนักเขียนก็ได้เตรียม วิธีเตรียมตัวสอบยุคเรียนออนไลน์ มาฝากเพื่อนๆชาววงการศึกษาได้นำเอาวิธีเหล่านี้ไปใช้ในช่วงเรียนออนไลน์แบบนี้กัน ต้องบอกเลยว่าการเตรียมตัวช่วงสอบออนไลน์นี้บางคนอาจจะคิดว่าค่อนข้างยากเพราะอาจจะยังไม่รู้จะกลับฟังก์ชั่นต่างๆของแอปเรียนออนไลน์หรือไม่สามารถไปเจอกับเพื่อนนัดเจอกันอ่านหนังสือได้ ซึ่งเราจะมาดูวิธีง่ายๆเหล่านี้ที่จะเป็นตัวช่วยในยุคเรียนออนไลน์กันค่ะ วิธีเตรียมตัวสอบยุคเรียนออนไลน์ ต้องความพร้อมให้พร้อมในทุกด้าน ทำความรู้จักกับฟังก์ชันต่างๆภายในอุปกรณ์เรียนออนไลน์ ต้องบอกเลยว่าข้อนี้สำคัญเป็นอย่างมากเลยนะคะ สำหรับการทำความรู้จักส่วนต่างๆของการเรียนออนไลน์ไม่ว่าจะเป็น Class materials  หรือ โฟลเดอร์ส่งงานและช่องทางการจอยเข้าชั้นเรียน เพื่อนๆจำเป็นต้องรู้จักสิ่งเหล่านี้และเข้าใช้งานเป็นเพราะในการสอบออนไลน์ก็จะมีการเข้าใช้จอยเข้าชั้นเรียนเพื่อเข้าสอบแบบเปิดกล้องร่วมกันกับเพื่อนๆ ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในสังคมการศึกษาของมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมากเลยนะคะสำหรับวิธีเตรียมตัวสอบยุคเรียนออนไลน์ นี้ เตรียมตัวอ่านหนังสือจากทางเอกสารในแอป ต้องบอกเลยว่าหลังจากที่เราเข้ามาเรียนออนไลน์กันนั้นสิ่งที่สะดวกสุดๆสำหรับการเรียนออนไลน์เลยก็คือเพื่อนๆสามารถเปิดเรคคอร์ดเข้าฟังย้อนหลังได้หลังจากที่เพื่อนๆเรียนจบไป จึงเป็นตัวช่วยสำหรับ วิธีเตรียมตัวสอบยุคเรียนออนไลน์ ได้เป็นอย่างดีเลยนะคะเพื่อนๆ อีกทั้งเพื่อนๆยังเปิดอ่านเอกสารชีทที่คุณครูสอนได้ภายในแอปแบบง่ายๆโดยไม่ต้องไปปริ้นชีทให้เสียเงินเลยค่ะ สามารถจอยกรุ๊ปเข้ากับเพื่อนเพื่ออ่านหนังสือ ข้อนี้สำคัญเป็นอย่างมากเลยนะคะเพื่อนๆในช่วงมาตรการเฝ้าระวัง covid 19 นั้นเราคงจะไม่ได้ไปรวมตัวกันอ่านหนังสือแบบช่วงปกติแล้วใช่ไหมล่ะคะ แต่เพื่อนๆยังสามารถจอยกรุ๊ปเข้าทางออนไลน์เพื่อที่จะอ่านหนังสือหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทำความเข้าใจในการติวหนังสือกันได้ด้วยนะคะ เรียกได้ว่าเป็นวิธีและช่องทางที่สะดวกสุดๆเลยค่ะ เป็นอย่างไรกันบ้างคะเพื่อนๆสำหรับ วิธีเตรียมตัวสอบยุคเรียนออนไลน์ ที่นักเขียนได้นำมาฝากเพื่อนๆชาวเว็บการศึกษาและเพื่อนๆที่เรียนออนไลน์กันอยู่ในช่วงนี้ ต้องบอกเลยว่าวิธีเหล่านี้ที่นักเขียนนำมาแนะนำให้ฟังเป็นสิ่งสำคัญต่อการสอบออนไลน์เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการทบทวนหรือการ join Group กับเพื่อนๆเพื่อติวหนังสือ ซึ่งจะเป็นตัวช่วยสำคัญให้กับเพื่อนๆเตรียมตัวสอบออนไลน์ได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ ก่อไก่ เว็บไซต์เกี่ยวกับ การศึกษา ที่รวบรวม ความรู้ในทุกๆ ด้าน ไว้ที่นี่ ให้ทุกท่านได้ค้นหา และถ้าใครที่กำลังค้นหาแหล่งทำเงิน ที่สามารถทำเงินออนไลน์ได้จริง joker6666…

โรงเรียนนวัตกรรม เปิดโอกาสให้เด็กคิดนอกกรอบได้อย่างอิสระ

โรงเรียนนวัตกรรม มิติใหม่แห่งการศึกษาไทย ที่หลายคนยังไม่รู้จัก

สิ่งที่น่าเสียดายเกี่ยวกับสื่อในบ้านเราก็คืออะไรที่เป็นเรื่องไม่ดีมักจะเห็นได้ชัด แต่พอเป็นเรื่องดีกลับไม่มีการนำเสนอ กลายเป็นประเด็นที่เข้าถึงได้ค่อนข้างยาก เหมือนกับ โรงเรียนนวัตกรรม ที่มีมาตั้งนานแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถขยายวงกว้างไปสู่กลุ่มคนจำนวนมากของประเทศได้ ทั้งที่สิ่งนี้คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะพัฒนาการศึกษาของเด็กไทย อีกทั้งโรงเรียนต้นแบบก็มีมากพอสมควรแล้ว แค่รอจังหวะให้ระบบนี้ไปสู่โรงเรียนที่เหลืออย่างทั่วถึงเท่านั้นเอง รู้จักกับ โรงเรียนนวัตกรรม ของไทย ครั้งนี้เราจึงอยากพาทุกคนไปรู้จักกับโรงเรียนนวัตกรรม กันสักเล็กน้อย จุดเริ่มต้นมาจากโรงเรียนดรุณสิกขาลัย ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โรงเรียนแห่งนี้เปิดสอนตั้งแต่ระดับประถมจนถึงมัธยม บรรยากาศภายในจะแตกต่างจากโรงเรียนอื่นๆ ที่หลายคนรู้จักมา ที่นี่มีจุดยืนว่าจะต้องให้เด็กเรียนจากอาจารย์ให้น้อย แล้วเรียนรู้ด้วยตัวเองให้มาก โดยทางโรงเรียนจะเตรียมทรัพยากรที่เหมาะสมเอาไว้ให้ หัวใจสำคัญของโรงเรียนนวัตกรรม ไม่ใช่ความล้ำสมัยของเทคโนโลยี หรือความเก่งกาจของครูผู้สอน แต่เป็นความอิสระที่เปิดโอกาสให้เด็กคิดออกนอกกรอบอย่างแท้จริง ไม่มีการตัดสินว่าความคิดใดถูกหรือผิด เด็กต้องทดลองและสรุปผลมันด้วยตัวเอง พอเป็นเช่นนี้จึงเกิดความสนุกอย่างมากในการเรียนรู้ เมื่อสงสัยก็ต้องออกแบบวิธีในการหาคำตอบเอง ลงมือทำเอง แก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ด้วยตัวเอง เด็กจึงซึมซับและจดจำประสบการณ์ทั้งหมดในโรงเรียนได้ดี ทั้งยังสามารถประยุกต์และดัดแปลงเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านอื่นได้อีกด้วย ในปัจจุบันไม่ได้มีแค่ดรุณสิกขาลัยเท่านั้นที่เป็นโรงเรียนนวัตกรรม ยังมีโรงเรียนห่างไกลที่อยู่ใกล้ป่าเขาได้รับเลือกให้เป็นโรงเรียนที่สนับสนุนการสร้างนวัตกรรมอีกมาก แต่ละโรงเรียนมีสิทธิ์ที่จะออกแบบวิธีการเรียนของตัวเอง ไม่ต้องอิงกับใคร สำคัญคือเด็กได้เรียนรู้แล้วอยู่กับชุมชนของเขาได้ สามารถพัฒนาให้มากกว่าคนรุ่นก่อนได้ ขณะเดียวกันก็ยังสามารถสอบแข่งขันเพื่อเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นเช่นเดียวกับเด็กที่เรียนตามหลักสูตร มันจึงเป็นหนึ่งบทพิสูจน์ที่บอกเราว่า การนั่งเรียนอย่างเคร่งเครียดตลอดเวลาไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเสมอไป ทุกข้อมูลเกี่ยวกับ การศึกษาและความรู้ kor-kai.com ที่นี่ เว็บไซต์ที่มีครบทุกข้อมูล ที่คุณต้องการค้นหา และอีกหนึ่งเว็บที่มีประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องการหารายได้เสริมในปัจจุบันที่นี่ บาคาร่า66…

วิชาที่อยากให้มีในหลักสูตร ของเด็กไทย

วิชาที่อยากให้มีในหลักสูตร ส่องความคิดเห็นของเด็กไทย อยากให้มีวิชาอะไร

ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย การศึกษาของเด็กไทยก็ยังดูเป็นปัญหาไม่จบสิ้น ยิ่งในยุคที่สังคมเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ก็ยิ่งเห็นช่องโหว่ของการศึกษามากขึ้น หลักสูตรดั้งเดิมที่มีอยู่เริ่มส่งสัญญาณชัดเจนแล้วว่าไม่ตอบโจทย์ผู้เรียน จึงต่อยอดมาที่ประเด็นร้อนในวงการการศึกษา ว่าควรจะมีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาที่เด็กต้องเรียนหรือไม่ วิชาไหนที่ไม่ค่อยได้นำมาใช้ก็ควรตัดออกไป และมี วิชาที่อยากให้มีในหลักสูตร ในปัจจุบัน ที่จำเป็นมากกว่า มาส่องความคิดเห็นของเด็กไทย อยากให้มีวิชาอะไร วิชาที่อยากให้มีในหลักสูตร ที่เด็กไทยอยากได้ ในปัจจุบัน ในมุมของผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องเราคงไม่พูดถึง เพราะการตัดสินใจบางอย่างก็อาจจะมีข้อจำกัดอยู่ไม่น้อย และการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่มีมานานก็คงไม่อาจทำได้ในระยะเวลาอันสั้น สิ่งที่น่าสนใจกว่าจึงเป็นความคิดเห็นของเด็กๆ เกี่ยวกับวิชาที่อยากให้มีในหลักสูตร พร้อมกับเหตุผลว่าทำไมถึงต้องการเรียนรู้วิชาเหล่านั้น ถือว่าเป็นการเปิดมุมมองของผู้เรียนจริงๆ ซึ่งถ้ามีคนรับฟังและหาทางให้มันเกิดขึ้นได้ ก็คงเป็นประโยชน์ต่อรุ่นลูกรุ่นหลานไม่น้อยเลย วิชาแรกที่เด็กส่วนใหญ่วิชาที่อยากให้มีในหลักสูตร และต้องยกมาพูดเป็นอันดับแรกก็คือวิชาการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการออม การลงทุน หรือการบริหารเงินอย่างง่าย ผู้ใหญ่ทุกคนเข้าใจดีว่าองค์ความรู้เรื่องนี้สำคัญขนาดไหน มันจะสร้างความมั่นคงและความก้าวหน้าในชีวิตได้ ซึ่งคงจะดีมากถ้าได้เรียนรู้ตั้งแต่เด็ก วิชาต่อมาเป็นการเสริมสร้างความคิดในเชิงธุรกิจ คือการฝึกให้เด็กได้คิดในมุมมองของผู้ประกอบการ และมองโลกของอาชีพกว้างกว่ามาพยายามเข้าเป็นลูกจ้างในบริษัทดีๆ วิชาที่อยากให้มีในหลักสูตร ไม่ได้จำกัดแค่เรื่องเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในอนาคตเท่านั้น เด็กหลายคนต้องการวิชาป้องกันตัว เพราะคิดว่าสังคมสมัยนี้อันตราย คงจะดีกว่าถ้าพวกเขามีพื้นฐานเอาตัวรอดเล็กๆ น้อยๆ และที่เด็ดสุดก็คือวิชาเพศสัมพันธ์ที่สอนเกี่ยวกับเรื่องเพศอย่างละเอียด ในเมื่อพวกเขาใกล้ชิดกับเรื่องนี้ได้ง่าย ทางออกที่ดีที่สุดจึงเป็นการทำความเข้าใจเรื่องนี้อย่างถูกต้อง โดยไม่จำเป็นต้องไปหาประสบการณ์เองแบบลองผิดลองถูก หากคุณกำลังมองหา เว็บไซต์ที่รวบเรื่องราว การศึกษาและความรู้ kor-kai.com ที่นี่มีข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาและความรู้ที่ความหลากหลาย และครบถ้วน สำหรับคุณแล้ว…

มุมมองต่างๆ เกี่ยวกับ เด็กหลังห้อง

เด็กหลังห้อง นักเรียนหลังห้อง แค่นั่งหลังห้อง ใช่ว่าไม่รักเรียน

ภายในรั้วโรงเรียนมีเรื่องราวมากกว่าแค่ศึกษาหาความรู้ และเด็กทุกคนต้องก้าวผ่านจุดนั้นมาให้ได้ หากใครมีครอบครัวที่เข้าใจก็ถือว่าได้เปรียบหน่อย แต่ถ้าต้องแก้ปัญหาด้วยตัวเองลำพัง นี่ก็นับว่าหนักหนาพอสมควร อย่างกรณีของ เด็กหลังห้อง ที่มักจะได้รับการปฏิบัติแบบ 2 มาตรฐานเสมอ ซึ่งตรงนี้ทำให้หลายคนเปลี่ยนจากเด็กที่สนใจเรียนเป็นคนที่มีทัศนคติไม่ดีเกี่ยวกับการเรียนไปเลย ยิ่งกว่านั้นคือ บางทีครูผู้สอนก็ไม่รู้ตัวด้วยว่าสิ่งที่ทำนั้นกำลังบั่นทอนนักเรียนของตัวเองอยู่ มุมมองต่างๆ เกี่ยวกับ เด็กหลังห้อง ก่อนอื่นอยากให้ฟังมุมมองของเด็กหลังห้องกันก่อนว่า ทำไมเขาถึงอยากไปนั่งด้านหลัง แทนที่จะเป็นแถวหน้าเหมือนเด็กเรียนคนอื่นๆ มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของเด็กที่เลือกนั่งด้านหลัง มักจะมีเหตุผลอื่นที่นอกเหนือไปจากเรื่องเรียน เช่น เป็นเด็กตัวสูงและชอบให้มีพื้นที่ข้างหลังกว้างหน่อย อยากมองเห็นบรรยากาศมุมกว้างภายในห้อง ต้องการความเป็นส่วนตัวบ้างในบางเวลา ที่นั่งด้านหลังใกล้กับหน้าต่างหรือประตูที่ทำให้รู้สึกสบายกว่า เป็นต้น แต่ในมุมมองของผู้สอนบางคน จะเพ่งเล็งว่าเด็กหลังห้องคือเด็กที่ไม่ตั้งใจเรียน และไม่ค่อยให้ความร่วมมือระหว่างที่ทำการสอน จะมีเพียงเด็กที่นั่งแถวหน้าๆ เท่านั้นที่ถามตอบอย่างสม่ำเสมอ เมื่อมีความคิดแบบนี้เป็นทุนเดิม เวลาที่แสดงออกจึงมีความแตกต่างอย่างชัดเจน ทั้งเรื่องท่าทาง น้ำเสียง และการตัดสินใจ เด็กบางคนเคยมีประสบการณ์มาสายด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่กลับถูกไล่ออกจากห้องเพียงเพราะเขานั่งด้านหลัง และครูก็เลือกจะมองว่าเขาไม่เต็มใจมาเรียน แน่นอนว่าเด็กหลังห้องที่ไม่ชอบเรียนก็มีเหมือนกัน แต่ถ้าสังเกตดูดีๆ เด็กทุกคนจะมีวิชาที่ตัวเองชื่นชอบอยู่เสมอ ที่เขาไม่ชอบเรียนก็อาจจะเป็นเพราะเนื้อหาหรือรูปแบบการสอนที่เขาเข้าไม่ถึง เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาตัดสินว่าผิดหรือถูก เป็นเด็กดีหรือไม่ดี ที่สำคัญคือต้องไม่มีการตัดสินไปล่วงหน้าว่าเด็กที่นั่งด้านหลังคือเด็กไม่ตั้งใจเรียนด้วย kor-kai.com แหล่งรวมความรู้…

วิธีแก้ไขปัญหา ทำโจทย์ไม่ได้

ทำโจทย์ไม่ได้ ทั้งๆ ที่อ่านหนังสือ จนจบบทแล้ว มีวิธีแก้ไขยังไงดี?

ถ้าจะแนะนำเด็กที่ไม่สามารถทำคะแนนในรายวิชาใดวิชาหนึ่งได้ดีพอ ด้วยการบอกให้ขยันมากขึ้น ทั้งเรื่องเรียนในห้องและการอ่านหนังสือเพิ่มเติมด้วยตัวเอง ก็ต้องแย้งว่าบางคนได้ทำอย่างเต็มที่แล้วจริงๆ แต่ก็ยัง ทำโจทย์ไม่ได้ อยู่ดี ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่ขยัน แต่อาจเป็นเพราะวิธีการแก้ไขยังไม่เหมาะสมกับพวกเขามากพอ ดังนั้นแทนที่จะทุ่มเทอ่านหนังสือและทำโจทย์แบบเดิม ควรลองเปลี่ยนแนวทางในการพัฒนาตัวเองดูดีกว่า วิธีการแก้ไข ปัญหาอ่านหนังสือจนจบบทแล้วแต่ ทำโจทย์ไม่ได้ อย่างแรกคือให้วิเคราะห์ตัวเองว่าเราเข้าใจเนื้อหามากแค่ไหน การอ่านหนังสือจบบทที่ต้องการแล้วทำโจทย์ไม่ได้ มันก็มีเหตุผลอยู่ 2 อย่าง คือเราอ่านแล้วแต่ไม่ได้ทำความเข้าใจ เพียงแค่อ่านให้จบไปเท่านั้นเอง หรือเราเข้าใจทุกส่วนดีพอ แต่โจทย์ที่มีไม่สอดคล้องกับเนื้อหา อันนี้ก็มีให้เห็นบ้างกับหนังสือบางเล่ม คือสอนอย่างหนึ่งแต่เวลาเอาโจทย์มาให้ลองทำกลับเป็นโจทย์ประยุกต์ที่ต้องใช้ความรู้อื่นเพิ่มเติม แบบนี้จะทำไม่ได้ก็เป็นเรื่องปกติ ต่อมาให้ลองเปลี่ยนหนังสือดูก่อน อ่านเนื้อหาจากเล่มอื่นๆ ในเรื่องเดียวกัน แล้วดูว่ามีอะไรตกหล่นไปบ้าง จากนั้นค่อยกลับมาทำโจทย์อีกครั้ง ถ้าตอนนี้ทำโจทย์ไม่ได้อีก เราต้องหาตัวช่วยเสริม เพราะเราอาจตีความนิยามจากหนังสือได้ไม่ถูกต้องนัก ให้ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมชั้นที่มีความถนัดในวิชานั้นก่อน อาจจะนำโจทย์ที่เราติดปัญหาไปให้เพื่อนลองทำก็ได้ แล้วให้สังเกตขั้นตอนการแก้โจทย์ของเพื่อนว่าแตกต่างกับเราอย่างไร สุดท้ายคือให้อ่านเนื้อหาส่วนอื่นไปเลยโดยไม่ต้องสนใจประเด็นที่ทำโจทย์ไม่ได้ เพราะบางครั้งก็ต้องใช้การผสมผสานเนื้อหาหลายส่วน และเผลอๆ ก็อาจจะต้องใช้องค์ความรู้จากหลายวิชาอีกด้วย เรียกว่าเป็นโจทย์ประเภทบูรณาการนั่นเอง อย่างไรก็ตาม โจทย์ประเภทนี้จะมีในแบบทดสอบท้ายบทเรียนไม่มาก ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น หมายความว่าอีก 80 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ…

เรื่อง เรียนไม่ตรงสาย ไม่ใช่ปัญหา

เรียนไม่ตรงสาย ไม่ใช่ปัญหา เพียงแค่เข้าใจตัวเอง ตั้งแต่ต้น

สิ่งที่น่าเสียดายอย่างมากสำหรับเด็กยุคไอที ก็คือพวกเขามีโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลมหาศาล จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะค้นหาความชื่นชอบของตัวเองได้ แต่ก็ยังมีเด็กจำนวนไม่น้อยที่ เรียนไม่ตรงสาย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะไม่เคยคิดมาก่อนว่าความใฝ่ฝันเกี่ยวกับวิชาชีพในอนาคตคืออะไร อีกส่วนหนึ่งก็คือพ่อแม่มักจะชี้นำและสร้างความกดดันให้กับลูกมากเกินไป จนเขาไม่กล้าที่จะตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตของตัวเอง หมดปัญหา เรียนไม่ตรงสาย แค่เข้าใจตัวเอง เมื่อเรียนไม่ตรงสาย ปัญหาที่ตามมาก็คือความตึงเครียด สิ่งที่เป็นความถนัดไม่ได้นำออกมาใช้ แต่กลับต้องพยายามทำในสิ่งที่ตัวเองยังไม่แน่ใจว่าจะดีจริงหรือไม่ ดังนั้นการทำความเข้าใจตัวเองอย่างละเอียด ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกเรียนอะไรจึงสำคัญมาก จำไว้เสมอว่าการเลือกเรียนตามเพื่อนนั้นไม่ใช่แนวทางที่ดี และการทำตามความพอใจของพ่อแม่ก็ไม่ดีเช่นเดียวกัน หากเราไม่ได้เห็นว่าสิ่งที่จะเลือกนั้นตอบโจทย์ในใจเราจริงๆ วิธีการค้นหาตัวเองแบบง่ายๆ ให้เริ่มจากการตั้งคำถามให้ตรงจุดเสียก่อน ถ้าเราเรียนไม่ตรงสายจะเสียอะไรไปบ้าง กิจกรรมที่เรารักจะมีเวลาทำมันน้อยลงไหม ชีวิตวัยเรียนจะมีความสนุกอย่างที่มันควรจะเป็นหรือไม่ เมื่อเรามองเห็นข้อเสียทั้งหมดแล้ว มันจะเกิดแรงผลักดันให้เรามุ่งมั่นไปตามความฝันโดยอัตโนมัติ จากนั้นก็ลองสังเกตจากคำพูดของคนรอบข้าง มีอะไรบ้างที่เขาบอกว่าเราทำได้ดี และมีอะไรบ้างที่คนอื่นมักจะขอความช่วยเหลือจากเรา นั่นแหละคือสิ่งที่เป็นเหมือนพรสวรรค์ติดตัวมา คนที่เลือกเรียนไม่ตรงสาย ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีความถนัดในเรื่องไหนเลย แต่เป็นเพราะไม่เคยไตร่ตรองถึงความรู้สึกนึกคิดของตัวเองจริงๆ บางคนเขียนนิยายเก่งมาก เวลามีกิจกรรมประกวดในโรงเรียนก็มักจะได้รางวัลเสมอ แบบนี้ก็ชัดเจนว่าควรจะเรียนทางด้านภาษาหรือศิลปะศาสตร์มากกว่า อย่างไรก็ตาม ถ้าในวันนี้ลองถามตัวเองแล้วยังไม่ได้คำตอบ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลใจ เพราะการค้นหาตัวเองจำเป็นต้องใช้เวลาเหมือนกัน แหล่งให้ข้อมูล เกี่ยวกับ การศึกษาและความรู้ kor-kai.com ที่นี่มีข้อมูลดีๆ ที่มีความรู้ที่หลากหลาย และครบถ้วน สำหรับคุณ และถ้าถ้าคุณกำลังมองหาเกมออนไลน์ เล่นเพื่อคลายสมอง ufabet1688 ที่นี่ ก็มีเกมออนไลน์…

เกมตัวช่วย สมาธิในการเรียน ได้ดี

สมาธิในการเรียน สามารถสร้างเสริม ด้วยการเล่นเกมแสนสนุก ในระหว่างเรียนได้

อันที่จริงเรื่องของ สมาธิในการเรียน เป็นสิ่งที่ฝึกกันได้ และธรรมชาติที่ทุกคนเป็นก็ไม่ใช่ว่ามีมาแต่เกิด มันถูกฝึกผ่านการเลี้ยงดูในช่วงที่พวกเราเป็นเด็กต่างหาก ถ้าพ่อแม่สร้างสภาวะแวดล้อมที่เสริมสร้างสมาธิให้แก่เรา เช่น มีห้องทำการบ้านส่วนตัว มีชั่วโมงของการอ่านหนังสือ เล่นเกมที่ต้องใช้การคิดวางแผน เป็นต้น เมื่อโตขึ้นก็จะกลายเป็นคนที่มีสมาธิดี แต่ถ้าตอนเด็กเจอแต่กิจกรรมที่เปลี่ยนแปลงเร็วๆ อยู่ตลอด ส่วนมากก็จะมีสมาธิสั้น เกมแสนสนุก ช่วยเสริมสร้าง สมาธิในการเรียน ได้ ทีนี้เมื่อเรามีสมาธิในการเรียนที่ค่อนข้างสั้น หรือสงบนิ่งได้ไม่นานเพียงพอ จะทำให้เรามีปัญหาในการเรียนรู้และทำความเข้าใจบทเรียน จากที่ควรจะเก็บเกี่ยวรายละเอียดของเนื้อหาได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ก็อาจลดเหลือแค่ 40-60 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทั้งที่เรายังต้องนั่งเรียนด้วยจำนวนชั่วโมงที่เท่ากันกับเพื่อนๆ อยู่ คิดดูแล้วก็รู้สึกเสียเวลาและเสียโอกาสเหมือนกันใช่ไหม อย่างนั้นคงจะดีกว่าถ้าเราสามารถเปลี่ยนตัวเองให้มีสมาธิที่ดีขึ้นได้ เรื่องนี้มีการทดสอบเอาไว้อย่างจริงจัง โดยค้นหาแนวทางในการเสริมสร้างสมาธิในการเรียนกับเด็กช่วงวัยต่างๆ ผลลัพธ์ก็คือการสร้างสมาธินั้นเลือกทำได้หลากหลาย อย่างที่เราได้ยินกันบ่อยก็คือการนั่งสมาธิ กำหนดจิตให้อยู่กับปัจจุบัน การตัดโซเชียลออกไปในช่วงเวลาหนึ่ง การเล่นกีฬาบางชนิดก็ดีต่อการสร้างสมาธิด้วยเช่นกัน แต่สิ่งที่หลายคนรู้สึกชื่นชอบและอยากลองทำมากที่สุด เป็นการเล่นเกมที่ได้ทั้งความสนุกและความเพลิดเพลิน เกมสำหรับเสริมสร้างสมาธิในการเรียนที่ว่านี้ก็ไม่ใช่เกมพิสดารอะไร คนส่วนใหญ่ต้องเคยเล่นมาแล้วทั้งนั้น ตัวอย่างของเกมที่น่าสนใจได้แก่ เกมจับผิดภาพ เกมจับคู่ภาพ เกม Puzzle อย่างง่าย เป็นต้น…

วิธีการปรับตัวของเด็กซิ่ว คือ การทำตัวให้เข้ากับน้องๆ ไม่ทำตัวต่าง

วิธีการปรับตัวของเด็กซิ่ว การเตรียมความพร้อม ที่ต้องกลับไปเรียน ร่วมกับรุ่นน้อง

ไม่ว่าจะเป็นเด็กมัธยมที่เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยด้วยการสอบเพียงครั้งเดียว หรือเป็นเด็กซิ่วที่ตัดสินใจย้ายคณะหรือย้ายมหาวิทยาลัยเพื่อสิ่งที่ดีกว่า ล้วนมีความท้าทายในการปรับตัวไม่ต่างกัน สำหรับเด็กมัธยมอาจจะมองว่า คนที่เคยมีประสบการณ์มาก่อนนั้นได้เปรียบ ทั้งเรื่องการสอบที่มีโอกาสทำได้คะแนนสูงกว่า และการปรับตัวกับบรรยากาศการเรียนใหม่และเพื่อนกลุ่มใหม่ แต่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย ในวันนี้เราจึงขอแนะนำเกี่ยวกับ วิธีการปรับตัวของเด็กซิ่ว กับเด็กซิ่วทุกๆ เพื่อเตรียมความพร้อมกับการเรียนในภาคเรียนต่อๆไป แนะนำ วิธีการปรับตัวของเด็กซิ่ว เพื่อเตรียมความพร้อม ในการกลับมาเรียนใหม่ เนื่องจากเด็กซิ่วจะต้องกลับมาเรียนกับรุ่นน้องที่ต่างวัยกัน ถึงจะห่างกันแค่ 1-2 ปี แต่ความรู้สึกถึงการเข้ากันได้ยังมีช่องว่างอยู่เสมอ นอกจากคนที่ตัดสินใจย้ายที่เรียนจะต้องเตรียมตัวกับสถานที่และข้อกำหนดใหม่ๆ เช่นเดียวกับคนอื่นแล้ว เขายังต้องพยายามสานสัมพันธ์กับเพื่อนๆ มากกว่าเด็กที่สอบเข้ามาพร้อมกันด้วย หากไม่ได้เป็นคนที่มีบุคลิกร่าเริง และไม่ได้มีมนุษยสัมพันธ์ดีเป็นพื้นฐาน พวกเขาก็จะต้องใช้เวลาอยู่กับกลุ่มเพื่อนให้มาก เพื่อสร้างความคุ้นเคยจึงจำเป็นจะต้องรู้จักกับวิธีการปรับตัวของเด็กซิ่ว นั้นเอง สำหรับเด็กซิ่วที่กำลังมีปัญหา และคิดว่าตัวเองเริ่มเข้ากับสังคมมหาวิทยาลัยไม่ได้ วิธีการปรับตัวของเด็กซิ่ว อยากให้เริ่มจากมองว่าตัวเองไม่ได้ต่างจากเด็กคนอื่น และการเลือกเปลี่ยนสาขาที่เรียนก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย ออกจะน่าภูมิใจด้วยซ้ำไป เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะมีความกล้าหาญมากพอที่จะเลือกตามความชื่นชอบ เมื่อไม่รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำแล้ว ก็จะช่วยให้การเข้าสังคมทำได้ง่ายขึ้น ถ้าเป็นคนยิ้มยากก็เตือนตัวเองให้ยิ้มบ่อยๆ หากยิ้มให้คนอื่นก่อนได้ก็จะดีมาก วิธีการปรับตัวของเด็กซิ่วต่อมาคือการใช้ประสบการณ์ของตัวเองให้เป็นประโยชน์ เด็กซิ่วส่วนมากจะรู้ว่าการเตรียมตัวเรียนในแต่ละวิชาเป็นอย่างไร ต้องหาชีทเรียนยังไง ต้องเลือกคลาสที่เรียนแบบไหน ให้แบ่งปันความรู้ตรงนี้ให้กับเพื่อนๆ ทำนองว่าเป็นที่ปรึกษาก็ได้ กรณีนี้จะเหมาะมากกับคนที่พูดไม่ค่อยเก่ง เพราะเพื่อนจะเป็นฝ่ายเข้ามาถามข้อมูลกันเราเอง หน้าที่เราแค่แนะนำแนวทางที่ดีที่สุดไป…

เรียนออนไลน์ ที่บ้านให้เข้าใจ ต้องมีความตั้งใจสูง

เรียนออนไลน์ อยู่ที่บ้าน แล้วไม่รู้เรื่อง เพราะง่วงนอน ตลอดเวลา

ใครว่าการ เรียนออนไลน์ จะทำให้เด็กเรียนได้อย่างประสิทธิภาพมากกว่าเดิม เชื่อเถอะว่าเด็กที่จะเรียนได้ดีขึ้นนั้นจัดเป็นคนกลุ่มน้อยมาก เพราะเวลาที่เราเรียนอยู่บ้าน ระดับความอิสระมันต่างจากตอนอยู่ที่โรงเรียนค่อนข้างเยอะ บรรยากาศและความตั้งใจก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หากไม่มีการบังคับตัวเองดีพอ สุดท้ายก็จะไม่มีสมาธิเรียน นั่งนานไปก็ง่วงนอนและอาจเผลอหลับในท้ายที่สุด แก้ปัญหา ที่เกิดขึ้นกับการ เรียนออนไลน์ ปัญหานี้แก้ได้ไม่ยากเท่าไร แต่สำหรับบางคนอาจจะเป็นการปรับเปลี่ยนวิถีการเรียนออนไลน์ทั้งหมดไปเลย ถึงจะต้องลงมือทำงานมากน้อย แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็นับว่าคุ้มค่าทีเดียว เริ่มแรกคือการให้ความสำคัญกับพื้นที่ ควรแยกพื้นที่สำหรับการเรียนออกมา ไม่ควรรวมกับห้องนั่งเล่นหรือห้องนอน เนื่องจากบรรยากาศนั้นสบายมากเกินไป และยังมีกลิ่นไอของการพักผ่อนอยู่ตลอดเวลา ไม่มีทางเลยที่เราจะมีสมาธิกับการเรียนแบบต่อเนื่องยาวนานได้ ต่อมาคือการทำทุกอย่างให้เหมือนกับตอนที่เราไปโรงเรียน ถ้าปกติต้องตื่นเช้ามาอาบน้ำทานข้าว ก็แนะนำว่าให้ทำแบบเดิม เป็นการเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจก่อนเริ่มเรียนออนไลน์ในแต่ละวัน หรือถ้าใครคุ้นเคยกับการจัดกระเป๋าในช่วงกลางคืน ก็ให้ลองทำคล้ายๆ กับการจัดกระเป๋า แต่เป็นการเตรียมบทเรียนล่วงหน้าแทน วันพรุ่งนี้จะเรียนเนื้อหาเรื่องอะไร มีการบ้านอะไรบ้างหรือไม่ ถ้าเป็นองค์ความรู้ที่ต่อเนื่องจากของเดิม ก็ต้องคิดด้วยว่าเรามีข้อสงสัยตรงไหนที่ต้องสอบถามกับอาจารย์ผู้สอนเพิ่มเติมหรือไม่ การทำแบบนี้เป็นการกระตุ้นในระดับจิตใต้สำนึก เพื่อให้เราพร้อมกับการเรียนมากขึ้นนั่นเอง อีกอย่างหนึ่งคือ ห้ามนั่งฟังเฉยๆ ระหว่างเรียนออนไลน์เป็นอันขาด ให้ฟังและจดบันทึกตามไปด้วย ต่อให้เวลานั้นยังไม่เข้าใจเพราะเนื้อหาค่อนข้างใหม่ แต่มันช่วยให้เราไม่คิดฟุ้งซ่านไปเรื่อยๆ กลับมาจดจ่ออยู่ที่การบันทึกข้อมูลตลอดเวลา ขณะที่จดก็ควรเลือกใช้ปากกาสีเพิ่มความจำด้วย ถ้าทำทั้งหมดนี้แล้วยังรู้สึกว่าง่วงเกินไป ก็ให้เพิ่มการเปิดดนตรีคลาสสิค หรือจะใช้เป็นกลิ่นอโรม่าที่ช่วยเรื่องการเรียนรู้ก็ได้ kor-kai.com แหล่งรวบรวมข้อมูล การศึกษาและความรู้ ที่หลากหลาย…